Recount เหนือกว่าความขัดแย้ง

Home / วิจารณ์หนัง / Recount เหนือกว่าความขัดแย้ง

 

คอลัมน์ อาทิตย์เธียเตอร์
โดย พล พะยาบ
http://aloneagain.bloggang.com

หนังรวมนักแสดงฝีมือดีเรื่องนี้อาจไม่เป็นที่รู้จักนักเนื่องจากไม่ใช่หนังโรงทั่วไป แต่เป็นหนังที่สร้างสำหรับฉายทางโทรทัศน์ ตอนแรกผู้เขียนเองก็เคยผ่านตาแค่ชื่อหนังจากการเข้าชิงรางวัลเอ็มมี่และลูกโลกทองคำหลายสาขาแต่ไม่รู้รายละเอียดมากกว่านั้น

กระทั่งบังเอิญได้ดูทางช่องเอชบีโอเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา พบว่าหนังทั้งสนุกและดีมากๆ ฉะนั้น ถ้าเห็นเรื่องนี้กลับมาฉายเมื่อไหร่ แนะนำว่าห้ามพลาด

Recount กำกับฯโดย เจย์ โรช ออกฉายทางช่องเอชบีโอ (สหรัฐ) เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2008 เป็นหนังการเมืองเต็มตัวจากเหตุการณ์จริงเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาปี 2000 ระหว่าง จอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งรีพับลิกัน กับ อัล กอร์ แห่งเดโมแครต ซึ่งเกิดกรณีวุ่นวายเรื่องผลการนับคะแนนในรัฐฟลอริดา

ที่มาที่ไปของกรณีดังกล่าวมาจากผลการเลือกตั้งที่สูสีกันมาตลอดทั่วประเทศ กระทั่งผลการเลือกตั้งในฟลอริดาซึ่งมีคณะผู้เลือกตั้ง 25 เสียง จะเป็นเครื่องชี้วัดว่าผู้สมัครคนใดได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ แต่ปรากฏว่าผลคะแนนที่เลือกบุชเฉือนคะแนนของกอร์ไม่กี่ร้อยคะแนนจนต้องมีการนับคะแนนกันใหม่

หนังเริ่มต้นตั้งแต่คืนเลือกตั้งซึ่งผลคะแนนในรัฐฟลอริดายังพลิกไปพลิกมา ข่าวโทรทัศน์ประกาศชัยชนะให้กอร์ ไม่นานจากนั้นกลับเปลี่ยนเป็นบุช เมื่อทุกสถานีโทรทัศน์รายงานผลตรงกันผู้แพ้อย่างกอร์จึงโทรศัพท์ไปแสดงความยินดีต่อบุช แต่ก่อนที่กอร์จะขึ้นกล่าวยอมรับความพ่ายแพ้ต่อผู้ให้การสนับสนุน ทีมงานได้ห้ามเอาไว้เพื่อแจ้งว่าผลการเลือกตั้งยังไม่ได้ข้อยุติ

คณะทำงานของกอร์นำโดย รอน เคลน (เควิน สเปซีย์) ร้องต่อศาลสูงฟลอริดาให้นับคะแนนใหม่ โดยเน้นไปที่เขตเลือกตั้ง 3-4 แห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ของเดโมแครต และมีปัญหาสารพัดเรื่องบัตรลงคะแนน วิธีการลงคะแนน และเครื่องนับคะแนนอัตโนมัติ จึงต้องการให้นับคะแนนใหม่ด้วยมือ

ขณะที่ฝ่ายรีพับลิกันนำทีมโดยอดีตรัฐมนตรีเจมส์ เบเกอร์ (ทอม วิลคินสัน) หาทางขัดขวางกระบวนการนับคะแนนของเดโมแครตไม่ให้เสร็จทันเส้นตายที่กฎหมายกำหนดไว้เบื้องต้น โดยมี แคเธอรีน แฮร์ริส (ลอรา เดิร์น) เลขาธิการรัฐฟลอริดา (Secretary of State of Florida) ซึ่งมีหน้าที่รับรองและประกาศผลการเลือกตั้งเป็นคนของรีพับลิกันคอยยืนกรานว่าไม่สามารถยืดเส้นตายออกไปได้

การขับเคี่ยวเฉือนคมทั้งรุก-รับกันไปมาระหว่างสองฝ่ายมีรายละเอียดอีกมากที่ไม่สามารถเล่าได้หมด กระทั่งศาลสูงสุดของสหรัฐมีมติให้ยุติการนับคะแนนใหม่ ผลคะแนนซึ่งเฉือนกันเพียง 537 เสียง จึงส่งให้สหรัฐได้ประธานาธิบคนที่ 43 ชื่อ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช

การที่หนังเล่าเรื่องราวโดยอิงจากฝ่ายเดโมแครตย่อมไม่อาจหนีพ้นข้อกังขาเรื่องความเอนเอียง อย่างน้อย เควิน สเปซีย์ ซึ่งรับบทนำก็เป็นเดโมแครตเต็มตัวและเป็นเพื่อนกับอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน อย่างไรก็ตาม หากมองพ้นเรื่องฝักฝ่ายแล้วดูตำแหน่งที่เหมาะสมซึ่งหนังควรนำเสนอในการเล่าเรื่องราวนี้ การเล่าเรื่องจากฝั่งเดโมแครตย่อมมีผลต่อความรู้สึกของผู้ชมมากกว่า เนื่องจากผู้ชมรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นผู้ชนะ

สถานะของผู้ตกเป็นรองอย่างเดโมแครตเมื่อสามารถต่อสู้อย่างเบียดเสียดสูสีกับฝ่ายรีพับลิกันซึ่งถือไพ่เหนือกว่า ซ้ำในบางช่วงเดโมแครตสามารถเป็นฝ่ายรุกและล้ำหน้า อารมณ์ความรู้สึกร่วมของผู้ชมย่อมมีมากเป็นธรรมดา

สถานะเป็นต่อ-เป็นรองถูกนำเสนอให้เห็นความแตกต่างชัดเจนด้วยหัวหน้าทีมเดโมแครตอย่าง รอน เคลน ไม่ได้มีตำแหน่งมั่นคงในขณะนั้น ทั้งยังเคยถูกปลดออกจากทีมหาเสียงของกอร์ การขับเคี่ยวกับรีพับลิกันในครั้งนี้ก็ไม่ได้รับการหนุนหลังอย่างเต็มที่ ขณะที่ฝ่ายรีพับลิกันมีหัวหน้าทีมเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีคลังและรัฐมนตรีต่างประเทศผู้สูงทั้งอาวุโสและความเฉลียวฉลาด

ความแตกต่างยังสื่อผ่านสถานที่ที่แต่ละฝ่ายใช้เป็นฐานบัญชาการ โดยเดโมแครตเลือกประชุมลับในห้องเช่าเล็กๆ และมีออฟฟิศขนาดไม่กว้างขวางนักเป็นที่ทำงาน ส่วนรีพับลิกันมีห้องประชุมโอ่โถงและออฟฟิศที่พร้อมสรรพด้วยอุปกรณ์และทีมงาน

การเล่าเรื่องโดยอิงจากฝ่ายเดโมแครตนอกจากจะเหมาะสมต่อการสร้างอารมณ์ร่วมแล้ว ช่วงเวลาที่หนังฉายเป็นปีสุดท้ายของ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ซึ่งคะแนนนิยมตกต่ำสุดขีดจากปัญหามากมายที่บุชสร้างไว้ตลอดสองสมัย คำถามที่เคลนถามเบเกอร์ในฉากสุดท้ายว่าแน่ใจหรือไม่ว่าช่วยคนเป็นประธานาธิบดีได้ถูกคนแล้ว จึงเหมือนตั้งใจเหน็บบุช พร้อมกับชี้ว่าชัยชนะของรีพับลิกันที่ฟลอริดาคือจุดเริ่มแห่งปัญหามากมายในทุกวันนี้

แม้จะเป็นหนังการเมืองที่มีลักษณะเฉพาะ รวมทั้งเต็มไปด้วยบทสนทนาเกี่ยวกับข้อกฎหมายแต่หนังเข้าใจง่ายและดูสนุกมากๆ (อาจต้องรู้พื้นฐานการเมืองสหรัฐบ้าง) ฉากการชิงไหวชิงพริบ ต่อสู้กันด้วยสมองโดยใช้กฎหมายเป็นอาวุธหลัก เสริมด้วยเกมใต้ดินในบางจังหวะ ต่างฝ่ายต่างผลัดกันได้เปรียบและเพลี่ยงพล้ำ ทำให้หนังเดินหน้าอย่างมีพลังและน่าติดตามทุกนาที

ความยอดเยี่ยมของหนังยังรวมถึงการแสดงอันโดดเด่นของสเปซีย์ในบทเคลน วิลคินสันในบทเบเกอร์ รวมทั้งนักแสดงร่วมอย่าง เดนิส เลียรี, จอห์น เฮิร์ต, บ๊อบ บาลาบาน และที่ต้องชมเป็นพิเศษคือ ลอรา เดิร์น ในบทแคเธอรีน แฮร์ริส ซึ่งส่งให้เธอคว้ารางวัลลูกโลกทองคำในที่สุด

จุดที่ต้องกล่าวถึงคือ เหตุการณ์ความวุ่นวายที่ฟลอริดาแม้จะเป็นความขัดแย้งหรือการต่อสู้กันที่ค่อนข้างเข้มข้นรุนแรงระหว่างสองพรรคการเมือง แต่ข้อยุติของความขัดแย้งดังกล่าวจบลงด้วยมติของศาลสูงสุดซึ่งมีเหตุผลแนบท้ายว่า “เพื่อรักษาระบบและรัฐธรรมนูญ…”

ใช่เพียงถ้อยความของศาลสูงสุดที่ปรากฏในช่วงท้ายของหนัง แต่ผู้ชมจะได้เห็นตัวละครแต่ละฝ่ายอ้างถึงหลักการประชาธิปไตย ระบบการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญ และความเป็นชาติอยู่เสมอ นั่นหมายความว่าถึงพวกเขาจะต่อสู้กันรุนแรงเพียงใดก็ไม่อาจละเลยหรือไม่คำนึงถึงองค์ประกอบสำคัญที่เป็นหลักให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นชาติมหาอำนาจจนทุกวันนี้

เหนือความขัดแย้งย่อมมีสิ่งสำคัญยิ่งกว่า แต่ดูเหมือนว่าใครบางคนไม่เคยมองพ้นจากตนเอง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

ดูหนังตัวอย่างหน่อย