2 พี่น้องบลูม ผู้ร่ายมนต์เสน่ห์เล่ห์กลของการลวงหลอก

Home / วิจารณ์หนัง / 2 พี่น้องบลูม ผู้ร่ายมนต์เสน่ห์เล่ห์กลของการลวงหลอก

Untitled-1

The Brothers Bloom (พี่น้องบลูม รวมกันตุ๋นจุ้นละมุน) ปรากฎการณ์ความมหัศจรรย์เกิดขึ้นอีกครั้งกับงานหนังที่มีกลิ่นอาย และโทนสีใกล้เคียงกับภาพยนตร์เรื่อง “Life is Beautiful” เป็นภาพยนตร์ที่ถือได้ว่ามองโลกในแง่ดี หากเปรียบ โรแบร์โต เบนินี่ ที่รับบทเป็น กุยโด ในเรื่อง Life is Beautiful กับ สตีเฟ่น บทพี่ชายในเรื่อง The Brothers Bloom ที่รับบทโดย มาร์ค รัฟเฟโล จะเห็นได้ว่าเป็น 2 เรื่อง 2 บทบาท ที่มีธีมหลักเดียวกัน นั่นคือ “การมองโลกในแง่ดี”

Untitled-2

ที่เรามองว่าบทบาทของทั้งคู่นั้นมองโลกในแง่ดีก็เพราะ กุยโดจ าก Life is Beautiful เป็นพ่อชาวยิวสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พยายามบอกกล่าวให้แก่ลูกชายของตนเกี่ยวกับสงครามครั้งนี้ว่า มันคือ “เกม” เพื่อไม่ให้ลูกชายกลัว (ถือว่าเป็นภาพยนตร์คุณภาพที่ควรหามาดู) ส่วน สตีเฟ่น ในเรื่อง The Brothers Bloom ถึงแม้ในเรื่องจะเป็นนักต้มตุ๋นลวงโลก แต่เขาก็ได้พยายามทำทุกวิถีทางเช่นเดียวกับ กุยโด ในการนำพาเขาและน้องไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า

(บทความต่อไปนี้ อาจเปิดเผยเรื่องราวของภาพยนตร์)

หนังเปิดเรื่องมาโดยพูดถึงชีวิตสมัยวัยเยาของ 2 พี่น้องตระกูลบลูม ที่ต้องอยู่กันอย่างโดดเดี่ยวเนื่องจากไร้ซึ่งพ่อและแม่ พวกเขาถูกส่งตัวไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และถูกรับไปเป็นบุตรบุญธรรมของบ้านแล้วบ้านเล่า แต่ก็อยู่ได้ไม่ยืด ในส่วนนี้หนังนำเสนอได้แบบน่ารัก น่าชัง สามารถสื่อให้คนดูรู้ถึงความสามารถของบลูมว่าเป็นอัจฉริยะบุคคล ทั้งพี่และน้อง นั่นคือ สตีเฟ่น บลูม มีความสามารถในการแต่งเรื่อง และวางแผนการต่างๆ เพื่อให้น้องชาย บลูม สวมบทบาทการแสดงตามเรื่องราวตามที่เขาแต่งในชีวิตจริง และนี่คือที่มาของ 2 นักตุ๋นที่ขึ้นทำเนียบโจรระดับ 5 ดาว ซึ่งรับบทโดย เอเดรียน โบรดี้ นักแสดงชายรางวัลออสการ์จาก The Pianist (2002) และ มาร์ค รัฟเฟโล นักแสดงที่ได้รับรางวัล Lucille Award สาขานักแสดงชายยอดเยี่ยมจากเรื่อง This is Our Youth

การเดินเรื่องจากภาคไร้เดียงสา มาสู่วัยผู้ใหญ่ ต้องชมเชยจากใจจริงว่าทำได้อย่างดี มีการใช้เสียงพากย์เพื่อชักจูงผู้ชมให้เตรียมพบกับพี่น้องบลูมอีกภาคหนึ่งได้แบบลื่นไหล มีการใช้กราฟฟิกบ้าง แต่ดูไม่ขัดตา และในส่วนภาคผู้ใหญ่นี้เองที่ชักนำให้พวกเขามาพบกับนางเอกของเรื่อง ราเชล ไวซ์ พร้อมเปิดตัวนักแสดงสาวจากแดนอาทิตย์อุทัย?? ริงโกะ คิคูชิ (หรือชื่อเดิมว่ายูริโกะ)? ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ และลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในปี 2006? จากเรื่อง BABEL? ในบท แบงแบง สาวพูดน้อย แต่มีความสามารถในการทำระเบิดทุกชนิด? โดยยังมีการแทรกมุกขำขำไว้ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าภาพจะถ่ายออกมาในแนวอุ่นๆ แต่หนังก็ยังสามารถแทรกความน่าดูสบายอารมณ์ไว้ได้อย่างดี

เพเนโลปี้ รับบทโดย ราเชล ไวซ์ นักแสดงหญิงรางวัลออสการ์จาก The Constant Gardener (2005) อีกหนึ่งตัวละครที่เราไม่พูดถึงไม่ได้ ในเรื่องเจ้าหล่อนมีความสามารถ ในแบบที่เราต้องเรียกเธอว่า “ขั้นเทพ”? เพราะในเรื่อง เธอสูญเสียพ่อและแม่ ผู้ซึ่งทิ้งมรดกมหาศาลเอาไว้ให้? เพเนโลปี้ ไม่เคยออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน (เอ! หรือคฤหาสถ์หว่า?)? เธอจึงกลายมาเป็นเป้าหมายหลักในการตุ๋นของ 2 พี่น้องบลูม

แต่ถ้าคิดว่า เพเนโลปี้ หมูในอวยล่ะก็ คิดผิดซะแล้ว เพราะเธอเพียงแต่อ่านหนังสือ ศึกษาตำรา จนสามารถประดิษฐ์กล้องรูเช็มได้จากแตงโมผลเดียว หรือแม้แต่การโชว์ความสามารถในการแสดงมายากล เธอก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน อีกทั้งเจ้าหล่อนยังสามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ได้ในแบบที่นักสืบยังต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน และ บลูม คนน้องก็ได้มาพบกับความสามารถขั้นเทพนี้ของเธอในครั้งที่ 2 และแทบทุกๆ ครั้งที่ทั้ง 2 ได้้พบกัน จนถึงกับต้องทั้งอึ้ง ทั้งทึ่ง ในความสามารถที่เธอมีเลยทีเดียว..

ที่เอ่ยถึงเพเนโลปี้ ก็เพราะว่า ราเชล ไวซ์ นักแสดงสาวผู้รับบทบาทนี้ เธอช่างมีความสามารถ เธอสามารถแสดงวิธีการต่างๆ ได้ในแบบที่ทำให้คนดูเชื่อว่าเธอทำได้จริง (ของจริงไม่ได้ต้มตุ๋น หรือลวงหลอกอย่างการแสดงของนักแสดงหลายๆเรื่องที่เคยผ่านตา)

แต่ไม่ว่าเธอจะฉลาดอย่างไร เธอก็ยังขาดความเฉลียว? สตีเฟ่น จึงสามารถวางแผนการณ์ต่างๆ จูงให้ เพเนโลปี้ ต้องกลายมาเป็นเป้าหมายหลักแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว และแล้วเรื่องราวก็ดำเนินไปตามวิถีทางของการต้มตุ๋น เล่ห์ กล มนต์ เสน่ห์ ถูกบรรจงร้อยเรียง ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ที่พูดได้เลยว่า เรื่องนี้มีของ และเป็นของจริง

4.5 ดาว สำหรับหนังเรื่องนี้ที่มีทั้งความสนุก เบาสมอง และความฉลาดในเวลาเดียวกัน ผนวกกับการใช้สี กราฟฟิก เรื่องเล่า ที่คล้องจองกลมกลืนกันได้เป็นอย่างดี ถ้าเปรียบกับกาแฟ คงเป็นกาแฟที่มีฟองนมนุ่มละมุนลิ้นให้ลิ้มลอง

บทวิจารณ์โดย ซายากะ โฮมส์-ดอยล์