ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น Remember I Love You

Home / วิจารณ์หนัง / ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น Remember I Love You

ณัฐพงษ์ โอฆะพนม


ปิดเทอมใหญ่ปีนี้สองเด็กชายย่างเข้าวัยหนุ่ม หนูน้อยเริ่มโตเป็นสาว วัยรุ่นใสซื่อและหนุ่มห่ามห้าวหน้าทะเล้น กำลังผจญกับเรื่องรักหนักอก ที่ทำให้พวกเขาวุ่นวายใจตลอดหลายเดือน…

“ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น” บอกเล่าประสบการณ์ความรักของวัยรุ่นหนุ่มสาวในสี่ช่วงวัยเริ่มจากสองเพื่อนรัก พุ (แน็ค” ชาลี ไตรรัตน์) กับ ไม้ (ไมเคิล” ศิรชัช เจียรถาวร) คู่หูเด็กมัธยมต้นประจำโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.เชียงใหม่ ด้วยความหน้าตาดีทำให้ทั้งคู่แสดงออกถึงความเป็นหนุ่มเกินวัย หลังครองใจสาวรุ่นพี่ที่โรงเรียนในวันสุดท้ายก่อนปิดภาคไปแล้ว การได้บังเอิญมาเจอกับ นานา (“แพท” อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา) สาวสวยสดใสเพื่อนวัยเด็กสมัยประถมที่กลับมาเยี่ยมบ้านทำให้ความสัมพันธ์ของเพื่อนคู่หูต้องกลายมาเป็นคู่แข่ง เมื่อ พุ และไม้ ต่างยื้อแย่งตามจีบเธอโดยมีกติกาว่า พุ อยู่กับนานา วันคู่ส่วน ไม้ ได้วันคี่แต่ใครได้เบอร์โทรศัพท์ของเธอก่อนคนนั้นชนะ ห้ามอีกฝ่ายข้องเกี่ยวกับเธอต่อไป…

กลางย่านสยามสแควร์โอ๋เล็ก (โฟกัส จีระกุล) เด็กสาวมัธยมปลายกรีดร้องด้วยความดีใจ เมื่อเห็นรูปไดคัตขนาดใหญ่ของ ตี่ตี๋ (เหว่ยลู) นักร้องหนุ่มไต้หวันที่เธอชื่นชอบตั้งอยู่หน้าร้านขายซีดี ในวันที่อัลบั้มชุดใหม่ของเขาออกวางจำหน่าย แน่นอนว่าเธอไม่พลาดที่จะเป็นเจ้าของ (ทั้งซีดีและรูปไดคัต) ตามด้วยการลงทุนเรียนไปภาษาจีนเพื่อจะได้ฝึกร้องเพลงของเขาให้ได้ก่อนที่คอนเสิร์ตในเมืองไทยของ ตี่ตี๋ จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า…

โจ้ (“ว่าน” รัชชุ สุระจรัส) หนุ่มมหาวิทยาลัยผู้ไม่ประสากับความรักแต่เผลอไผลไปแอบชอบ ซี (“ต่าย” ชุติมา ทีปะนาถ)เพื่อนสาวคนสนิท จากนั้นวิถีทางบอกรักต่างๆ นานา ที่เขาสรรหาหวังได้หัวใจสาวไปครองก็ตามมาบางวิธีก็เก๋ เท่ไม่หยอก แต่บางวิธีก็เปิ่น เชย เหมือนกับก๊อบปี้มาจากละครน้ำเน่า ก่อนที่สาวเจ้าจะตอบกลับมาว่า ทั้งหมดที่ทำเราว่ามันไม่เวิร์กหรอกโจ้ และเมื่อถึงวันเกิดของซี เขาก็คิดหาวิธีบอกรักเธออย่างยิ่งใหญ่ให้โลกรับรู้ชนิดที่ใครก็คาดไม่ถึง…

ก่อนขึ้นปีสุดท้ายนวล (“จุก” ธนิยา อำมฤตโชติ) ต้องเดินทางไปฝึกงานไกลถึงจ.ตรัง ทิ้งให้ เหิร (“เต๋อ” ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) แฟนหนุ่มอยู่เดียวเปลี่ยวเอกาที่กรุงเทพฯ แม้เพื่อนๆ จะชักชวนออกไปเที่ยวเตร่เฮฮาตามประสาหนุ่มโสด ก็ไม่ทำให้เขาคลายความคิดถึงที่มีต่อแฟนสาวไปได้ เหิร จึงตัดสินใจขึ้นรถไฟเดินทางไปหาเธอเพื่อเซอร์ไพรส์ในวันครบรอบ 3 ปีที่คบกัน แต่บังเอิญบนรถไฟขบวนนั้น เขาได้พบกับ อาโออิ (โซระ อาโออิ) สาวญี่ปุ่นเซ็กซี่ที่เดินทางมาคนเดียวและมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่งานฟูลมูนปาร์ตี้บนเกาะพงัน เธอจึงออกปากชักชวนให้ไปด้วยกัน และมีหรือที่หนุ่มกลัดมันอย่างเขาจะปฏิเสธคำขอในครั้งนี้

เรื่องราวความรักทั้ง4 แบบใน”ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น” มิได้มีความเกี่ยวพันกันแม้แต่น้อยตัวละครจากทั้ง 4 ตอนก็ไม่ได้โยงใยคาบเกี่ยวสัมพันธ์ต่อกันแต่อย่างใดทว่าคนทำกลับใช้การตัดต่อที่สามารถเชื่อมโยงอารมณ์ได้ถึงกันในแต่ละฉาก และโดยเฉพาะการให้ตัวละครทุกคนเข้าไปนั่งดูหนัง “Remember I Love You” เหมือนกัน จะต่างก็แค่บรรยากาศและรายละเอียดแวดล้อม พร้อมทั้งความมุ่งหมายของแต่ละคน…พุ กับนานา เพิ่งดูเป็นครั้งแรกในฐานะแรกเริ่มจีบกัน…โอ๋เล็ก นั่งดูอยู่หลายรอบเพราะหลงไหลคลั่งไคล้ในตัวพระเอกหนุ่มไต้หวัน…โจ้ ชวนซี มาดูเพื่อหาวิธีบอกรักขณะที่ เหิร กับนวล เองก็เพลิดเพลินไปกับหนังในฐานะคู่รักที่คบหากันอย่างหวานชื่น

“ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น” เป็นหนังรักที่ไม่ได้เต็มไปด้วยฉากโรแมนติคจี๊ดจ๊าดในบรรยากาศของหนุ่มจีบสาวสาวจีบหนุ่มทั่วไป แม้เหตุการณ์ทำนองนี้จะมีปรากฏอยู่บ้าง แต่ก็ทำหน้าที่เพียงแค่รองรับและเสริมให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันคืบหน้าของตัวละครระดับหนึ่งเท่านั้น การเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ (ถึงขั้นดูเรียบเฉยในหลายๆ ช่วง) กลับเป็นวิธีเล่นกับความละเมียดของอารมณ์ ก่อนที่หนังจะพาไปถึงจุดผกผันกับพฤติกรรมของตัวละครที่ทำให้เรื่องราวเปลี่ยนไป อันนำมาซึ่งบททดสอบลองใจในความรักครั้งใหญ่ของแต่ละคน และส่งผลให้ผู้ชมต่างอิ่มใจไปกับเรื่องราวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเล่ห์กลสุดท้ายเพื่อให้ได้มาซึ่งเบอร์โทรสาวของ พุ ที่ทำให้มิตรภาพระหว่างเขากับไม้ ต้องสั่นคลอน…การยกเลิกคอนเสิร์ตอย่างกะทันหันของตี่ตี๋ ที่ทำให้โอ๋เล็ก เปลี่ยนความฟูมฟายเศร้าเสียใจเป็นโอกาสครั้งใหม่ในชีวิตอันตามมาด้วยผลัพธ์ที่ไม่คาดคิด หรือภาพถ่ายที่โจ้ รีบคว้าใส่กระเป๋าก่อน ซี จะได้เห็นเพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอเอาไว้ ไปจนถึงความกลัดมันของวัยหนุ่มที่เกือบจะพรากความรักของ นวล ที่มีต่อเหิร

“ปิดเทอมใหญ่ฯ” ไม่ได้พูดถึงประเด็นอะไรใหญ่โตมากไปกว่าแค่ทำหน้าที่บันทึกอีกความทรงจำให้แก่ตัวละคร ณช่วงเวลาหนึ่ง ที่เมื่อถึงกำหนดเปิดเทอม พวกเขาก็ยังคงดำเนินชีวิตต่อไปเหมือนเดิม แม้เรื่องราวความรักทั้ง4 ตอนจะไปไม่ถึงขั้นทำให้วุฒิภาวะของชีวิตเติบโตขึ้นอีกระดับในช่วงรอยต่อระหว่างวัยแบบในหนัง Coming of Age อย่าง “เด็กหอ” (2549) แต่สามารถบอกเล่าความสัมพันธ์ของหลากตัวละครที่ทั้งรู้เรื่องและรู้สึกร่วมไปได้พร้อมๆ กันของผู้กำกับ ทรงยศ สุขมากอนันต์ ถือเป็นพัฒนาการของคนทำหนังที่น่าชื่นชม และเป็นอีกครั้งที่หนึ่งในผู้กำกับ “แฟนฉัน” ทำให้เราเดินอมยิ้มออกมาจากโรงได้สำเร็จ


ที่มาจากหนังสือพิมพ์