The Happening สิ่งที่ยังคงอยู่คือรัก

Home / วิจารณ์หนัง / The Happening สิ่งที่ยังคงอยู่คือรัก

คอลัมน์ อาทิตย์เธียเตอร์
โดย พล พะยาบ
www.aloneagain.bloggang.com


เพราะภัยคุกคามบางอย่างที่ลุกลามจากนิวยอร์กมาถึงฟิลาเดลเฟีย ทำให้เอลเลียตกับอัลม่าเดินทางออกนอกเมืองตามคำชวนของจูเลี่ยน เพื่อนสนิท

เอลเลียตรู้เพียงว่าภัยคุกคามดังกล่าวเริ่มต้นในสวนสาธารณะในนิวยอร์ก ผู้คนสูญสิ้นการรับรู้ ก่อนจะใช้วิธีการใดก็ได้เพื่อให้ตนเองเสียชีวิต

หลายฝ่ายเชื่อในเบื้องแรกว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการร้าย

ระหว่างทางบนรถไฟ ทุกคนต่างกังวลกระวนกระวาย ตื่นตระหนก คอยรับฟังข่าวอย่างใกล้ชิด บ้างติดต่อคนในครอบครัวที่อยู่ไกลกัน

มีเพียงอัลม่า ภรรยาของเอลเลียตที่ต้องรับโทรศัพท์จากโจอี้ เพื่อนร่วมงานซึ่งเธอเคยให้ความใกล้ชิดจนถึงกับต้องโกหกสามี

เป็นสายจากโจอี้ซึ่งโทรหาเธอตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดินทาง กระทั่งอัลม่าหัวเสีย บอกว่าเขาทำตัวเหมือนชู้มรณะในภาพยนตร์เรื่อง Fatal Attraction

ขณะที่ภัยบางอย่างกำลังคืบเคลื่อนคุกคาม…

อัลม่าก็กำลังโดนคุกคามจากใครบางคน

เมื่อจูเลี่ยนขาดการติดต่อกับภรรยา เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปตามหาโดยฝากเจส ลูกสาวตัวน้อยไว้กับเอลเลียตและอัลม่า

ในช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวของใครมากมายล้มหายตายจาก การเดินทางร่วมกันของเอลเลียต อัลม่า และเจส จึงราวกับเป็นครอบครัวหนึ่งซึ่งพยายามประคับประคองกันไปให้ได้

พวกเขาต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจากภัยคุกคามที่โอบล้อมและเคลื่อนเข้าใกล้ทุกขณะ

พร้อมกันนั้น สถานที่ต่างๆ หรือ “บ้าน” ที่พวกเขาผ่านพบได้สะท้อนถึงสภาพแท้จริงในปัจจุบันที่โอบล้อมพวกเขาอยู่เช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นบ้านซึ่งตกแต่งรูปลักษณ์สวยหรู แต่ไร้สิ้นชีวิตชีวา

บ้านซึ่งระอุความรุนแรงอยู่ภายใน

หรือ…บ้านแห่งความหวาดระแวงซึ่งเด็กพร้อมจะตกเป็นเครื่องรองรับอารมณ์

ทั้งหมดนี้ล้วนแต่ไม่ใช่ “บ้าน” อันเป็นองค์ประกอบของครอบครัวที่อบอุ่น

กระนั้น ท่ามกลางภัยคุกคามซึ่งรุกต้อนเข้ามาเรื่อยๆ

เอลเลียต อัลม่า และเจสจะประคับประคองกันไปจนพบ “บ้าน” ที่เหมาะสมของพวกเขาได้อย่างไร

สถานที่หนึ่งที่ทั้งสามผ่านพบและขอความช่วยเหลือเป็นบ้านเก่าแก่โดดเดี่ยวซึ่งมีหญิงชราอาศัยเพียงลำพัง

เธอเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านซึ่งมีอายุยืนยาวตั้งแต่สมัยค้าทาสให้แขกแปลกหน้าฟัง ว่านอกตัวบ้านไปไม่ไกลมีเรือนเล็กหลังหนึ่งเคยใช้เป็นที่หลบซ่อนของทาสที่หลบหนี

พิเศษตรงที่มีท่อเสียงเชื่อมระหว่างบ้านกับเรือนหลังดังกล่าว ใช้พูดคุยระหว่างกันได้ชัดเจนราวกับอยู่ในห้องเดียวกัน

วันรุ่งขึ้น เหตุการณ์บางอย่างทำให้เอลเลียตถูกขังอยู่ในบ้าน ส่วนอัลม่ากับเจสติดอยู่ในเรือนหลังเล็ก

ท่อเสียงโบราณจึงกลายเป็นอุปกรณ์พูดคุยระหว่างเอลเลียตกับอัลม่า

เป็นการพูดคุยทั้งที่อยู่ห่างกัน แทนที่อุปกรณ์ทันสมัยอย่างโทรศัพท์มือถือซึ่งใช้การไม่ได้โดยสิ้นเชิง

กระทั่งปราศจากการคุกคามจากใครบางคน

ทั้งสองคุยกันถึงวันออกเดทครั้งแรก คุยถึงแหวนแสดงอารมณ์ซึ่งเอลเลียตมอบให้อัลม่า และคุยกันว่าอารมณ์ใดคือสีใด

จนสุดท้ายอัลม่าถามขึ้นว่า…ความรักล่ะ สีอะไร

เหตุการณ์ “ความรักสีอะไร” เกิดขึ้นที่ “ชุมชนอรันเดล”

“อรันเดล” ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับ “สุสานอรันเดล” หรือ An Arundel Tomb บทกวีของ ฟิลิป ลาร์คิน (1922-1985) กวี-นักเขียนชาวอังกฤษ

บทกวีพรรณนาถึงสุสานยุคกลางในโบสถ์ชิเชสเตอร์ซึ่งมีรูปปั้นของ ริชาร์ด ฟิตซ์อลัน เอิร์ลแห่งอรันเดล นอนเคียงข้างกับเอเลนอร์ ภริยาคนที่สอง

รำพันถึงความรักที่ทั้งสองมีต่อกัน ก่อนจบวรรคสุดท้ายที่กลายเป็นวรรคทองว่า What will survive of us is love

ตีความโดยทั่วไปว่าความรักจะยังคงอยู่ แม้เมื่อชีวิตหาไม่

ณ ชุมชนอรันเดล บทสนทนาระหว่างเอลเลียตกับอัลม่าว่า “ความรักสีอะไร” ในห้วงเวลาที่ภัยคุกคามรุกเร้าอยู่ภายนอก

ราวกับกำลังนำไปสู่วรรคสุดท้ายของบทกวี

และนำไปสู่ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

…ที่ยังเต็มเปี่ยมด้วยรัก

ที่มาจากหนังสือพิมพ์