ทุกคนล้วนใช้ชีวิตอยู่ในกล่อง

Home / วิจารณ์หนัง / ทุกคนล้วนใช้ชีวิตอยู่ในกล่อง

สมัยเด็กใครเคยมีวิถีชีวิตแบบนี้บ้าง – ตื่นนอน อาบน้ำ กินข้าว ไปเรียน โตมาหน่อยก็ตื่นนอน อาบน้ำ กินข้าว ไปทำงาน วนเวียนกันเป็นวัฏจักรอยู่อย่างนี้เป็นวันเป็นเดือนเป็นปี เหมือนเราติดอยู่ในกล่องที่เรียกว่า สังคม ถ้าใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็ โลกใบนี้ ซึ่งนักวิทยาศาตร์บอกว่ากำลังจะแตก (แต่ไม่รู้เมื่อไหร่อ่ะนะ)

ที่พูดมาข้างต้นไม่ใช่ว่าจะปลง หรืออะไรหรอก เพราะยังติดอยู่กับกิเลสที่มันยังคงยั่วยวนอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่เพราะเราได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่อง The Box ที่มี “คาเมรอน ดิอาซ” นักแสดงสาวมากฝีมือที่เพิ่งผ่านตาเราไปเรื่อง My Sister’s Keeper ที่รับบทเป็นแม่ผู้กำลังจะสูญเสียลูกสาวไปกับโรคมะเร็งในกระแสเลือด และ “เจมส์ มาร์สเด็น” ที่มีผลงานหลายเรื่องเหมือนกัน อย่าง 27 Dresses, Hairspray, X-Men: The Last Stand, Zoolander เป็นต้น นับว่าเป็นการจับคู่ดาราที่มีผลงาน และเปี่ยมไปด้วยคุณภาพในการแสดง ได้อย่างชาญฉลาด ถึงแม้ว่าในการแสดงรู้สึกว่า คาเมรอน ดีอาซ ดูจะแสดงได้ลึกกว่าก็ตาม

ก่อนอื่นคงต้องมาอ่านเรื่องราวคร่าวของหนังกันก่อนว่าเป็นยังไง

2009_the_box_008

(ข้อมูลต่อไปนี้อาจเปิดเผยเรื่องราวของหนัง)

นอร์มา (คาเมร่อน ดิแอซ) และ อาเธอร์ ลูอิส (เจมส์ มาร์สเดน) 2 สามีภรรยาที่ใช้ชีวิตอยู่นอกเมือง ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 1 คน และแล้ววันหนึ่งเมื่อพวกเขาได้รับกล่องไม้ปริศนามาเป็นของขวัญ ทั้งคู่ก็เริ่มเห็นสัญญาณอันตราย พร้อมกับการปรากฏของชายลึกลับผู้ให้สัญญาว่าจะมอบเงิน 1 ล้านที่อยู่ในกล่องใบนั้นให้พวกเขาเป็นของขวัญ หากพวกเขาเพียงแค่กดปุ่มเปิดมัน

แต่ทว่าในการกดปุ่มแต่ละครั้งของพวกเขา จะทำให้คนคนหนึ่งบนโลกใบนี้ที่พวกเขาไม่รู้จักเสียชีวิตลง และพวกเขามีเวลาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น ในการตัดสินใจและครอบครองกล่องไม้ปริศนาใบนั้น

ทั้งนอร์มา และ อาเธอร์ ต้องต่อสู้กับศีลธรรมภายในจิตใจว่าจะกดปุ่มเพื่อรับเงิน หรือเลือกที่จะช่วยชีวิตผู้อื่น.

จากเรื่องราวที่ได้อ่านไป ถ้าหากคุณคือคนที่กำลังต้องการเงิน เพราะมีภาระที่ใช้เงินแบบชักหน้าไม่ถึงหลัง ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน เราคิดว่าคุณคงจะเลือกกดปุ่มในทันที (เพราะเราก็คิดอย่างนั้น) ส่วนผลที่จะตามมาก็คือเมื่อเรากดปุ่มนี้ไป จะมีคนที่เราไม่รู้จักตาย 1 คน (เราก็คิดแบบเห็นแก่ตัวอีกแหละว่า ก็คนๆนั้นเราไม่รู้จัก จะแคร์ทำไม?)

แต่สำหรับเรื่องนี้ ความตายของคนไม่รู้จัก มันกำลังจะกลับกลายเป็นวัฏจักร ทำให้เราต้องพบจุดจบในท้ายที่สุดด้วยเช่นเดียวกัน แล้วครอบครัวลูอิสจะตัดสินใจอย่างไร? งานนี้คงต้องยกความดีให้กับคนเขียนบทที่แฝงแนวคิดปรัชญาลึกๆให้เราได้คิดตามกันด้วย ประกอบกับเรื่องราวที่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตคนทุกคนที่ต้องสวมบทเป็นมนุษย์เงินเดือน

แต่ก็ยังมีส่วนที่ต้องบอกกล่าวกันนิดหน่อย เพราะค่อนข้างเป็นหนังที่ดำเนินเรื่องได้เชื่องช้า และขาดความเร้าใจ คาดว่าคนเขียนบทคงมีทั้งจินตนาการและศีลธรรมในตัวอยู่อย่างลึกล้ำ ทำให้คนดูค่อนข้างเข้าใจลำบากไปสักหน่อย

ในเรื่อง The Box มีจุดเริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมดมาจาก “การตัดสินใจ” ซึ่งมีทางเลือก 2 ทาง คือ กดปุ่ม ได้เงินล้านดอลล์มาอยู่ในมือ แต่ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง รอวันที่เราจะกลายเป็นคนไม่รู้จักของใครซักคนที่ได้รับกล่องไม้ปริศนาใบนี้เช่นกัน หรือ ไม่กดปุ่มและปฏิเสธเงินล้าน

ได้ยินคำว่าเงินล้าน เป็นใครก็ต้องตาโตกันทั้งนั้น ซึ่งในเรื่องนี้เค้าพยายามนำเสนอให้เราดูอยู่ 2 ทางเช่นกันคือ ความละโมบ กับศีลธรรม ถ้าคุณเลือกเอาความละโมบ ชีวิตคุณก็จะไม่สงบสุข เพราะได้เงินมาโดยสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น และรอให้กงเกวียนกรรมเกวียนหมุนกงล้อกลับมาโดนตัวเอง? แต่ถ้าคุณเลือกศีลธรรม คุณก็เหมือนได้ยึดหลักพระพุทธศาสนาที่สอนให้เราเดินทางสายกลาง ไม่ทุกข์ ไม่โศก ไม่เสียดาย ชีวิตก็จะเป็นสุข

บทสรุปสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณจะกระโดดออกมานอกกล่อง หลุดจากวังวนกิเลสต่างๆ ที่ล่อตา ล่อใจคุณอยู่ได้หรือไม่? แต่เราคงไม่สามารถที่จะกระโดดออกจากกล่องที่เรียกว่า สังคม ที่เรียกว่า โลก ได้ เพราะเรายังคงมีความรัก ยังคงมีความโลภ โกรธ หลง อยู่ในตัว

ข้อดีข้องเรื่อง The Box หนังที่แฝงปรัชญาให้ได้คิดทบทวน, นักแสดงทั้งหลักและเสริม ล้วนทำหน้าที่ของตนเองได้เป็นอย่างดี, สเปเชี่ยลเอฟเฟกซ์ที่สรรสร้างด้วยความตั้งใจ น่าตื่นตากับฉากน้ำที่ลูอิสสามีถูกดูดกลืนอยู่กลางอากาศ อยู่เหนือลูอิสภรรยา และหน้าตาของบุรุษลึกลับที่เดินทางมามอบทางเลือกที่ไม่น่าภิรมย์ให้กับสองสามีภรรยาลูิอิส

แต่ข้อตำหนิของเรื่องก็มี ก็คงเป็นเรื่องที่ได้พูดกันไปแล้ว ถ้าเป็นหนังอินดี้คงให้คะแนนเกือบเต็ม แต่สำหรับหนังที่หวังตลาดก็ให้ได้แค่ 2.5 ดาว น่าเสียดายที่มีนักแสดงมากฝีมือมาอยู่ด้วยแล้วแต่เรื่องบทมันไปไม่ไหวจริงๆ

บทวิจารณ์โดย ซายากะ โฮล์มส์-ดอยล์