VINYAN : หนังสนองตัณหาอะไรบางอย่าง

Home / วิจารณ์หนัง / VINYAN : หนังสนองตัณหาอะไรบางอย่าง

06

(เนื้อหาส่วนนี้มีการเปิดตัวตัวหนัง)

ตอนแรกยังสงสัยอยู่ว่าหนังเรื่องนี้จะอ่านว่าอย่างไร กลัวว่าตัวเองจะเข้าใจผิดคิดว่าอาจจะไม่ได้อ่านว่า วิญญาณ แต่พอเห็นข้อมูลหนัง เราก็เลยได้ทราบเรื่องราวคร่าวๆ ของหนังเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องของ “พอล และ ฌานน์ เบลเมอร์” คู่สามีภรรยา ผู้สูญเสียลูกชายไปในเหตุการณ์สึนามิที่ประเทศไทย เมื่อปี 2005? แต่ไม่พบศพ ทำให้ทั้งคู่ โดยเฉพาะ ฌานน์ ฝ่ายภรรยา มีความหวัง และเมื่อทั้งคู่มาเที่ยวที่เมืองไทยอีกครั้ง และบังเอิญเห็นภาพคล้ายลูกชายจากวิดีโอของหน่วยงานหนึ่งที่ทำงานอาสาสมัครรวบรวมเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือเหยื่อจากสึนามิ? ยิ่งทำให้ฌานน์ มีความเชื่อว่าลูกของหล่อนยังไม่ตาย แต่ถูกลักพาตัวไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง? ซึ่งฝ่าย พอล สามี ก็ไม่อยากทำลายจิตใจอันเปราะบางของภรรยา จึงทำให้ทั้งคู่กลับมาเยือนเมืองไทย และทำทุกวิถีทางเพื่อตามหาลูกชายสุดที่รัก? ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายเงินเพื่อจ้าง ทักษิณ เกา แกนนำขบวนการค้ามนุษย์ที่มีแหล่งกบดานอยู่ในประเทศไทย เป็นคนนำพาพวกเขาข้ามพรหมแดนไปยังพม่า เพื่อตามหาลูก ยิ่งค้นลึกยิ่งซ่อนเร้น? ยิ่งหากลับยิ่งเจอสิ่งที่ไม่คาดฝัน และอันตรายก่อเกิดในทุกย่างก้าวที่ก้าวย่าง

ดูจากเรื่องราวคร่าวๆ หนังวิญญาณมีความน่าสนใจมาก ในการที่จะนำพาตัวละคร 2 ตัว คือ ฌานน์ และพอล ไปพบเจอกับอุปสรรคนานา เพื่อฟันฝ่าไปให้ถึงจุดหมาย นั่นคือ การตามหาลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ซึ่งถ้านำมาเปรียบกับหนังสึนามิไทย และ เกาหลีที่ผ่านตามา ต้องถือว่าเป็นพล็อตที่มีการนำมุมมองมานำเสนอที่แตกต่าง แต่ทว่าน่าเสียดายกับความแตกต่างของหนังเรื่องนี้ เพราะไม่สามารถที่จะนำเสนอพล็อตเรื่องที่น่าจะดีนี้ไปสู่ฝั่งฝันสำหรับคนดูได้

เอาตั้งแต่เปิดเรื่องที่มีการนำเสนอในแบบไม่ซ้ำใคร นั่นคือนำเอาเครดิตและชื่อเรื่องตัวใหญ่เท่าหม้อแกงเต็มจอ ด้วยความที่เห็นความแตกต่างตั้งแต่เริ่มต้น ก็คิดในใจว่าน่าจะเป็นหนังที่ต้องจับตามอง หลังจากหมดจากเปิดเรื่องด้วยเครดิตแล้ว การเปิดตัวของหนังก็เริ่มต้นเป็นฉากที่นางเอก “ฌานน์” ว่ายน้ำในทะเล แล้วโผล่ขึ้นมา (คุ้นๆ คลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนเจมส์บอนด์)

vinyan-9

แค่ฉากเปิดก็เรียกคะแนนได้มากอยู่ แต่มาคะแนนตกตอนที่ใช้แฮนด์เฮลด์ประมาณช่วง 15 นาทีหลังจากนั้น ประกอบกับเสียงซาวด์ที่ฟังแล้วแทนที่จะตื่นเต้นตาม กลับกลายเป็นว่าต้องอุดหูเสียด้วยซ้ำ ฉากแฮนด์เฮลด์ผ่านไป ให้อภัย เพราะหลังจากนั้นก็เป็นภาพปกติมีการตั้งกล้องถ่าย แต่ทว่าดูได้ไม่นาน ภาพมืดๆ มัวๆ ก็โผล่เข้ามา ทำให้การติดตามเรื่องราวเป็นไปได้ค่อนข้างลำบาก แต่ก็โอเค ให้อภัย เพราะว่าหนังเป็นโทนหม่นหมอง เศร้าสร้อย

ส่วนในเนื้อเรื่องทางทีมงานพยายามโยงให้เข้ากับชื่อเรื่อง ด้วยการเฉลยคำว่า วิญญาณ? ผ่านการพูดคุยกันของตัวละคร ฌานน์ และ ทักษิณ เกา (เพชร โอสถานุเคราะห์) เพื่อสื่อให้คนดูรู้ว่าหนังเรื่องนี้บอกเล่าถึงเรื่องราวของวิญญาณอย่างไรบ้าง อีกทั้งยังมีการนำวัฒนธรรมลอยโคมมานำเสนอผ่านมุมมองนี้ แต่ทว่า…บทพูดของตัวละครที่พูดกัน ก็ยังยากที่จะเข้าใจว่าต้องการที่จะสื่อถึงอะไรกันแน่

เมื่อการเดินทางทางเรือของตัวละครหลักดำเนินไป และต้องมาพบกับการลวงหลอกจากคนไทย ที่หวังฟันฝรั่งตาน้ำข้าว ด้วยการเรียกค่าดำเนินการครั้งแล้วครั้งเล่า การนำเสนอในมุมมองนี้กลายเป็นตัวสะท้อนถึงวิถีชีวิตคนไทยให้ชาวโลกรับรู้ในแง่มุมที่เสื่อมทราม ในแง่มุมที่ยังขาดซึ่งความศิวิไลซ์ หรือนี่อาจจะเป็นการสะท้อนมุมมองประเทศไทยในสายตาของฝรั่งตาน้ำข้าวก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากแหล่งท่องเที่ยวราตรีที่มีแต่ผู้หญิงบริการ และหน้าตาของนักแสดงที่ส่อไปในทางต่ำกว่าเข็มขัด นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงการขายลูกกินของคนในแถบเอเชียอีกด้วย

ในการนำเสนอของเรื่องนี้มีแทรกภาพสาวร่างเปลือยเห็นปทุมถัน ภาพเปลือยนางเอก และที่สำคัญฉากจบของเรื่องที่ไม่รู้ว่าผู้กำกับของเรื่องเค้าตั้งใจจะส่อ หรือต้องการจะสื่อถึงอะไร หรือเพียงแค่ต้องการจะสื่อถึงเพศแม่ที่เด็กผู้สูญเสียทุกคนต้องการเท่านั้น โดยไม่มีเจตนารมย์อื่นแอบแฝง

“แม่จ๋า มารับหนูหน่อย” คือคำพูดที่ได้ยินจากเด็กที่รอดตายจากสึนามิ โดยคู่สามีภรรยา พอล และฌานน์ พบเจอในระหว่างการตามหาลูกชาย และเมื่อตามหาเข้าไปเรื่อยๆ ก็ไปพบกับเกาะที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่นอกจาก เด็กผี กลุ่มหนึ่ง และพวกเขาต้องต่อสู้กับชะตากรรมที่พบเจอ และสู้กับสภาพจิตใจของตนเองอีกด้วย ต้องหนีจากกลุ่มเด็กผีที่พยายามเข้าทำร้ายร่างกาย และยังต้องต่อสู้กับสภาพจิตที่เริ่มย่ำแย่ลงทุกทีระหว่าง พอล และ ฌานน์

ในด้านการแสดงของนักแสดงนำหลัก ทั้งพอล และ ฌานน์ ต่างก็แสดงได้สมบทบาท โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่เกิดอาการจิตหลอนและนำพาตัวเองและสามีไปสู่อันตรายที่ไม่คาดคิด? อีกทั้งเธอช่างกล้า กับบทเปลือยที่ทีมงานนำเสนอออกมา (นายแน่มาก) ส่วนนักแสดงไทยที่คุ้นหน้า คุ้นชื่อกันดี ก็มี โจอี้บอย, เพชร โอสถานุเคราะห์? ที่แสดงบทบาทคนไทยนิสัยเลว ได้เข้าถึงจริงๆ

โดยรวมแล้วภาพยนตร์เรื่อง วิญญาณ ไม่ได้พูดถึงวิญญาณคนที่ตายไป แต่น่าจะหมายถึงวิญญาณที่เป็นจิตใจ จิตใต้สำนึกของคนเราเสียมากกว่า
2 ดาว สำหรับหนังจิตวิญญาณ และคาดว่าน่าจะสนองตัณหาผู้กำกับซะมากกว่า


บทวิจารณ์โดย ซายากะ โฮมส์-ดอยล์