คุยเรื่องปืนใหญ่

Home / วิจารณ์หนัง / คุยเรื่องปืนใหญ่

คอลัมน์ งานเป็นเงา
โดย ลำแข


ไม่ใช่ปืนใหญ่อะไรที่ไหน นอกจาก ปืนใหญ่จอมสลัด ของผู้กำกับ นนทรีย์ นิมิบุตร หนังซึ่งทั้งผู้ชมและนักวิจารณ์เห็นพ้องต้องกัน แทบจะเป็นเสียงเดียวว่า เสียดายที่ลงทุนไปมากไม่ว่ากำลังเงินและกำลังแรงงานนานาประเภท แต่น่าเสียดายที่เวลาหนังจำกัด จนงานขาดความลึกที่จะจูงใจคนดูไปตามเนื้อหาที่จำเป็น

ก็เลยอยากจะคุยด้วยตามประสาคนวงนอกที่อยากให้หนังประสบความสำเร็จกว่านี้เท่านั้น

ที่อยากรู้ก็คือ เมื่อคนเขียนเรื่องหรือทำบท วินทร์ เลียววาริณ ทำงานเสร็จแล้ว ทั้งคนเขียนและผู้กำกับน่าประเมินได้ว่า หนังเรื่องนี้ควรมีความยาวขนาดไหน

แน่นอน ปัญหาหลักของงานหนัง (ซึ่งความจริงก็เป็นปัญหาของเรื่องอื่นๆ ด้วยอีกหลายเรื่องนั่นแหละ) คือเงินทุนนั้น เป็นตัวบังคับอยู่กลายๆ แล้ว

แต่อยากจะถกด้วย (ทั้งๆ ที่สร้างจนลงโรงฉายไปแล้ว) ก็คือ ทำไมลงทุนได้ถึงขนาดที่เห็นอยู่ จึงไม่ยอมขยายเวลาออกไปอีกหน่อย อาจจะต้องเพิ่มทุนอีกจำนวนหนึ่งก็จริง แต่ก็เห็นความแตกต่างแน่ชัดอยู่แล้วว่า หากมีเวลาเพิ่ม ความซาบซึ้งในเนื้อหา หรือมิติที่ต้องการให้ผู้ชมจับใจนั้น ทำให้หนังสมบูรณ์ดีกว่าเวลาที่ถูกจำกัดอยู่แน่นอน

บางทีอาจคิดว่าหนังจะไม่ได้ลงโรงตามเวลาที่เป็นรอบมาตรฐาน เท่านั้นเท่านี้รอบต่อวัน

แต่เมื่อคำนึงถึงผลที่พอจะประเมินล่วงหน้าได้อยู่แล้ว คือหนังซึ่งลงทุนทำนองนี้ เรื่องราวซึ่งมีตัวละครมากมายอย่างนี้ หากไม่ได้เวลาที่เหมาะสม เรื่องก็จะถูกบีบรัดจนขาดความอิ่มเอม หรือขาดความรู้สึกร่วมเนื่องจากต้องเดินเหตุการณ์เร็วจนแทบไม่ได้อารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร

หรือบางรายละเอียดที่ต้องการก็ตกหล่นไป เช่น ความสำคัญของปืนใหญ่ก็ไม่ถูกชูให้สุดยอด ขณะรูปแบบการต่อสู้ก็กินเวลาไปเกินจำเป็น ฯลฯ

หนังใหญ่ที่ย้อนยุคอลังการซึ่งรายละเอียดเยอะเช่นนี้ มีตัวอย่างใกล้ๆ ให้เห็นก็ สุริโยไท ของ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ที่ตัวละครมากจนต้องเดินเรื่องฉับๆๆๆ ให้ทันเวลาฉาย ต่อเมื่อถึง พระนเรศวร จึงคลี่คลายให้หายใจหายคอเป็นเรื่องเป็นราวมีรสชาติได้

ถ้าตั้งใจอย่างนี้แต่แรก คือได้เวลาสักสองชั่วโมงครึ่งเป็นอย่างน้อย หนังของนนทรีย์เรื่องนี้ก็จะตรึงใจผู้ชมไปอีกนาน แถมทำหนังแผ่นออกมาขายให้เก็บได้สมใจอีก

ตอนนี้ ไม่รู้ว่าหนังถูกตัดไปมากน้อยแค่ไหน หรือทำได้พอเหมาะตามเวลาที่บทกำหนดโดยไม่เหลือเนื้ออื่นๆ ที่ต้องเอาออก ไม่อย่างนั้นถ้าเป็นอย่าง สุริโยไท ที่ดูในโรงก็ฉบับหนึ่ง แต่นอกโรงยังมีฉบับ ๕ ชั่วโมงให้ดูอีกก็แจ๋ว

จะได้ซื้อหนังแผ่นฉบับสองชั่วโมงครึ่งหรือสามชั่วโมงดูอีกรอบให้อิ่มไปเลย

ที่มาจากหนังสือพิมพ์