อรหันต์ซัมเมอร์

Home / วิจารณ์หนัง / อรหันต์ซัมเมอร์

คอลัมน์ หนังเด่น
กฤษดา



“อรหันต์ซัมเมอร์” เป็นหนึ่งในจำนวนหนังไทยหลายเรื่องที่เข้าฉายช่วงปิดเทอมและมีลักษณะชัดเจนในแง่การมุ่งคนดูที่เป็นเด็กและครอบครัว

ผมไม่อยากเรียกว่าเป็น “หนังเด็ก” แต่น่าจะเป็น “หนังครอบครัว” มากกว่า

โดยหนังที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันและเข้าฉายในช่วงเวลาใกล้เคียงกันก็คือ “นาค” และ “ดรีมทีม”

โดยเฉพาะ “ดรีมทีม” นั้นมีลักษณะร่วมกับ “อรหันต์ซัมเมอร์” หลายอย่าง ตัวอย่างเช่น ตัวละครเป็นกลุ่มเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ และมีตัวละครผู้ใหญ่เป็นผู้สั่งสอน รวมทั้งเน้นความน่ารักของเด็ก

แต่จุดที่แตกต่างก็มีเหมือนกัน เช่น “อรหันต์ซัมเมอร์” มีความโน้มเอียงที่จะมุ่งเร้าอารมณ์หวนอดีตมากกว่า

ถ้าถามว่าเรื่องไหนตัวผู้แสดงและตัวละครดูน่ารักกว่ากัน?

ผมคงตอบได้ไม่ยากว่า “ดรีมทีม” เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะเด็กในเรื่องดูเป็นเด็กเล็ก (กว่า)

นอกจากนั้น ความน่ารักของตัวละครใน “ดรีมทีม” ยังถูกทำให้มีชีวิตชีวา ด้วยการสนับสนุนของบทพ่อแม่ผู้ปกครอง

ส่วนใน “อรหันต์ซัมเมอร์” ดูเหมือนว่ามีส่วนนี้อยู่น้อย (ถึงแม้ว่าได้แสดงให้เห็นว่ามีความพยายามอยู่บ้าง)

เมื่อมองในแง่เรื่อง หรือ ประเด็นเรื่อง ผมคิดว่าหนังทั้ง 2 เรื่องนำเสนอประเด็นที่ชัดเจนพอๆ กัน

แต่เมื่อลงลึกในรายละเอียด เช่น ในแง่การลำดับประเด็น การแจกแจงความคิดของตัวละคร และการพัฒนาของเรื่องและตัวละคร “ดรีมทีม” ดูมีเส้นแนวของเรื่องและตัวละครที่คมชัดกว่า

อย่างกรณี “อรหันต์ซัมเมอร์” นั้น หนังเริ่มต้นด้วยการเน้นที่ชีวิตช่วงหนึ่งของเด็กเมื่อต้องบวชเป็นเณร แต่แล้วเรื่องเริ่มบานปลายกลายเป็นมีโจร มีผี แถมใช้เวลาค่อนข้างมากจนบดบังชีวิตการเป็นเณรเสียเกือบหมด

ในด้านหนึ่ง อาจจะมีการโต้แย้งได้ว่า การจับโจรและช่วยเหลือผีให้หลุดพ้นเป็นผลมาจากการบวช แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เห็นได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องมีฉากดังกล่าว

แต่ถ้ามองเฉพาะการเล่นตลกเพื่อเรียกเสียงหัวเราะโดยไม่สนใจเรื่องเส้นแนวเรื่อง ก็อาจจะเห็นได้ว่าฉากดังกล่าวพอจะมีดีอยู่บ้าง

ช่วงที่ตลกก็คือ เมื่อผีปรากฏตัวแล้วทางคนและเณรพยายามจะช่วยให้ผีพ้นทุกข์ จนมีประโยคแบบ “ไปดาวคะนองไม่เจอแล้วจะดับทุกข์ได้ยังไง” อะไรทำนองนั้น

ผมอยากตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมด้วยว่า ฉากผีคุยโต้ตอบกับคนนั้น น่าจะเป็น “แนวทางยอดนิยม” อย่างหนึ่งในหนังไทย เห็นได้ชัดเจนว่าเล่นตลกแบบนี้มาหลายเรื่อง และได้ผลดีเกือบทุกเรื่อง (หรืออาจจะทุกเรื่อง)

ในแง่ของการถ่ายทอดชีวิตของเณร ผมว่ามีน้อยไป นอกจากการเล่นซุกซน และการกินอาหารตอนดึก (ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้ยินกันมาก) น่าจะมีเรื่องอื่นๆ มากกว่านี้

ส่วนฉากอวยพรวันเกิดนั้น ก็เหมือนกับที่เห็นในหนังตัวอย่าง เป็นฉากที่พอใช้ได้ แต่ไม่ถึงขั้นเป็นฉากเด็ด

ถ้าถามความประทับใจ ผมชื่นชอบและประทับใจการถ่ายภาพมากกว่าเรื่องราวและตัวละคร

การถ่ายภาพทั้งภาพบุคคล ภาพสถานที่ (เช่น สะพาน วัด ห้อง) และภูมิประเทศ (แม่น้ำ ต้นไม้ ดอกไม้) ทำได้สวยงามและไม่แค่สวยเท่านั้น หากแต่ยังนำความรู้สึกไปสู่สิ่งที่ดีงาม ซึ่งสอดคล้องตามเนื้อหาของหนังที่ว่าด้วยแนวคิดทางพระ พุทธศาสนา

และตรงจุดนี้คือจุดเด่น (นอกเหนือจากประ เด็นเนื้อหาสาระ) ที่ดูโดดเด่นกว่า “ดรีมทีม” (ในขณะที่บางส่วนยังดูเป็นรองตามที่ได้กล่าวไป)

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในแง่สาระ ความสนุกสนาน งานฝีมือ และเจตนาของผู้สร้าง ผมคิดว่า “อรหันต์ซัมเมอร์” เป็นงานที่ดี แบบพอแนะนำได้เรื่องหนึ่ง

ผู้กำกับฯ – ภวัต พนังคศิริ
ผู้แสดง – ธัชพล ชุมดวง, ฉายนันทน์ มโนมัยสันติภาพ, อรุณ ภาวิไล, ยอดชาย เมฆสุวรรณ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์