A Moment in June ณ ขณะรัก

Home / วิจารณ์หนัง / A Moment in June ณ ขณะรัก

คอลัมน์ หนังเด่น
กฤษดา

ผมอยากเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงชื่อของหนังเรื่องนี้ ผมคิดว่าหนังมีชื่อภาษาไทยที่ไพเราะและมีความหมายสอดคล้องกับเรื่องราว น่าเสียดายที่ชื่อภาษาไทยถูกใช้เหมือนกับ (หรือทำให้รู้สึก) ว่าเป็นชื่อรอง โดยชื่อหลักเป็นภาษาอังกฤษ

การใช้ชื่อภาษาอังกฤษเป็นชื่อหลักอาจจะทำให้ดูเป็น “นานาชาติ” แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงเหมือนกัน เป็นไปได้ว่าอาจจะทำให้คนดูประเภท “เดินผ่าน” เดินแล้วผ่านไปเลยจริงๆ (ถึงแม้รูปลักษณ์ของหนังอาจจะไม่ได้เน้นกลุ่มคนดูประเภทนี้ก็ตาม) และเป็นไปได้เหมือนกันที่บางคนคิดว่าเป็นหนังต่างประเทศ

อีกประเด็นหนึ่งซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกล่าวถึงนั่นคือหนังนำเสนอความสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศ

เนื้อหาดังกล่าวอาจเป็นแรงดึงดูดให้คนดูบางกลุ่มตัดสินใจดู แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเป็นของแสลงสำหรับคนดูจำนวนหนึ่ง จึงขอเตือนว่าหนังนำเสนอภาพที่อาจทำให้รู้สึกแสลงตา (เลย “รักแห่งสยาม” แต่ยังไม่ถึง “เพื่อนกูรักมึงว่ะ”) โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจชม

เมื่อมองเฉพาะความเป็นหนัง ผมคิดว่า “ณ ขณะรัก” เป็นงานที่มีแนวคิดดี โดยเรื่องราวหลักเรื่องหนึ่งในหนังเป็นการแสดงละครเวทีและเรื่องราวบนเวทีละครนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของตัวละครในหนัง

ด้วยการนำเสนอดังกล่าว บางขณะ คนดูอาจจะต้องแยกระหว่างเรื่องราวในหนังกับเรื่องราวบนเวทีละคร และบางขณะก็อาจต้องนำทั้งสองส่วนมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน

และที่สำคัญ การแยกกับการนำมาเชื่อมต่อนั้นเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องยุ่งยากและซับซ้อนอย่างที่มันน่าจะเป็น

จึงอาจจะกล่าวได้ว่าผู้กำกับฯ สามารถนำเสนอสิ่งที่ค่อนข้างซับซ้อนและมีโอกาสอย่างมากที่จะไม่ราบรื่น ให้ออกมากลมกลืนและดูไม่ยาก

อีกอย่างที่ต้องชมก็คือการที่ต้องกำกับทั้งการแสดงของนักแสดงในหนังและการแสดงของนักแสดงที่อยู่บนเวทีละครซึ่งซ้อนอยู่ในหนัง โดยเฉพาะในส่วนของการเลือกเน้น การลงน้ำหนักและสไตล์การแสดง ซึ่งผมเห็นว่าต้องใช้ทักษะทางด้านการกำกับการแสดงมากเป็นพิเศษ

เท่าที่ดู ผู้กำกับฯ ก็ทำงานตรงส่วนนี้ได้ดี อาจมีบ้างที่การแสดงของผู้แสดงบางคน (ชาคริต กับ นภัสกร) ออกมาเกินเลยเป็นแบบละครมากเกินไป ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นเจตนาหรือว่าลงน้ำหนักไม่พอดี

เมื่อมองไปที่การใช้เพลงประกอบ คนดูที่เป็นนักฟังเพลงรุ่นลุงป้าตายายจะได้ฟัง “ท่าฉลอม” (ร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร) กันอย่างจุใจ สำหรับคนดูรุ่นหลัง ขอแนะนำสั้นๆ ว่าเป็นเพลงดังเพลงหนึ่งของ ชรินทร์ นันทนาคร เคียงข้างกับเพลงอย่าง “อาลัยรัก” และ “เรือนแพ”

อย่างไรก็ตาม การนำเสนอในบางช่วงบางจังหวะอาจทำให้หนังเข้าไปใกล้กับละครเพลง และดูจงใจให้เป็น เมโลดราม่ามากๆ จนเกินไป

อีกประเด็นที่อยากตั้งข้อสังเกต ก็คือการเป็นหนังที่เล่าเรื่องความรักของตัวละครวัยกลางคน (แสดงโดย เดือนเต็ม สาลิตุล และ สุเชาว์ พงษ์วิไล) ซึ่งน่าจะเป็นของที่หาดูได้ยากอย่างหนึ่งในหนังไทยปัจจุบัน

“ณ ขณะรัก” เป็นผลงานกำกับของ ณัฐพล วงศ์ตรีเนตรกุล ผู้มีชื่อเสียงมาจากการทำหนังสั้น โดยผลงานหนังสั้นเรื่องหนึ่งของ ณัฐพล ได้รับการเผยแพร่ในงานเทศกาลหนังนานาชาติมากกว่า 60 งาน และได้รางวัลมาหลายรางวัล

ส่วน “ณ ขณะรัก” ก็ได้ไปฉายในงานเทศกาลหนังนานาชาติหลายงาน ทั้งที่เกาหลีใต้ (เทศกาลหนังปูซาน) และอินเดีย รวมถึงเทศกาลภาพยนตร์โลกกรุงเทพฯ

หลายคนได้เห็นหนังตัวอย่าง ภาพประกอบและรับรู้ข้อมูลบางส่วนอาจจะอยากรู้อยู่ 2-3 ประเด็น อาทิ จริงๆ แล้วเป็นหนังแนวไหน? เป็นหนังเกย์หรือไม่? เหมือนงานของ หว่อง การ์ไว หรือเปล่า?

แม้ในหนังมีเรื่องราวของตัวละครคู่หนึ่ง ซึ่งเป็นเกย์ แต่คงไม่สามารถเรียกว่าเป็นหนังเกย์เต็มตัว โดยลักษณะการนำเสนอแล้ว หนังมีความโน้มเอียงไปทางเมโลดราม่า (การประทับตราว่าเป็นเมโลดราม่าก็อาจทำให้เกิดภาพที่ดูโบราณได้) และอาจมีบางส่วนคล้ายกับงานของ หว่อง การ์ไว แต่คงไม่ถึงขั้นเหมือน

โดยรวมแล้วเป็นงานที่แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และเป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การสื่อสารผ่านภาพยนตร์สามารถทำได้หลายรูปแบบ

และหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นอีกตัวอย่างของงานสร้างสรรค์ที่ผมสามารถเขียนสรรเสริญได้โดยที่ไม่มีความรู้สึกชอบ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์