คำพิพากษาแห่ง The Mist

Home / วิจารณ์หนัง / คำพิพากษาแห่ง The Mist

Film
ปากานดา


ใครที่รักการดูหนัง…และเป็นแฟนหนังสือ สตีเฟ่น คิง จะมีชื่อผู้กำกับภาพยนตร์สักกี่คนกัน ที่เมื่อหยิบงานของสตีเฟ่น คิง มาทำเป็นหนัง แล้วจะทำให้คุณรู้สึกอยากดูเหลือเกิน

ในจำนวนไม่กี่คนนั้น ต้องมีชื่อ แฟรงก์ ดาราบองก์ อย่างแน่นอน ด้วยความที่เขาสร้างสรรค์ให้ The shawshank redemtion (1994) เป็นหนังที่ดีที่สุด เป็นรองเพียง God father จากการโหวตของคอหนังผ่านเว็บไซต์ imdb.com

และวันนี้ ดาราบองก์ กลับมาอีกครั้งกับ The Mist จากบทประพันธ์ของสตีเฟ่น คิง เจ้าเก่า … แม้หน้าหนังเหมือนจะเป็นหนังสยองขวัญ จำพวกหมอกกินคน เลือดสาด แต่คำว่า “หมอก” ใน The Mist ยังวิพากษ์ข้ามเลยมาถึงหมอกที่สยายม่านปกคลุมในจิตใจมนุษย์ด้วย

หมอกมรณะ The Mist เล่าเรื่องคนกลุ่มใหญ่ที่หนีมารวมตัวกันอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง หลังจากเกิดวิกฤตหมอกประหลาดปกคลุมหนาไปทั่วทั้งเมือง แถมภายใต้ม่านหมอกไม่ได้มีแค่ความมืดมัวเท่านั้น แต่ดันมีตัวประหลาด ปลาหมึกยักษ์ ตั๊กแตนกลายพันธุ์ อสุรกายแมงมุม ฯลฯ มาคอยเขมือบใครก็ตามที่เผลอเดินหลงทาง

ซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งเต็มไปด้วยของกินของใช้ จึงดูจะเป็นที่มั่นที่ปลอดภัยที่สุด ผู้หลบภัยกลุ่มใหญ่มีหลากหลายอาชีพ ทั้งคุณครู (ลอรี โฮลเดน) คาร์โมดี้ หญิงคลั่งศาสนา (มาร์เซีย เกย์ ฮาร์เดน จาก Mystic river) โดยมีเดวิด เดรย์ตัน (โธมัส เจน) นักวาดที่บังเอิญควงลูกชาย บิลลี (นาธาน แกมเบิล) มาซื้อของ เป็นตัวเอกของเรื่อง

สัตว์ประหลาดเหนือจินตนาการถูกปล่อยออกมาเป็นระยะ แต่ประเด็นความน่ากลัวของหนังไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น หากอยู่ที่สัญชาตญาณดิบความเป็นมนุษย์ยามถูกกดดันถึงขีดสุดต่างหาก The Mist เดินเรื่องแสดงธาตุแท้ในใจมนุษย์ด้วยมุมกล้องคล้ายหนังสารคดี ช่วยสร้างประสบการณ์ร่วมที่น่าสนใจทีเดียว

สถานการณ์พาให้ คาร์โมดี้ หญิงคลั่งศาสนา กับ เดวิด นักวาดภาพโปสเตอร์หนังจากฮอลลีวู้ด กลายเป็นตัวแทนแห่งความศรัทธาสองด้าน เพื่อต้านความหวาดกลัว

หรือถ้าใครเห็นสัตว์ประหลาดมากับหมอกยักษ์ จะไม่คิดถึงการลงโทษของพระเจ้าจากบาป 7 ประการ ของมนุษย์เช่นคาร์โมดี้? แต่เดวิดเชื่อในความเป็นมนุษย์ ไม่เชื่อว่าอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์จะมาจากการสวดมนต์ภาวนา แล้วนั่งรอความตายอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนั้น ความขัดแย้งขั้นรุนแรงจึงบังเกิดขึ้น

ความเชื่อ ความศรัทธาในศาสนาชนิดที่ ‘มากเกินไป’ ชวนให้คิดถึงสถานการณ์ความไม่สงบทั่วโลกยุคปัจจุบัน การจำลองความวุ่นวายเหล่านั้น แฟรงก์ ดาราบองก์ สอดใส่ไว้ในฉากสำคัญซึ่งกลายเป็นฉากสะใจชนิดเรียกเสียงกรี๊ดจากคนดูได้

การดีไซน์ฉากช่วงท้ายให้เป็นเสมือนวันพิพากษาของพระเจ้า ยิ่งเป็นการตอกย้ำประเด็นของเรื่องให้ชัดเจนขึ้น เมื่อบวกกับฉากท้ายที่แสนจะกระแทกกระทั้น The Mist จึงมีประเด็นให้คอหนังได้พูดคุยกันต่อไป แม้พลังของฉากนี้จะดูอ่อนแรงไปบ้างก็ตาม

หาก ‘ความบังเอิญเกินไป’ คือเสน่ห์ใน The shawshank redemtion ‘ความอ่อนไหว’ ใน The Mist ก็อาจเป็นสิ่งที่คุณไม่น่าพลาด

ที่มา เสาร์สวัสดี