รัก/สาม/เศร้า

Home / วิจารณ์หนัง / รัก/สาม/เศร้า

คอลัมน์ หนังเด่น
กฤษดา


หนังเรื่องนี้มีจุดเด่น (อย่างแรก) ที่ชื่อเรื่อง โดยเป็นชื่อที่ทำให้สะดุดตาเมื่อได้เห็นและสะดุดหูเมื่อได้ยิน

ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อของหนัง (และยังไม่เห็นว่าเขียนอย่างไร) ผมเข้าใจว่าน่าจะเขียนว่า “รักสามเส้า” ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็อาจจะถือว่าตรงและธรรมดาไป

เมื่อได้เห็นชื่อที่เป็นตัวหนังสือ การใช้คำว่า “รัก/สาม/เศร้า” ทำให้รู้สึกเลยว่าเป็นชื่อที่สะดุดตาอย่างที่บอก

ในแง่มุมหนึ่ง หนังบอกความหมาย (จากการออกเสียง) ว่าเป็นเรื่องรักสามเส้า (เรื่องรักระหว่างหนึ่งชายกับสองหญิง) ซึ่งเป็นแบบแผนของโครงเรื่องยอดนิยมแบบหนึ่ง

ในอีกแง่มุมหนึ่ง การเขียนชื่อดังกล่าวยังทำให้ตีความได้อีกอย่างน้อย 2 ความหมาย

ความหมายแรก เป็นเรื่องรักสามเส้าที่เศร้า หรือเป็นเรื่องเศร้าของความรักสามเส้า

ความหมายที่สอง เป็นเรื่องรักของคนสามคน ที่คนทั้งสามต้องพบกับความเศร้า

นับได้ว่าเป็นหนังไทยที่มีชื่อโดดเด่น นอกจากจะสั้น จำง่าย สื่อความหมายถึงเรื่องและโครงเรื่องได้แล้ว ยังมีความหมายซ้อนทับให้ตีความได้อย่างหลากหลาย

จุดเด่นอย่างที่สองคือการเป็นหนังที่นำเสนอเรื่องรักร่วมสมัย ที่ไม่ค่อยถูกนำเสนอมากนัก นั่นคือ เรื่องรักที่มีตัวละครเป็นคนหนุ่มสาวในเมือง วัยต้นยี่สิบ ที่เพิ่งเรียนจบและเริ่มทำงาน ถ้าจำไม่ผิดในรอบ 5 ปี มีหนังที่นำเสนอเรื่องแบบนี้แทบนับจำนวนได้ด้วยนิ้วมือ (ถ้าให้นึกและเอ่ยชื่อทันที ผมนึกได้เรื่องเดียว คือ “เฟก โกหกทั้งเพ”)

เมื่อเข้ามาดูที่เรื่องราวในหนัง ต้องยอมรับว่าหนังมี “เรื่อง” ที่คนดูพอจะคาดเดาได้อยู่แล้ว (อย่างน้อยก็จากชื่อเรื่องและหนังตัวอย่าง) นอกจากนั้น หนังยังเริ่มต้นด้วยฉากที่ทำให้คนดูพอจะรู้ว่าใครเป็นอะไร ความสำคัญของ “โครงเรื่อง” ของเรื่องนี้จึงอาจมีความสำคัญน้อยกว่ารายละเอียดประกอบโครงเรื่อง (และของตัวละคร) บทสนทนาและการแสดง

ในส่วนของการสร้างรายละเอียดประกอบโครงเรื่อง ผมคิดว่าทางคนเขียนบททำได้ดี เช่น การกำหนดว่าตอนไหนที่จะให้ตัวละครทั้งสาม (หรือคนใดคนหนึ่ง) ได้รู้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์รักสามเส้า

ในส่วนของบทสนทนา บทสนทนาในหนังถูกเขียนขึ้นอย่างสั้น กระชับและตอบสนองต่อเป้าหมายในแง่ของการเล่าเรื่องได้ดี หลายฉากเป็นบทสนทนาที่คมและมีอารมณ์ขัน

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตเล็กน้อยว่า บางบทพูดออกจะ “หยาบ” และทำให้รู้สึกระคายเคืองได้ไม่น้อย

ประเด็นนี้ผมเข้าใจว่ามันอาจจะเป็นเรื่องของความเหมือนจริง (ผมได้ยินนักศึกษาและลูกศิษย์ที่เรียนจบ ใช้สรรพนามแบบที่ใช้ในหนังเป็นประจำ ทางผู้สร้างก็น่าจะคิดและมองด้วยกรอบประสบการณ์คล้ายกัน) แต่บางกรณี ผมว่าไม่ต้องเหมือนจริงไปเสียทั้งหมดก็ได้

ตัวอย่างเช่น ฉากหนึ่งที่ฝ่ายชายไปนั่งเฝ้าสาวที่เขารักแล้วโดนด่า (ผมไม่ขอยกตัวอย่าง) ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นคำด่าที่สะท้อนนิสัยตัวละครและสะท้อนอย่างเหมือนจริง (เพื่อนสนิทอาจจะด่ากันด้วยภาษา ด้วยถ้อยคำอย่างนั้น) แต่ผลข้างเคียงก็คือ ทำให้รู้สึกว่าตัวละครไม่น่ารักเลย

ผมไม่ได้มองด้วยกรอบทางด้านประเพณี วัฒนธรรม หรือมารยาท แต่มองในแง่ความรู้สึกที่คนดูจะมีต่อตัวละคร คนอื่นจะเกิดความรู้สึกเป็นลบต่อตัวละครหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ผมรู้สึก

ในส่วนของการแสดง ผู้แสดงทั้งสามทำงานได้ดี โดยเฉพาะผู้แสดงหญิง ผมคิดว่าฉากที่ทั้งคู่เข้าฉากด้วยกันเป็นฉากที่การแสดงมีผลกระทบทางด้านอารมณ์อย่างรุนแรง

สำหรับผม (และน่าจะรวมถึงคนดูอีกหลายคน) การได้ดู “รัก/สาม/เศร้า” ไม่ใช่เป็นแค่ความเพลิดเพลินจากการดูเรื่องรักสามเส้าที่มีบรรยากาศร่วมสมัย แต่ยังเป็นเหมือนการกระตุ้นความรู้สึกและความทรงจำเกี่ยวกับอดีต (ในช่วงหลังเรียนจบและเริ่มทำงาน) ได้อย่างดียิ่ง

ผู้กำกับฯ – ยุทธเลิศ สิปปภาค
ผู้แสดง – อารักษ์ อมรศุภศิริ, ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ, รัชวิน วงศ์วิริยะ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์