ดูกันอะยาง อีส้ม สมหวัง

Home / วิจารณ์หนัง / ดูกันอะยาง อีส้ม สมหวัง

poster_som2_01

ไม่ผิดหวังกับ อีส้ม สมหวัง ในภาค2? ที่สามารถเข้าใจได้ง่ายเพราะเนื้อเรื่องไม่ได้ต่อเนื่องกันแต่เป็นการอาศัยโครงเรื่องเดิมมาปะติดปะต่อกันนิดหน่อย อาจจะเป็นเพราะว่าผู้กำกับคงไม่อยากให้คนดูลืม “พี่แอ๊ว ” หรือ” ยอดรัก สลักใจ ” ที่เป็นหัวหน้าวงในภาคที่เเล้ว

เนื้อเรื่องตามบทนั้นก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สามารถจับต้องได้ในชีวิตจริง ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงๆในชีวิตครอบครัวในปัจจุบัน เพราะในสังคมปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องปกติ ไปแล้วเหรอ!!! ที่อยากดังแล้วต้องทิ้งครอบครัวหรือต้องสร้างภาพอย่างนั้นเอง? เหอๆ

ช่วงแรกของหนังนั้นก็โชว์มุข ขำขันเป็นไปตามกระบวนยุคแรกๆของโครงเรื่องทั่วไปเพื่อเป็นการเปิดฉากของหนัง แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือคู่ของ ชมพู่และน้าค่อม ซึ่งในภาค2 นี้เขาทั้งคู่ได้มาเล่นเป็นผัวเมียละเหี่ยใจที่สร้างเสียงหัวเราะได้ตลอดเวลาเลยทีเดียว

จุดเริ่มต้นของหนังมาจากการที่วงแตกเพราะว่าหัวหน้าวง? “พี่แอ๊ว ” หรือ” ยอดรัก สลักใจ ” ได้เสียชีวิตไปแล้ว? ซึ่งอีส้มและสมหวังก็ได้แต่งงานกันจึงทำให้ตัวละครมีการพัฒนาในการดำเนินชีวิตที่ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น? ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้อีส้ม และสมหวัง ต้องการที่จะมีการพัฒนาของชีวิตคู่และตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อตามฝันที่จะเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง เหมือนหัวหน้าวง ” ยอดรัก สลักใจ ”

เรื่องนี้ได้นักร้องรับเชิญ มาสร้างความคึกคักได้ดีทีเดียว โดยมี ไผ่ ผงศธร มากับเพลงที่ดังทั่วบ้านทั่วเมือง “คนบ้านเดียวกัน ” และนักร้องสาวตั๊กแตน ชลดา กับบทเพลงที่รู้จักกันดี ” ไม่ใช่เเฟนทำแทนไม่ได้ ”

หลังจากที่เข้ากรุงเทพได้ไม่นาน สมหวัง ก็ได้งานทำเป็นนักร้องในคาเฟ่ ส่วนอีส้มไม่ได้งานอะไรเป็นแม่บ้าน แต่แล้วความที่เคยเป็นคนไม่ค่อยมี ใช้ชีวิตเรียบง่ายต้องมาศีลแตกเพราะเจอเเสง สี เสียง ในเมืองกรุง ก็ทำให้สมหวังเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เพราะว่ามีแม่ยกใจป้ำซื้อนู่นนี่นั้น มาบำเรอสมหวังจนทำให้การดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายกลับกลายเป็คนที่ฟุ้งเฟ้อกว่าสมหวังจะเริ่มรู้ตัวก็เกือบสายไปแล้ว
เพราะสิ่งเหล่านี้เองจึงทำให้สมหวังเข้าใจแล้วว่า เขา กับ ส้ม นั้น คือสิ่งที่มาเติมเต็มให้กันและกันในยามที่เขาอ้างว้างและเดียวดาย นั้นคือ คำว่า ” ครอบครัวและคนรัก ”

สิ่งที่ไม่อยากให้คาดหวังเลยคือ ใครที่อยากดู อีส้ม “กบ สุวนันท์ ” ใส่ชุดแดนเซอร์ เต้นบนเวทีอย่างภาค1นั้น คงจะผิดคาดไปเลยเดียเชียวจากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วก็ทำให้กลับมาคิดได้ว่า คำว่า “การให้อภัยไม่ใช่เพราะโง่? แต่เพราะรักต่างหาก? “ยังใช้ได้เสมอ

โดย aya