Revolutionary Road ถนนแห่งการหลีกหนี หนทางพ้นกับดัก

Home / วิจารณ์หนัง / Revolutionary Road ถนนแห่งการหลีกหนี หนทางพ้นกับดัก

มันน่าประหลาดอยู่เหมือนกัน ถ้ามานึกถึงว่าเมื่อเราตอนเป็นเด็กทุกอย่างดูจะเป็นไปได้ มีชีวิตชีวาเหมือนจะเป็น เจ้าครองโลกได้ แบบเดียวกับที่ แจ๊ค ดอว์สัน พระเอกใน ไททานิค ตะโกนโหวกเหวกอยู่ตรงหัวเรือ แต่เมื่อเวลามาถึงเราก็เริ่มค้นพบว่าเราไม่ได้เป็นอะไรอย่างนั้นเลยสักนิด เอาเข้าจริงเรากลับ “ว่างเปล่า”

เป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่าไม่รู้ที่พระ-นาง จาก ไททานิค อย่าง ลีโอนาโด ดิคาปริโอ กับ เคต วินสเลต กลับมาเจอกันในหนังโศกนาฏกรรมชีวิตคู่สุดจะกดดันเรื่องนี้ ซึ่งกำกับฯโดยผู้กำกับฯอย่าง แซม เมนเดส ซึ่งเคยกำกับฯหนังทำนองนี้มาก่อนอย่างเรื่อง อเมริกันบิวตี้, โรดทู เพอร์ดิชั่น และ จาร์เฮด ซึ่งว่าด้วยความว่างเปล่าในชีวิตพอๆ กัน แต่แตกต่างในรายละเอียดอื่นๆ

เดอะ รีโวลูชั่นนารี่ โร้ด เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของ แฟรงค์-เอพริล วิลเลอร์ คู่สามี-ภรรยาหนุ่มสาว ยุค ค.ศ.1950 ทั้งคู่มีลูกน่ารักสองคน มีบ้านแถมชานเมืองหลังน่ารัก เอพริล เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก ดูแลครอบครัว แฟรงค์ ทำงานในบริษัทใหญ่มั่นคง ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบตามแบบแผนสำเร็จรูปของการมีชีวิต แต่น่าประหลาดที่คนทั้งคู่กลับรู้สึกว่างเปล่า ไม่มีความสุขในชีวิต

ลึกๆ แล้ว เอพริล ต้องการจะเป็นนักแสดงแต่เธอไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนแฟรงค์นั้นไม่ได้อยากทำงานประจำที่น่าเบื่อและไม่มีคุณค่าอย่างการคิดคำโฆษณาบนใบปลิวขายสินค้า ซึ่งพ่อเขาเคยทำมาก่อน ทั้งคู่ต่างรู้สึกเหมือนติดอยู่ในชีวิตที่ตัวเองไม่ต้องการและไม่มีความสุข

จนวันหนึ่ง เอพริล คิดจะเริ่มต้นใหม่ด้วยการให้ครอบครัวย้ายไปอยู่ปารีส เมืองที่แฟรงค์เคยไปสมัยสงครามโลกแล้วเล่าให้เธอฟัง โดยเธอวาดฝันว่าจะไปเริ่มชีวิตใหม่ในสิ่งแวดล้อมใหม่ เธอจะทำงานเลขานุการในองค์กรระหว่างประเทศสักองค์กร แล้วปล่อยให้แฟรงค์ค้นหาความต้องการจริงๆ ในชีวิตแล้วชีวิตที่หน้าเบื่อของทั้งคู่ก็จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

หนังค่อยๆ ลอกเปลือกเปลือยตัวละครทั้งทีละนิดจากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตของทั้งคู่ ตั้งแต่เริ่มจีบกันในงานปาร์ตี้ ผ่านการพูดคุยในวงอาหาร ในรถ ในวงเหล้า ฯลฯ น่าประหลาดที่ความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่อง ตั้งอยู่บนเรื่องอย่างการโกหกเพื่อปลุกปลอบแต่ทำให้อึดอัด และทุ่มความจริงใส่หน้าเวลาทะเลาะให้เจ็บปวด จนไม่รู้ว่าแบบไหนที่ดีกว่ากันความจริงหรือความลวง

จอห์น กิฟวิ่ง ตัวละครประสาทหน่อยๆ ลูกของ เฮเลน กิฟวิ่ง นายหน้าค้าบ้านของทั้งคู่ ดูจะเป็นคนประสาทคาดเดาไม่ได้แต่กลับดูเหมือนจะเข้าใจและมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทะลุปรุโปรง และก็เป็นคนเดียวในเรื่องที่พูดเรื่องที่คิดออกมาตรงๆ “ไร้หวังและว่างเปล่า คนอาจจะมองเห็นความว่างเปล่า แต่ต้องใช้ความกล้ามากทีเดียวที่จะเห็นมันว่าไร้หวัง” จอห์นพูดขึ้นเมื่อพบกับ แฟรงค์ และ เอพริล ครั้งแรกเมื่อทั้งสามกำลังเดินเล่นคุยถึงแผนการย้านไปปารีส ในป่าหลังบ้าน หลังจากที่จอห์นเริ่มออกอาการรั่วๆ

สุดท้ายไม่ใครก็ใครต่างติดกับดัก ไม่ว่ามันจะมีอยู่มาก่อนแล้ว หรือมันเพิ่งเกิดขึ้นทุกคนต่างทุกทรมาน

หนังออกจะหนักและหนืดอยู่ไม่น้อย ด้วยเรื่องที่ต้องการสื่อนั้นละเอีอดอ่อนและเปราะบางมาก ทั้งยังดำเนินในจังหวะที่เนิบนาบ ขณะเดียวกัน ก็มีไคลแมกซ์ที่กดดันและยาวนานมากๆ พอกัน อย่าไปแปลกใจว่าดาราในเรื่องหรือหนังเอกจะเป็นหนึ่งในตัวเก็งรางวัลต่างๆ ในปีนี้ก็ด้วยส่วนผสมต่างๆ เหล่านี้นี่เอง

ตอนท้าย เฮเลน นายหน้าค้าบ้าน กับสามี นั่งเม้าธ์ถึงข้อเสียของครอบครัววีลเลอร์อย่างนั้นอย่างนี้ สามีชราของเธอค่อยๆ ปิดเสียงเครื่องช่วยฟังจนเงียบสนิทแล้วตั้งใจฟัง

นี่อาจจะเป็นหนทางหลีกหนีของจริง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์