เฟรนด์ชิพ…เธอกับฉัน

Home / วิจารณ์หนัง / เฟรนด์ชิพ…เธอกับฉัน

ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
หนังจอกว้าง


ผมเคยได้ยินปัญหาที่เกิดกับ “เฟรนด์ชิพ…เธอกับฉัน” ก่อนหน้าที่หนังจะเข้าฉายมาพอสมควรครับ เท่าที่ทราบมาคร่าวๆ เดิมทีมีการวางตัวผู้กำกับไว้คือคุณ ‘เต๋’ ฉัตรชัย นาคสุริยะ แต่เกิดปัญหาความไม่เข้าใจกันบางอย่างในเรื่องการทำงานระหว่างโปรดิวเซอร์ ‘คุณเต๋’ จึงถอนตัวออกไปกลางคัน

ทั้งๆ ที่หนังถ่ายทำกันไปกว่าครึ่งเรื่อง จนต้องมีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับมาเป็นคุณ ‘เหลิม’ พัชนนท์ ธรรมจิรา ผู้กำกับ “โคลิค เด็กเห็นผี” แต่ดูเหมือนว่าข่าวคราวของปัญหาจะยังไม่จบ เพราะดูเหมือนมีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับอีกหลายครั้ง (มีข่าวไม่ยืนยันแจ้งว่า) คุณอาณัติ ยวงเงิน ผู้กำกับ “โคตรเพชฌฆาต” เข้ามารับหน้าที่นี้ต่อ หรือบางคิวมีการให้ผู้ช่วยขึ้นมากำกับแทน แต่ไม่ว่าจะเกิดปัญหามากน้อยแค่ไหน ท้ายที่สุด “เฟนด์ชิพ…เธอกับฉัน” ก็ถ่ายทำสำเร็จลุล่วง ออกฉายได้ในที่สุด

ปัญหาที่เกิดกับ “เฟรนด์ชิพฯ” สะท้อนออกมาให้เห็นในตัวหนังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ แม้จะมีการพยายามแก้ไขในขั้นตอนโพสต์โปรดักชั่น (Post Production-กระบวนการหลังการถ่ายทำ อาทิ ตัดต่อ, มิกซ์เสียง, เทคนิคพิเศษ, ทำแล็บ, แก้สี ฯลฯ) ไปพอสมควร แต่ถ้าหนังมีปัญหาในความต่อเนื่องจากการขาดผู้ควบคุมทิศทางอย่างที่หนังควรจะเป็นมาตั้งแต่ต้นทางของการถ่ายทำ ไม่ว่าผู้สร้างจะแก้ไขด้วยวิธีไหน ก็ไม่อาจเยียวยารอยแผลหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นได้ ไม่นับรวมบทหนังที่นอกจากเก่าและเชยแล้ว ยังมีปัญหาในการเล่าเรื่องอยู่พอสมควร

“เฟรนด์ชิพ…เธอกับฉัน” บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนนักเรียนชายชั้น ม.6 ที่ประกอบด้วย ‘สิงหา’ (“โอ้” มาริโอ เมาเร่อ) หนุ่มหล่อมีพ่อเป็นตำรวจ ‘ซ้ง’ (“แจ็ค” เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์) ลูกเจ้าของร้านโชห่วย มีฐานะ ‘จุดเด่น’ (“เอ้ก” คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์) หนุ่มเจ้าสำอาง ‘ป๋อง’ เด็กอารมณ์ดี แต่งมงายเรื่องผีสาง ทั้งสี่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับสองสาว ‘กานดา’ (“จูน” ภัทราภรณ์ พูนพิริยะพงศ์) สาวน้อยร่างเล็กเสียงดัง และ ‘แจ๊ด’ (“คำหล้า” ณัฏฐกันย์ ทยุตาจารุวิชญ์) สาวห้าวไม่กลัวใคร…เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในวันเปิดเทอมใหม่เมื่อนักเรียนชั้น ม.6 มีโอกาสได้ต้อนรับสมาชิกใหม่สองคนคือ ‘แหลม’ (“ทอป” จรณ สอโส) เด็กหนุ่มหน้าตาคมเข้ม ท่าทางเกเร และ ‘มิถุนา’ (“สายป่าน” อภิญญา สกุลเจริญสุข) สาวสวยเงียบขรึมผู้ที่ ‘สิงหา’ ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น และเพียรพยายามตามจีบเธอด้วยวิธีห่ามๆ แบบผู้ชาย ทั้งล้อเลียนว่าเป็นใบ้ หาว่าหยิ่งเพราะมีพ่อเป็นอธิบดี และตามแกล้งต่างๆ นานา จนกระทั่งพบความจริงอันน่าสะเทือนใจว่า ‘มิถุนา’ อยู่กับแม่ที่เป็นใบ้เพียงลำพังสองคน และใช้เวลาว่างดูแลผู้พิการในสถานสงเคราะห์

จากนั้นมาดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่งอกงามขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันสอบปิดภาคเรียนวันสุดท้ายมาถึง ทั้งคู่นัดแลกสมุดเฟรนด์ชิพกัน แต่ก็มีเหตุต้องคลาดเคลื่อน เนื่องจากพ่อของ ‘สิงหา’ ถูกย้ายราชการ แม่ของ ‘มิถุนา’ ต้องขายบ้าน…และทั้งคู่อาจจะไม่ได้เจอกันอีกตลอดไป จึงนัดพบกันอีกครั้งในวันประกาศผลสอบ แต่ก็มีเหตุให้ต้องพรากจากกันอีกครั้ง

นอกจากพล็อตเรื่องของ “เฟรนด์ชิพ…เธอกับฉัน” จะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่แล้ว รายละเอียดต่างๆ ยังดูเก่า เชย และอาจดูล้าสมัย แม้เหตุการณ์ในหนังจะย้อนกลับไปในปี 2530 ก็ตาม แต่บทสนทนา มุกตลกรวมทั้งฉากกุ๊กกิ๊กทั้งหลายที่ใส่เข้ามา เพื่อให้ดูมีกลิ่นอายของความเป็นหนังรักโรแมนติก กลับดูประดักประเดิด ขาดความเป็นธรรมชาติ หนำซ้ำจังหวะการตัดต่อของหนังเองก็ยังสับสนกับการเดินหน้าไปในทางของหนังรักชวนซาบซึ้ง ขณะเดียวกันก็พยายามเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนคู่ขนานกันไป แต่ทว่าสุดท้ายหนังกลับไปไม่ถึงทั้งสองฝั่ง ไม่นับรวมตัวละครที่ถือเป็นส่วนเกินเอามากๆ โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนตอนโต ที่มีทั้ง “เจ” เจตริน วรรธนะสิน (สิงหา) ยุทธนา บุญอ้อม (ซ้ง) กพล ทองพลับ (ป๋อง) วรุฒ วรธรรม (จุดเด่น) บุญญิตา งามศัพพศิลป์ (กานดา) และ ปุณยวีร์ สุขกุลวรเศรษฐ์ (แจ๊ด) ที่มีความสำคัญกับเรื่องจริงๆ ก็แค่ในซีเควนซ์สุดท้าย

ผมอนุมานเอาเองนะครับว่า ปัญหาโดยเฉพาะในเรื่องทิศทางของหนัง “เฟรนด์ชิพฯ” ดูล่องลอยเหมือนเรือไม่มีหางเสือแบบนี้ สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากการขาดกัปตันเรือ หรือผู้กำกับที่จะนำพานาวาลำนี้ไปสู่เส้นทางอย่างที่มันควรจะเป็น จริงอยู่ที่หนังนั้นมีพิมพ์เขียวสำคัญที่เรียกว่า ‘บทภาพยนตร์’ คอยกำหนดเรื่องราวให้ดำเนินไป แต่สิทธิ์ขาดในการตัดสินใจที่จะให้หนังทั้งเรื่องเดินไปในทิศทางไหน ขึ้นอยู่กับผู้กำกับเป็นสำคัญ เพราะฉะนั้นปัญหาที่เราเห็นได้ชัดในหนังเรื่องนี้ คืออาการแบบลักปิดลักเปิด กั๊กๆ ไม่ไปไหนสักทาง จะเอาเรื่องความรักเป็นที่ตั้งก็ให้น้ำหนักไม่มากพอ…ครั้นจะเล่ามิตรภาพของผองเพื่อนก็ยิ่งดูหลงทางไปไกล โชคดีที่หนังเรื่องนี้ได้นักแสดงที่เก่งในการบริหารเสน่ห์ ตั้งแต่ ‘สายป่าน’ ในบท ‘มิถุนา’ ที่เรื่องนี้เธอสามารถสลัดจริตจะก้านของสาวน้อยเจนโลกใน “พลอย” มาเป็นสาวใสที่ชวนให้ทะนุถนอม รวมทั้ง ‘มาริโอ’ ที่หนังเรื่องนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถทางการแสดงของเขาได้ในระดับหนึ่ง แม้ไม่เข้มข้นจริงจังเท่า “รักแห่งสยาม” แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ทำให้ ‘สิงหา’ ดูเป็นตัวละครที่มีมิติมากที่สุดในหนังเรื่องนี้ ไม่นับรวม ‘แจ็ค-แฟนฉัน’ ที่บท ‘ซ้ง’ นั้นดูจะเข้าทาง และความช่ำชอง กับการรับบทแบบนี้ของเขาก็ช่วยทำให้หนังมีชีวิตชีวาขึ้นอีกโข

ต้องบอกว่าน่าเสียดายมากๆ ครับ เพราะ “เฟรนด์ชิพ…เธอกับฉัน” ถือว่ามีข้อได้เปรียบสูงมากในการทำให้เป็นหนังรักชั้นดีดูสนุก ชวนซาบซึ้งประทับใจได้ไม่ยาก โดยเฉพาะถ้าได้มาเห็นการแสดงของเด็กๆ รุ่นใหม่ที่น่าจับตามองมากว่า อนาคตทางการแสดงของพวกเขานั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมเลยทีเดียว ลองถ้าพวกเขาได้อยู่ในหนังที่มีบทดีๆ และผู้กำกับที่จับทางของหนังถูก รับรองว่า ‘สายป่าน’ ‘มาริโอ’ ‘แจ็ค’ และ ‘จูน’ คือทรัพยากรชั้นดีที่น่าทะนุถนอมของหนังไทยครับ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์