ตำนานมนุษย์หมาป่า เรื่องเก่าที่เอามาเล่าใหม่

Home / วิจารณ์หนัง / ตำนานมนุษย์หมาป่า เรื่องเก่าที่เอามาเล่าใหม่

(บทความต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล และ เปิดเผยเนื้อหาของหนัง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เมื่อพูดถึงเรื่องราวของ มนุษย์หมาป่า หลายคนคงเคยรู้จักมันจากหนังหลายๆ เรื่องที่มีมนุษย์หมาป่าเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น Underworld ที่เป็นการต่อสู้กันระหว่างแวมไพร์กับมนุษย์หมาป่า(ไลเคน), แวมไพร์ ทไวไลท์ กับเรื่องราวของแวมไพร์ กับการปกป้องอาณาเขตของกลุ่มมนุษย์หมาป่า ซึ่งภาคล่าสุดได้เผยให้เห็นหุ่นล่ำของมนุษย์หมาป่าในแบบ แฮนซั่ม ล่ำบึ้ก เขย่าใจสาวน้อยสาวใหญ่ให้สั่นไหว, แวน เฮลซิ่ง ที่บอกเล่าเรื่องราวของนักล่าแวมไพร์ ฯลฯ ซึ่งเรื่องที่เรายกตัวอย่างมานี้ ถึงแม้จะมีเรื่องมนุษย์หมาป่า แต่ว่าก็น้อยนิด และแทบไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการนำเสนอ “มนุษย์หมาป่า” แบบเต็มๆ ยกเว้นเรื่อง The Wolf Man ที่ทางยูนิเวอร์แซล เป็นผู้คิดคอนเซ็ปต์สัตว์ประหลาดตัวนี้ขึ้นมา เพื่อหวังให้เป็นหนังสยองขวัญเรื่องแรกของสตูดิโอที่จะเขย่าขวัญคนดู ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เล่าถึงเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เด็กชายคนหนึ่งถูกหมาป่าลักตัวไปเลี้ยง จนกลายเป็นคนป่าไป.


และครั้งนี้เรื่องราวในตำนานที่ยูนิเวอร์แซลสร้างขึ้นมา ก็กลับมาผงาดอีกครั้งกับหนังสยองขวัญเรื่อง The Wolfman มนุษย์หมาป่า ราชันต์อำมหิต ซึ่งหากมองที่พล็อตของเรื่อง คงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เพราะความที่เป็นเรื่องของมนุษย์หมาป่าที่ทำร้ายผู้คน และต้องประสบชะตากรรมที่ยากจะหลีกเลี่ยง ซึ่งในครั้งนี้ผู้ที่มารับบทเป็นมนุษย์หมาป่า เบนิซิโอ เดล โทโร ดาราเจ้าของรางวัลอคาเดมี อวอร์ดส์จาก Che, Traffic ในบท ลอว์เรนซ์ ทัลบอท ชายผู้มั่งคั่งได้ถูกเรียกตัวให้กลับไปยังคฤหาสน์ของครอบครัว เพราะการหายตัวไปของพี่ชาย เขากับผู้เป็นพ่อที่ไม่ค่อยสนิทกัน (แอนโทนี่ ฮอพกินส์) จึงจำเป็นต้องร่วมมือกันพี่ที่หายสาบสูญ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวสยดสยองที่ถูกลิขิตให้เขาต้องพบเจอ


ลอว์เรนซ์ ทัลบอท ในวัยเด็กนั้นไร้ตัวตนไปตอนที่เขาเห็นแม่ของเขาตาย เขาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่แบล็คมัวร์ไป และใช้เวลานานหลายสิบปีเพื่อหนีจากอดีตอันเจ็บปวด แต่เมื่อคู่หมั้นของพี่ชาย เกว็น คอนลิฟฟ์ (เอมิลี่ บลันท์) มาขอร้องให้เขาช่วย ทัลบอทจึงเดินทางกลับมา และได้พบกลับเรื่องน่าสะพรึงเมื่อปรากฏว่ามีสัตว์ที่ดุร้าย และกระหายเลือดไล่ฆ่าผู้คนในหมู่บ้าน ซึ่งทางสก็อตแลนด์ยาร์ดได้ส่งนักสืบที่ชื่อเอเบอร์ลิน (ฮูโก้ วีฟวิ่ง) มาทำการสืบคดีนี้

ในขณะที่ทัลบอท ค่อยๆ สืบหาความจริงนั้น เขาได้ยินถึงเรื่องของคำสาปที่ทำให้คนกลายร่างเป็นหมาป่าในคืนพระจันทร์เต็มดวง เขาจึงต้องวางแผนล่าเจ้าสัตว์ร้ายนี้เพื่อปกป้องหญิงสาวที่เขาเริ่มจะมีใจให้ เมื่อการไล่ล่าในคืนพระจันทร์เต็มดวงเกิดขึ้น ชายหนุ่มผู้มีอดีตอันเจ็บปวดก็ได้พบกับด้านมืดที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวเอง โดยที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ดูจากเรื่องราวคร่าวๆ ของเรื่อง The Wolfman นี้แล้ว หลายคนคงเดาคำตอบได้บ้างแล้ว แต่เรื่องของเรื่องที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตามน่าจะอยู่ที่การใช้เอฟเฟกซ์ที่สามารถนำวิทยาการสมัยใหม่มาทำให้หนังที่เราต่างก็รู้เรื่องราวเรื่องนี้กันแล้วมาทำได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะตอนกำลังค่อยๆ กลายร่างเป็นหมาป่าของ ลอว์เรนซ์ แต่จะขัดใจนิดหน่อยก็ตอนใกล้จบที่เห็นว่า ท่าทางคนทำเอฟเฟกซ์ จะเริ่มขี้เกียจหรืออย่างไรไม่ทราบ เพราะเห็นกันจะจะว่าไม่เนียน และดูปลอมอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากสเปเชี่ยลเอฟเฟกซ์ที่ถือได้ว่าเป็นพระเอกของเรื่องนี้แล้ว นางเอกของเรื่องหน้าตาไม่ขี้ริ้วก็น่าจะเป็นการแสดงของนักแสดงทุกคนที่สมกับมืออาชีพกันเลยทีเดียว สมแล้วที่ได้รับรางวัลกันมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวของ เบนิซิโอ เดล โทโร เอง ที่สื่อการแสดงออกมาให้คนดูเห็นว่าตัวเขาคือ ลอว์เรนซ์ ทัลบอท ที่เผอิญต้องถูกชะตากรรมเล่นงานจนต้องกลายมาเป็นมนุษย์ต้องคำสาป ส่วนทางด้านของ เอมิลี่ บลันท์ ที่รับบทเป็นคู่หมั้นของพี่ชาย ลอว์เรนซ์ ก็ทำหน้าที่ได้ดี แต่ขัดใจตอนหนังใกล้จะจบเพราะเหมือนไม่รู้ว่าจะให้ตอนจบ จบยังไงดี ก็เลยจบแบบง่ายๆ ดื้อๆ ซะอย่างนั้น

สำหรับหนังที่เลื่อนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว มาปีนี้หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นหนังที่ทำให้หลายคนที่รอคอยอย่างใจจดใจจ่อไม่ผิดหวัง แต่ทว่าหนังเรื่องนี้เท่าที่เห็น…
1. บทภาพยนตร์ไม่ได้โดดเด่น โดยเฉพาะตอนจบน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น
2. ภาพ และการลำดับภาพ ดูต่อเนื่องดี มีโทนในการนำเสนอในเชิงหม่นเศร้า เหมาะกับหนังสยองขวัญ
3. เอฟเฟกซ์ดี โดยเฉพาะการกลายร่าง แต่ทว่ายังมีติดขัดในส่วนท้ายเรื่อง
4. การแสดงของนักแสดงดี แต่น่าเสียดายที่ยังเห็นได้ไม่เต็มที่ เหมือนจะแบ่งความสำคัญให้กับทุกคน จนไม่รู้ว่าจะดูใครดี
5. เพลงประกอบ ไม่โดดเด่น

เอาเป็นว่าหนังเรื่อง The Wolfman หนังที่มีสเปเชี่ยลเอฟเฟกซ์ชั้นดีที่ไปดูก็ไม่น่าจะผิดหวัง แต่อย่าคาดหวังกับเรื่องราวหรือเนื้อเรื่องเป็นอันขาด.

บทวิจารณ์โดย ซายากะ โฮมส์-ดอยล์


ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่า

มนุษย์หมาป่า (Werewolf, Lycanthrope) เป็นผีจำพวกเดียวกับแวมไพร์และมีพฤติกรรมคล้ายกัน คือ ดื่มกินเลือดและเนื้อของมนุษย์และสัตว์อื่นเป็นอาหาร เป็นความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ของชาวยุโรปในยุคกลาง โดยที่เชื่อว่า บุคคลที่เป็นมนุษย์หมาป่าจะกลายร่างเป็นหมาป่าในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง อาจจะแปลงร่างเป็นหมาป่าทั้งตัวเลยก็ได้ หรือครึ่งคนครึ่งหมาป่า หรือแม้กระทั่งแปลงเป็นสัตว์ป่าชนิดอื่น เช่น หมี เป็นต้น โดยที่วิธีการฆ่ามนุษย์หมาป่าจะคล้าย ๆ กับแวมไพร์ โดยตอกด้วยลิ่ม หรือเผา ที่เห็นบ่อยโดยเฉพาะในภาพยนตร์ก็คือ การยิงด้วยกระสุนที่ทำจากเงินหรือกระสุนผ่านการปลุกเสก มนุษย์หมาป่าก็แพ้แสงแดด และถูกตามล่าเหมือนกับแวมไพร์

เป็นไปได้ว่าความเชื่อเรื่องมนุษย์หมาป่านั้น มีที่มาจากความกลัวหมาป่า โดยเฉพาะหมาป่าที่พบในยุโรป ที่มีลำตัวขนาดใหญ่ และมักออกล่าเป็นฝูง โดยอาจดักซุ่มโจมตีมนุษย์หรือสัตว์เลี้ยงในเวลากลางคืน ผนวกกับความเชื่อและความหวาดกลัวบุคคลนอกสังคม ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจ อย่างแม่มดหรือแวมไพร์

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เรื่องมนุษย์หมาป่านั้น แท้จริงแล้วคือ สัญชาตญาณสัตว์ป่าที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ รากศัพท์ที่มาของคำว่า มนุษย์หมาป่า นั้น Were เป็นภาษาอังกฤษโบราณที่หมายถึง “มนุษย์” นั่นเอง และความเชื่อเรื่องของมนุษย์ที่กลายร่างเป็นกึ่งคนกึ่งสัตว์ที่มีทั่วทุกมุมโลก เช่น ในอเมริกาใต้มีมนุษย์งูเหลือม หรือมนุษย์จระเข้ ที่แอฟริกามีมนุษย์เสือดาว หรือเสือดำ หรือปีศาจช้าง ที่อินเดียมีมนุษย์สิงโต หรือ “นรสิงห์” นั่นเอง? หรือในเทพปกรณัมกรีก ก็มีเรื่องของกษัตริย์องค์หนึ่งที่ถูกเทพซุสสาปให้กลายเป็นไฮยีนา ชื่อ “Lycaon“? มนุษย์บางเผ่าเช่น ไวกิ้ง เชื่อว่า ตนสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ป่าดุร้ายบางชนิดได้เวลาสู้รบ ความเชื่อพื้นเมืองของอินเดียแดงก็ คล้ายคลึงกัน โดยผู้ที่แปลงร่างเป็นหมาป่าได้จะเรียกว่า “Skinwalker” และตามสถิติที่เก็บได้บ่งว่า คืนวันพระจันทร์เต็มดวงนั้น มีแนวโน้มที่จะเกิดอาชญากรรมมากกว่าคืนทั่วไป ทั้งนี้เชื่อว่า อาจเป็นเพราะอิทธิพลของดวงจันทร์

เรื่องราวของมนุษย์หมาป่า ถูกเล่าขานมาจนปัจจุบัน และสะท้อนออกมาในรูปแบบของวรรณกรรม เช่น ภาพยนตร์ หรือ ละคร หรือแม้แต่กระทั่งการ์ตูน เป็นต้น

ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย