จีจ้า ดื้อมอมดุ

Home / วิจารณ์หนัง / จีจ้า ดื้อมอมดุ

จีจ้า ดื้อสวยดุ

* บทความนี้ เปิดเผยเนื้อหาบางส่วน นิดนึง

แว่วแรกที่ได้ยินว่า จีจ้า นางเอกหนังแอ๊คชั่นของยุค จะปรับเปลี่ยนมาเล่นแนวรักโรแมนติค โดยผู้กำกับที่หายจากงานกำกับไปนานอย่าง ราเชนทร์ ลิ้มตระกูล ก็ตกใจนิดๆ ว่าจีจ้า เปลี่ยนแนวตั้งแต่เรื่องที่สองเลยเหรอ

แว่บสอง เราเห็นหนัง จูบ ของ ผู้กำกับ ราเชนทร์ แล้วเราก็อึ้งไปกับมัน คือ เราจำได้เพียงว่า เขาเป็นผู้กำกับหนังรักในตำนาน โลกทั้งใบ ให้นายคนเดียว แนวรักๆ ซึ้งๆ

แว่บสาม เราเห็น จีจ้ามาในลุ๊คส์ใหม่ ตัดผม ลบภาพเด็กแบ๊วเกาหลี มาแบบ เฉี่ยว เปรี้ยว ดูซ่าๆ แถมยังควงพระเอก คาซู นักบู๊ลีลา จากต่างประเทศ เราชักได้กลิ่นทะแม่งทะแม่ง

และแว่บต่อๆมา ตัวอย่างหนังเอย ภาพนิ่งเอย ข่าวนู่นนี่นั่น เรามองไม่เห็นเลยว่า มันเป็นหนังรักโรแมนติค สักนิด นี่มันก็แอ๊คชั่นออกจีนๆยุคเก่า และดูไม่ต่างจาก หนังผู้กำกับคนก่อน

แล้วก็ถึงเวลาได้เข้าไปพิสูจน์กับตาตัวเอง ว่าเรื่องใหม่ของจีจ้า ต่างจากหนังเรื่องก่อนตรงไหน หนังเป็น wide screen จอกว้างครับ ถ้าไปดูในโรง จะเห็นตัวอย่าง ฝันโคตรโคตร หนังรักเรื่องที่สามของ พิง ลำพระเพลิง? น่าดูจัง ถ้าคุณชอบ โคตรรักเอ็งเลย

เปิดเรื่องมา เราก็พบกับความเปลี่ยวเหงาของวัยรุ่นอย่างดื้อ (จีจ้า) จีจ้าเสียงแปร๋นทั้งเรื่อง เรื่องนี้พูดเยอะ (พูดน้อยก็ว่าไม่พูด พูดเยอะก็ว่าเสียงแปร๋น เอาใจยากเนอะ) โดนที่บ้านทิ้งให้อยู่ลำพัง แฟนก็มีหญิงใหม่, โดนเฉดหัวออกจากวงเพราะดันทำซ่าขณะเล่นดนตรีกับเพื่อนๆ ผ่านช่วงชีช้ำ ดื้อก็ทิ้งตัวลงนอนกลางทุ่งหญ้า “หนูโดนหลอกอีกแล้ว คุณพ่อ เมื่อไหร่จะมาเอาหนูไปอยู่ด้วย” พลางมองเมฆที่ผันทรงแล้วเศร้าในชะตาตนเอง

ความเปลี่ยวเหงา ไร้เพื่อนเข้าใจ ทำให้ต้องพึ่งพาของมึนเมา จนเป็นเหตุให้เข้าไปสู่สายตาของขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งหวังจะลักพาสาวๆที่มีลักษณะพิเศษอย่างดื้อ ไปทำอะไรสักอย่าง แต่ก็เคราะห์ดี ที่ ขี้สนิม (คาซู) มาช่วยเอาไว้ได้ ซึ่งก็เปิดโอกาสให้เป็นฉากแอ๊คชั่น ระหว่างเหล่าร้ายที่ใส่ madhop(รองเท้าทรงสปริงยาวๆ ที่ใส่แล้วจะโดดได้สูง) มาโชว์สเต็ป และด้วยลักษณะของสถานที่ ก็ทำให้แชมป์มาร์เชี่ยลทริคส์อาร์ทอย่างคาซู โชว์ลีลาพาดโผด กระโดดไปกระโดดมา (หากคุณชอบหนังแนวกระโดดไปกระโดดมา แนะนำหนัง B13 district นะครับ) ซึ่ง ก็เท่จริง แต่ถ้าถอดออกแล้วมาช่วยรุมต่อยพระเอก น่าจะมีชัยกว่านี้ แต่ใส่แหละ ดีแล้ว เท่กว่า

ตามสเตป ก็ต้องช่วยเหลือได้ ดื้อก็เลยซึ้งในพระคุณ และอาจจะมีอะไรลึกกว่านั้น ดูจากสายตาที่พบเห็นคาซูมาช่วยตอนไม่เหลือใครแล้ว แล้วยิ่งรู้ถึงเบื้องลึกของขบวนการร้าย จึงขอฝากตัวเป็นศิษย์ เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือกันได้ โดยมี ขี้หมูและขี้หมาขาแดนซ์ เพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ที่จะแก้แค้นขบวนการร้าย ที่มีส่วนในการทำให้ชีวิตของแต่ละคนเว้าแหว่ง ซึ่งระหว่างการฝึก เมรัยยุทธ์ ต้องมีการดื่มเหล้า จึงจะเข้าถึงแก่นของวิชา ซึ่งยินดีด้วย ที่ผู้ใหญ่เข้าใจว่า มันเป็นหนัง การกินเหล้าเพื่อฝึกวิชาให้แข็งแกร่ง มันเป็นเพียงหนังที่สมมติขึ้นมา ไม่ได้แปลว่าส่งเสริมการดื่ม แต่หวังว่าตอนฉายลงทีวีหรือลงแผ่น คงไม่โดนเบลอฉากขวดเหล้า เพราะขวดแต่และใบ ไม่บอกว่าเป็นของมึนเมา เราก็ไม่รู้หรอก หลากสีไปหมด

เอาหล่ะ ฝึกวิชาแบบเร่งรัด ได้โอกาสโชว์ลีลา โชว์สเตปคิวบู๊ ในโลเกชั่นริมทะเลที่แสนจะชิล และนางเอกเราก็เก่งได้ในเวลาไม่นาน(เลยแฮะ) จนสามารถไปซัดเหล่าร้ายได้สบายๆ ก็เหลิงแหละ ตามประสาเด็กเพิ่งจบหลักสูตร คาซูเลยสาระแน ทดสอบดื้อซะหน่อย จนทำให้ดื้อเข้าใจแล้วว่า ตัวเองยังแข็งแกร่งไม่พอ สุดท้าย เศร้า เครียด กินเหล้า แล้วก็มาขอแก้มือ (ฉากแอ๊คชั่นสว่างๆบนชายหาด ดูสบายตาดี) จนมองเห็นจุดหมายเดียวกัน มีฉากโรแมนติคเข้ามานิดๆ แอบเห็นจีจ้าแอ๊บแบ๊ว

*** เริ่มสปอยแล้วครับ

ครึ่งหลังของเรื่อง กล่าวถึงเป้าหมายของขบวนการจับเด็กสาว และดื้ออาสาเป็นเหยื่อล่อ เพื่อให้ทีม จะได้เข้าไปจับตัวการได้ (ความสนุกเริ่มเสียที) เนื้อเรื่องเริ่มพิลึกขึ้น เหตุที่จับเหยื่อ เพราะสาวๆบางคนมีกลิ่นกาย สารฟิโรโมน (CGฉากกลิ่นฟีโรโมน ซู้ดดดด) เพื่อนำไปสกัดเป็นน้ำหอมสุดพิเศษ ดื้อพลาดจนได้ โดนจับไปยังฐานลับชั้นใต้ดินสุดลึก (ซิตี้ออฟเอ็มเบอร์? แถมฉากห้องเก็บน้ำหอมที่นึกว่าคงเดชมาช่วยเขียนบท) มีฉากแอบโชว์เนื้อหนังนิดหน่อย แล้วดื้อก็บ้าเลือด ซัดกันแหลกที่ใต้ดินแบบมอมแมมกันไปทั่ว ส่วนฉากผาดโผนที่เล่นกับสภาพของสถานที่ ตัวร้ายของขบวนการร้ายที่…เอ่อ เยอะมาก มีสามคน (คงตายหมดไปเยอะ ตั้งแต่ครึ่งเรื่องแรก) ยังดีนะ ที่ยังพอเก่งบ้าง ซึ่งฉาก ปะทะกันแบบตัวๆ เน้นๆหลังๆนี่แหละครับ คือสิ่งที่ผมอยากเห็น ส่วนที่จีจ้าโดนเตะหน้า ก้านคอ ก็ไม่ถึงกับสะใจ รอตั้งนาน ซัดกันแค่นี้ น่าสงสารน้อยกว่าที่โดนในช๊อคโกแลต

สรุปรวมๆแล้ว ก็เหมือนเป็นหนังรวมฉากไฮไลท์ โชว์ลีลา สเตป คิวบู๊การต่อสู้ (ที่พยายามจะให้แตกต่าง และใหม่กว่าเรื่องก่อนๆ)? ซึ่งไม่ได้อิงอะไรกับเนื้อหาที่จริงจังมากนัก สร้างสถานการณ์และสถานที่เพื่อจะได้โชว์ฉากบู๊? ส่วนเรื่องโรแมนติค ผมนึกตามไม่ออกจริงๆ โรแมนติคของผู้กำกับราเชนทร์คงมีความหมายอื่น และความสำคัญของแต่ละตัวละคร ก็มีเพียงผิวเผิน ขนาดตัวละครหลักเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าทำไมดื้อถึงเปลี่ยวเหงาได้ขนาดนั้น (ไม่มีพ่อแม่,ไม่มีเพื่อน,ไม่มีแฟน เท่านั้นเองหรือ) และท่าที่จะฮิตต่อไปคือท่า หนูไม่ฟัง เอามือสองข้างปิดหู ชูศอก แล้วก็ ย๊ากๆๆๆๆๆ และสุดท้าย ตอนจบที่ทำอึ้ง นิ่งไปเลย

6.5 / 10 ครับ ถ้าเทียบกับช๊อคโกแลต ชอบเรื่องนั้นมากกว่า (-.5จบอึ้ง, +1ไคล์แมกซ์มันส์เหนื่อย, -1ครึ่งแรกที่หาว, -.5เนื้อหาพิลึกไม่เชื่อ)

โดย Tyler