The Road หนังสะท้อนสันดานความเป็นมนุษย์

Home / วิจารณ์หนัง / The Road หนังสะท้อนสันดานความเป็นมนุษย์

บทวิจารณ์นี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความ

photo_03_hires

หนังหายนะอีกเรื่อง แต่ไม่ได้เน้นไปที่ฉากแอ๊คชั่นสงครามล้างผลาญ แต่เป็นภาพยนตร์ที่เน้นไปที่จุดกำเนิดเรื่องราวหลังจากที่เกิดปรากฏการณ์หายนะโลกถล่ม ซึ่งเหลือผู้รอดชีวิตอยู่ไม่มาก “The Road” ภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายขายดี? ที่ได้รับการการันตีด้วยการชนะรางวัลพูลิทเซอร์ของ “คอร์แมค แมคคาร์ธีย์” ผู้ประพันธ์ “NO COUNTRY FOR OLD MEN”

PosterTheRoad08-2[1]

มาดูเรื่องราวคร่าวๆ ของ The Road กันก่อน..


ชายหนุ่ม (วิกโก มอร์เทนเซ่น) และเด็กชาย (โคดี้ สมิท-แมคฟี) คือ ?โลกทั้งหมดของกันและกัน? อย่าง ที่แมคคาร์ธีย์บรรยายไว้ในนิยายของเขา กำลังก้าวย่ำไปพร้อมสิ่งของมีค่าของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นอาหาร, เสื้อผ้า หรือของกระจุกกระจิกอย่างเครื่องมือต่างๆ, ถุงพลาสติก, ผ้าใบ, ผ้าห่ม และอะไรก็ได้ที่ช่วยทำให้ทั้งสองรู้สึกอบอุ่นขณะอยู่ในพื้นที่โล่งอันเย็นยะ เยือก บนหลังของพวกเขาและในรถเข็นมีกระจกรถจักรยานติดอยู่ เพื่อช่วยให้มองเห็นว่ามีใครตามหลังมาหรือไม่ สิ่งของไร้ค่าเหล่านี้รวมกับเนื้อตัวที่สกปรกมอมแมม ทำให้สารรูปของทั้งคู่ดูเหมือนคนเร่ร่อนอนาถา แต่นี่คือตัวตนของพวกเขา ตัวตนของคนทุกคนที่อยู่ในดินแดนอันแห้งแล้งไร้ชีวิตเช่นนี้

ทั้งสองก้าวไปบนเส้นทางซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นถนนสายหลักของอเมริกาที่ มุ่งหน้าสู่มหาสมุทร พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในป่า หรือที่ใดก็ตามซึ่งเห็นว่าปลอดภัยจากกลุ่มคนที่จะมาแย่งชิงทรัพย์สินของเขาไป คนพวกนั้นคือแก๊งข้างถนนที่เป็นทั้งนักล่าและนักกินไม่เลือก บ้างเป็นพวกมนุษย์กินคนผู้เก็บอาหารที่ทำจากเนื้อมนุษย์ไว้ในบ้านหลังใหญ่บน เขา แต่ทั้งหมดล้วนมีพฤติกรรมไม่ต่างจากโจรร้าย.

2009_the_road_018

เมื่อดูเนื้อหาเรื่องราวที่ผ่านมา คงไม่สามารถบอกได้เหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้น มีสาเหตุจากสิ่งใด แต่ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดถึงขนาดไหน คนเราก็ยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับมันอยู่ดี และเมื่อดูลงรายละเอียดลึกเข้าไปแล้ว มนุษย์ ไม่ว่าจะเกิดเหตุเลวร้ายปานใด ก็ยังคงความเห็นแก่ตัวไม่เสื่อมคลาย ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งตามล่าตัว วิกโก้และเด็ก เพื่อที่จะนำมาเป็นอาหาร หรือแม้แต่ฉากอื่นๆ ที่เป็นไปในทำนองเดียวกัน ก็ยังเห็นในความโหดร้ายทารุณที่ไม่น่าเชื่อว่า มนุษย์จะทำกับมนุษย์ ด้วยกันได้

เนื้อหาหลักของเรื่องนี้คงบอกได้ว่าเป็นการแทรกให้เห็นถึง “สันดาน” ที่อยู่ลึกๆ ในคนคนหนึ่ง ที่ต้องการทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเอง “รอด” โดยไม่คำนึงถึงคนอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เราเห็นถึงชีวิตทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือ การดำรงชีพ ต่างก็ต้องเหยียบหัวคนขึ้นไป เพื่อให้ตัวเองได้อยู่เหนือคนอื่นๆ

photo_06_hires

ส่วนในเรื่องการแสดงของนักแสดงทั้งหมด หลักๆ คงเป็นของ วิกโก มอร์เทนเซ่น และ โคดี้ สมิท-แมคฟี ที่แสดงเป็นคู่พ่อลูก ผู้ต้องแสวงหาหนทางสว่างต่อไปในภายหน้า ด้วยการเดินทางที่ไม่สิ้นสุด ไปพร้อมๆ กับการหลบเลี่ยงอันตรายต่างๆ ที่จะมาถึงตัว ทั้งคู่แสดงได้สมบทบาท ทำให้คนดูรู้สึกถึงความอดอยาก ความอ้างว้าง ความโดดเดี่ยว ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดกับโลกใบนี้ได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่มีนักแสดงชั้นแนวหน้าอย่าง “ชารีส เธียรอน” เข้ามาร่วมงานแสดงด้วย แต่บทที่ได้มันช่างน้อยเสียเหลือเกิน

ส่วนโทนการนำเสนอ ทั้งกลิ่น สี อารมรณ์ ทึบทึมของหนังเรื่องนี้ คงต้องบอกว่าไม่ได้ต่างจาก No Country For Old Men สักเท่าใด เพราะหนังเน้นไปถึงการเสนอมุมมองของชีวิตคนที่ต้องเลือกหนทาง จนเกิดเหตุเลวร้าย ที่พวกเขาจะต้องฝ่าฟันต่อไป

โดยรวมแล้วเนื้อหาทั้งหมดของเรื่องเป็นดราม่าที่ให้แง่คิดลึกซึ้ง แต่ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบคิดลึก หรือต้องการดูหนังที่สนุก มีฉากแอ๊คชั่นมันๆ เสียงดังโครมคราม คงต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้แล้วแต่แนวการดูหนังของแต่ละคน ใครชอบหนังแนวรันทด เข้าไปดูไม่น่าจะผิดหวัง.

บทวิจารณ์โดย ซายากะ โฮมส์-ดอยล์