เอ็กซ์เม็น ออริจิน วูลฟ์เวอรีน : ถึงกลายพันธุ์ก็ยังเป็นคน

Home / วิจารณ์หนัง / เอ็กซ์เม็น ออริจิน วูลฟ์เวอรีน : ถึงกลายพันธุ์ก็ยังเป็นคน

คล้ายจะกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว เมื่อหนังภาคต่อลุกขึ้นมาเล่าเรื่องราวแต่หนหลังของตัวเอง หลังจากเห็นตัวอย่างความสำเร็จจากหนังมหากาพย์อย่าง”สตาร์วอร์ส”

แต่กรณีนี้จะใช้ได้ผลจริงๆ เมื่อหนังเรื่องที่ว่ามีแฟนคลับเหนียวแน่นรวมถึงประเด็นให้ต่อยอดได้ และหนังแนวไซไฟ-แอ๊คชั่น อย่าง”เอ็กซ์เม็น” ที่สร้างมาจากการ์ตูนชุดสุดฮิตของมาร์เวลล์ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งในนั้น

เพราะแม้ในภาค “เดอะ ลาสต์แสตนด์” จะดูคล้ายกับเป็นบทสรุปของบรรดามนุษย์กลายพันธุ์ แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ค้างคาใจคนดูอยู่ โดยเฉพาะความลึกลับของมิวแทนท์แววตาเศร้าที่แสดงพลังอย่างบ้าระห่ำผ่านกรงเล็บคมกริบตลอดเวลา ซึ่งนิตยสารวิซาร์ดยกให้เป็นอันดับ 1 ของตัวละครในการ์ตูนที่ได้รับความนิยมตลอดกาลเมื่อปี 2008 อย่าง “วูลฟ์เวอรีน”(ฮิวจ์ แจ็กแมน) ทั้งที่ปรากฏตัวครั้งแรกหลังจากที่รุ่นพี่ในเอ็กซ์เม็นคนอื่นฮิตนำหน้าไปหลายปี

“เสน่ห์จากความเร้นลับนี้ เลยทำให้ไม่แปลกใจที่เอ็กซ์เม็นภาคสี่จะเกิดขึ้น โดยยกวูลฟ์เวอรีนให้เป็นพระเอกเต็มตัว”

ราว ค.ศ.1900 เด็กน้อยคนหนึ่งต้องเจอบางเหตุการณ์เลวร้ายที่ปลุกพลังเหนือมนุษย์ของตัวเองให้ตื่นอย่างฉับพลัน และความพิเศษนั้นทำให้ทุกห้วงของแต่ละวินาทีที่ผ่านไม่ว่าจะกี่ร้อยปีต้องตกอยู่ในความทรมานและสับสน โดยเฉพาะความกลัวจากการไม่รู้แม้แต่ว่าตัวเองเป็น”สัตว์”หรือ”มนุษย์”

“และในวันที่ความกลัวเดินทางเคียงคู่มากับการบีบคั้นจากสภาวะรอบข้าง การ(จำเป็นต้อง) ตัดสินใจจึงเกิดขึ้น”

จะว่าไปแล้วพล็อตเรื่องแบบถูกบีบคั้นเลยต้องลงมือทำอะไรสักอย่างนี้ เป็นพล็อตคุ้นๆ ที่เห็นได้ตามหนังแอ๊คชั่น แต่มนุษย์กลายพันธุ์อย่างเอ็กซ์เม็นมีบางอย่างที่แตกต่างจากซุปเปอร์ฮีโร่ทั่วไป เพราะขณะที่ฮีโร่คนอื่นคือสีขาวสะอาด แต่มนุษย์กลายพันธุ์กลุ่มนี้กลับมีสีขุ่นๆ เป็นเสมือนตัวประหลาด ควรจับมาเป็นตัวทดลองเพื่อสร้างอาวุธที่มีชีวิตและมีอานุภาพระดับขีปนาวุธ แต่ถ้าไม่เป็นตามแผนหนทางเดียวที่ทำได้คือกำจัดทิ้ง

จริงอยู่ที่ 3 ภาคแรกจะมีการสอดแทรกประเด็นพวกนี้อยู่บ้าง แต่ก็แฝงอยู่ในภาพรวมของคำว่า “ยอมรับความแตกต่าง” ที่ก็เป็นส่วนย่อยของฉากแอ๊คชั่นสุดมันส์อยู่ดี

ทว่าในภาคย้อนกลับนั้น หันไปเล่นประเด็นของความรู้สึกและสร้างให้เกิดมุมมองที่ว่ามนุษย์กลายพันธุ์ก็เป็นมนุษย์ที่ไม่แตกต่างใครอื่น มีทั้งหัวใจ ความรัก และความรู้สึกอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าจุดไคลแมกซ์จะยังไม่สามารถสร้างอารมณ์ให้พีคได้อย่างสุดสุดจนเข้าใจถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในใจของวูลฟ์เวอรีนได้ก็ตาม แต่น้ำหนักในจุดขายอย่างฉากแอ๊คชั่นก็ค่อนข้างสมดุลกับอารมณ์ในความเป็นมนุษย์ของตัวละคร

“เพราะงั้นถ้าใช้บรรทัดฐานของภาคที่ผ่านมามาวัด จนคิดจะมาสนุกกับการปะทะของพลังอย่างเดียวละก็อาจจะผิดหวังได้ แต่ถ้าดูไม่ยึดติดกับฉากแอ๊คชั่นให้มากมาย เอ็กซ์เม็น ออริจิน วูลฟ์เวอรีน ก็เป็นหนังแอ๊คชั่นที่ผสานความเป็นดราม่าได้อย่างลงตัวเรื่องหนึ่งทีเดียว”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์