The Other Boleyn Girl

Home / วิจารณ์หนัง / The Other Boleyn Girl

คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง
โดย ติสตู


หนังดราม่าที่เป็นงานรวมนักแสดงฝีมือดี ทั้ง นาตาลี พอร์ทแมน,สการ์เล็ตต์ โจฮานสัน,อีริค บานา และ คริสเตียน สก๊อต โธมัส ด้วยโปรดักชั่นที่ทำให้หน้าหนังดูเป็นงาน High Concept แต่เสียงวิจารณ์ที่ออกมาน่าผิดหวังพอสมควร โดยเฉพาะถ้าเปรียบกับชื่อเดียวกันนี้ในแบบฉบับนิยายอิงประวัติศาสตร์ด้วยแล้ว ใน The Other Boleyn Girl เวอร์ชั่นนิยายมีมิติที่ลุ่มลึกด้านตัวละครและเนื้อหามากกว่า

แม้จะพูดได้ว่าหนังสือสามารถถ่ายทอดผ่านตัวอักษรได้ถี่ถ้วนกว่า แต่เวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายกลับไม่สามารถเล่าเรื่องหรือตีความผ่านภาพได้อย่างมีมิติ ผลคือ The Other Boleyn Girl ฉบับภาพยนตร์ เป็นงานราบเรียบ และมีลักษณะของการ “รีบ” เล่าเรื่อง ทำให้ไม่จับกับอารมณ์ ความรู้สึกคนดู

The Other Boleyn Girl คือเรื่องเล่าอิงประวัติศาสตร์ในเชิงบันทึกถึง พี่น้องตระกูลโบลีนที่จบลงอย่างโศกนาฎกรรม ผู้ที่ติดตามเรื่องราวประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษย่อมคุ้นหูกับชื่อ “แอนน์ โบลีน” พระราชินีในพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ซึ่งเป็นชายาคนที่สอง จากการอภิเษกสมรส 6 ครั้งของพระเจ้าเฮนรี่ และแอนน์ โบลีนยังเป็นพระมารดาของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 1

หนังเปิดให้รู้จักครอบครัว “โบลีน” และพี่น้องสองสาว “แมรี่” (สการ์เล็ตต์ โจฮานสัน) และ “แอนน์” (นาตาลี พอร์ทแมน) หญิงสาวที่มีลักษณะนิสัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในฉบับนวนิยายโดยสำนักพิมพ์มติชน “มณฑานี ทรงเผ่า” ผู้แปล ได้ให้นิยามของสองสาวไว้ในคำโปรยว่า

หนึ่ง งาม อ่อนหวาน ช่างเอาใจ อีกหนึ่ง สวย คมคาย น่าค้นหา

ทว่าหญิงสาวทั้งสองต่างต้องเข้ามาอยู่ในวังวนของเส้นทางสู่ราชบัลลังก์ทิวดอร์ เมื่อพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 มีความสนใจในตัวสองพี่น้อง ด้วยความต้องการพระโอรสอย่างมาก ขณะที่พระราชินีแคทเทอรีนขณะนั้นไม่สามารถทรงให้กำเนิดพระโอรสได้ ตระกูลโบลีน จึงมีแผนการส่งบุตรสาวเข้าไปเป็นพระสนมพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 เริ่มจาก แอนน์ แต่เธอก็ไม่สามารถทำให้พระองค์รู้สึกหลงใหลได้ เมื่อมาพบกับแมรี่ พระองค์สะดุดในความอ่อนหวานแบบกุลสตรี กระทั่งแมรี่ได้เข้าเป็นพระสนมเอก

เวลาผ่านไป แอนน์เดินทางกลับจากฝรั่งเศส เธอเป็นสตรีที่มีบุคลิกผู้นำ ทะเยอทะยาน และมีเสน่ห์กว่าเดิม แน่นอนว่าย่อมเป็นที่สนใจของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 กระทั่งนำมาสู่เรื่องราววุ่นวายในรั้ววัง หักหลัง ชิงรักหักสวาทระหว่างพี่น้อง และจบลงอย่างโศกนาฎกรรมเสมือนถูกต้องคำสาป

The Other Boleyn Girl ทั้งฉบับภาพยนตร์และนิยายมิอาจใช้เป็นข้อเท็จจริงหรืออ้างอิงทางประวัติศาสตร์ได้ เพราะแม้จะมีแก่นฐานเรื่องจากประวัติศาสตร์ แต่ก็ได้ใส่เรื่องเล่า และเรื่องราวทำนองเสริมอรรถรส อีกทั้งในนิยายใช้การเล่าเรื่องด้วยสรรพนามบุรุษที่ 1 “ฉัน” ในที่นี้คือการเล่าเรื่องจากมุมมองเพียงด้านเดียวของ “แมรี่” และในทางการชิงรักหักสวาทเธอพ่ายแพ้ให้แก่แอนน์ที่ได้อภิเษกสมรสเป็นพระราชินีแห่งอังกฤษ ส่วนเวอร์ชั่นภาพยนตร์บทหนังได้ปรับเปลี่ยนเป็นการเล่าเรื่องไปตามเหตุการณ์ ไม่ผ่านการเล่าจากมุมใดมุมหนึ่ง

ขณะที่จุดอ่อนของหนังคือ การพยายามเล่าเรื่องรวบรัดรีบเร่ง และให้น้ำหนักเรื่องราวไปที่การชิงรักหักสวาทเป็นหลัก รวมทั้งให้มิติตัวละครหลักไม่สมจริงพอ ทำให้แทบไม่ได้เห็นว่าพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 และพี่น้องโบลีน มีความสัมพันธ์และมีความผูกพันอย่างไร อีกทั้งเรื่องราวในทำนองการพยายามเข้ามามีบทบาทต่อวังของแอนน์ ที่ถือเป็นผู้หนึ่งที่พยายามเข้ามาเปลี่ยนแปลงหลายเรื่องก็ถูกตัดทอนส่วนนี้ออกไป ทำให้เรื่องถูกเล่าอย่างแบนราบและมีบทสรุปอย่างแบนราบ

หากไม่ได้ดูเพื่อพิเคราะห์เชื่อมโยงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์นับว่าเป็นงานดราม่าย้อนยุคที่ดูได้เพื่อความบันเทิง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์