ปิดฉาก องค์บาก3 หนังบู๊อีกความหวังหนึ่งของสหมงคลฟิล์ม

Home / วิจารณ์หนัง / ปิดฉาก องค์บาก3 หนังบู๊อีกความหวังหนึ่งของสหมงคลฟิล์ม

นับว่าเป็นภาพยนตร์ไตรภาคอีกเรื่องหนึ่งที่คนไทยรอคอย สำหรับภาพยนตร์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ ?องค์บาก3? ที่ทุ่มงบประมาณสร้างกว่า 500 ล้านบาท เอ่อนะ…ไม่รู้ว่าหมดไปกับอะไร ถึงได้เยอะขนาดนี้ แต่ก็เอาเถอะเพื่อคุณภาพของหนังไทย อย่างที่ผู้กำกับ จา พนม เขาว่าไว้ ส่วนคนที่เหงื่อตกเห็นจะเป็น บิ๊กบอสของค่ายใบโพธิ์ เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ งานนี้ถ้าภาพยนตร์บู๊แอ็คชั่นเรื่องนี้รายได้ไม่เข้าเป้า เหมือนหนังบู๊แอ็คชั่นเล่นจริง…เจ็บจริง มีหวังได้เจ็บทั้งตัวและหัวใจอีกแหงๆ

ว่ากันถึงอ งค์บาก3 ที่เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำถึงความต่อเนื่องของภาคที่แล้ว ซึ่งบอกไว้ก่อน ว่าใครที่ไม่เคยชม องค์บากภาค 2 ก็ไม่มีผลว่าจะดูภาค3 ไม่รู้เรื่อง มันเป็นแค่การเชื่อมต่อ ระหว่างตัวละครของภาคที่แล้วเท่านั้น

เริ่มต้น 15 นาทีแรกก็จะกล่าวถึงความเป็นมาของ เทียน (จา พนม)ที่มาในสภาพบอบช้ำไปทั้งตัว ด้วยการถูกสั่งลงโทษจากพระยาราชเสนา (ศรัณยู วงษ์กระจาง) ว่าเป็นกบฏ ฉากนี้ชอบมาก ชอบตรงที่พระยาราชเสนาพูดว่า ?บดกระดูกมันให้ระเอียด? ดูแล้วก็รู้สึกถึงความโหดเหี้ยมอำมหิต ของตัวละครตัวนี้ซะเหลือเกิน แต่ก็แอบขำนิดๆถึงคำพูดที่คุณตั้ว ศรัณญู พูดด้วยนำเสียงสั่นเครือออกมา ซึ่งใครที่ได้ชมผลงานของ ศรัณญู จากภาพยนตร์ สุริโยไท ในบทบาท สมเด็จพระมหาจักพรรดิ ก็จะเห็นความแตกต่างของคุณตั้วอย่างสินเชิง คนจะจำภาพในมาดนิ่งๆดูสุขุมรอบครอบมาตลอด แต่สำหรับ องค์บาก3 จะเห็นคุณตั้วในอีกคาแร็กเตอร์หนึ่ง เป็นภาพความโหดเหี้ยมที่ลบภาพนั้นออกไปทันที

หลังจาก 15 นาทีทันไปก็จะเข้าเรื่องที่ เทียน (จา พนม) บาดเจ็บปางตาย โดยมีครูบัว (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) เป็นผู้ชุบชีวิตใหม่ให้เทียน พร้อมเปิดตัว พิม (จ๊ะจ๋า พริมรตา) กิ๊กเก่า เทียน ในภาค 2 เอ้ย..ไม่ใช่เพื่อนเก่าที่เทียนเคยฝากกำไรไว้ให้เป็นของกำนันในวัยเด็ก และคำสัญญาว่าจะกลับมาร่ายรำ กับพิมอีกครั้ง ซึ่งฉากเปิดตัวพิม นางเอกของเรื่อง เราจะได้เห็นจ๊ะจ๋าในท่าฟ้อนรำสวยงาม ราวกับนางในวรรณคดี การพักรักษาตัวของเทียน ดูเหมือนจะเป็นที่มาที่ไปของหนังเรื่องนี้ โดยหนังจะเล่าตัดสลับถึงเรื่องราวในอดีตของเทียน ตัดกลับมาที่สภาพร่างกายที่ไม่ต่างจากศพเน่าๆ ของเขาในตอนนี้

โดยหนังเริ่มเดินเรื่องมาจนกลางเรื่อง ดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้น แต่กลับให้ความรู้สึกว่ามันอืดๆ ไม่ไปไหนสักทาง ช่วงพักฟื้นของตัวละคร เทียน ก็ยาวนาน ยืดเยื้อเกินไป แต่ที่ดูแล้วรู้สึกว่าเบรกความตึงเครียด ของหนังได้ น่าจะเป็นฉากที่ พิม นางเอกของเรื่องพยามยามฝึกให้เทียน กลับมารำได้เหมือนเดิม ตรงที่ จ๊ะจ๋า ฮึมฮัมว่า ?น้อย… นอย…หน่อย? อะไรสักอย่าง ฉากนี้น่าจะพยายามสื่อออกมาให ้เห็นถึงความพยายามของตัวละคร แต่มันกลับได้อีกอารมณ์นึงออกมา คือ ขำ… นั้นเอง ไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้สึกแบบเดียวกับเรารึเปล่า

หนังเดินทางมาถึงฉากสำคัญของเรื่องในฉากบู๊ดุเดือนระหว่า จา พนาม กับ เดี่ยว ชูพงษ์ (ฉากนี้นี่แหละ ที่น่าจะทุ่มงบไปเยอะแยะมากมาย) ฉากนี้คุณจะได้เห็น 108 ขบวนท่าที่ จา พนม ได้จัดมาให้แบบเต็มๆ ทั้งท่าพระ ท่ายักษ์ ท่าลิง และก็ท่ารำ แบบโขน ซึ่งท่าพวกนี้ดูยังไงก็งง ต้องขอโทษด้วยที่ไม่เข้าใจจริงๆ แต่ก็ชื่นชมในความสามารถของคุณจา ที่หยิบเอานาฏศิลป์มาประยุกต์ใช้ในมวยไทยได้แบบลงตัว

ด้านเนื้อหาของหนังก็เป็นเรื่องราวของธรรมะ-อธรรม ด้านมืด ด้านสว่าง ซึ่งได้หยิบเอาหลักคำสอนของ ศาสนา มาใช้ มีมาที่ไปของตัวละครอย่างชัดเจน จะมีงงในช่วงเปิดเรื่องนิดหน่อย เพราะไม่ทราบเนื้อหา ในภาค 2 ซึ่งบทสรุปขององค์บาก3 นี้? ซึ่งเนื้อหาในภาคนี้จะี่บอกเล่าใจความได้ชัดเจน ดูง่ายกว่าภาคที่ผ่านมา (ซึ่งคนที่เคยไปชมองค์บาก2 เล่าว่าดูไม่ค่อยรู้เรื่อง) ก็คิดว่าภาค3 จะดูง่ายว่าภาค2 แต่จุดขายของหนังก็ยังคงโฟกัสไปที่ฉากบู๊ดุเดือนของ จา พนม

ด้าน ภาพ แสง สี เสียง ก็นับว่าให้คะแนนตรงนี้ไปเต็มๆ ภาพชัด เสียงดี? สีสวย ส่วนซีจีของหนัง ก็เนียนสมจริง เป็นการพัฒนาไปในทางที่ดีของการทำซีจีในหนังไทยบ้านเรา

สรุปแล้ว บทสรุปการปิดตำนานของ องค์บาก3 ก็เป็นการปิดฉากอย่างสวยงาม มีการสอดแทรก ไปด้วยแง่คิดต่างๆ ไว้มากมาย และก็จะได้เห็นจา พนม อีกมุมหนึ่งอีกมุมหนึ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และก็หวังอย่างยิ่งว่าการเอานักบู๊อย่าง จา พนม มาใส่ความรักลงไป คนดูจะรับได้ ถึงจะไม่ได้เน้นนักเหมือนอย่าง จีจ้า ดื้อสวยดุ ที่คนดุต้องร้องหยี แต่สำหรับ องค์บาก3 ดูแล้วรูู้ไม่เลี่ยนมาก ยังคงรับได้อยู่ในส่วนนี้

รับไป 3 ดาว แล้วคุณล่ะคิดอย่างไรกับหนังเรื่องนี้ ดูแล้วมาคุยกัน

บทวิจารณ์โดย หนามเตย