จากนิยามรักในแบบ นิวมูน เปลี่ยนแปลงมาเป็น รักที่กำลังถูกดูดกลืน ใน ทไวไลท์ ซาก้า อีคลิปส์

Home / วิจารณ์หนัง / จากนิยามรักในแบบ นิวมูน เปลี่ยนแปลงมาเป็น รักที่กำลังถูกดูดกลืน ใน ทไวไลท์ ซาก้า อีคลิปส์

คำเตือน!!! บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาของหนัง

หากใครเคยผ่านตามาแล้วกับความรักของสองพระนาง เอ็ดเวิร์ด กับ เบลล่า ใน นิวมูน ซึ่งการดำเนินเรื่องราวความรักไปพ้องคล้องจองกับเรื่องโรมิโอกับจูเลียต ของกวีเอกเช็คสเปียร์? ที่ทำให้เราเพ้อฝันมากมายกันมาแล้ว พร้อมกับตื่นตาตื่นใจกับซิกแพ็คงามๆของเจคอปหมาป่าฝูงควิลยูตที่เป็นศัตรูกับกลุ่มแวมไพร์มาแต่ครั้งโบราณกาล

แต่พอกลับมาอีกครั้งกับ อีคลิปส์ ภาคนี้ กลับทำให้เรานึกถึงวรรณคดีไทยอย่างเรื่อง “นางวันทองสองใจ” หรือพูดในภาษาสมัยใหม่ก็ “สวยเลือกได้” ของ เบลล่า ที่ไม่ชัดเจน เอ๊ะ! ไม่ชัดกับเรื่องราวความรัก คล้ายคลึงกับหนังเรื่อง เราสองสามคนเลย เพียงแต่คราวนี้เป็นความรักของ 1 หญิง กับ 2 ชาย แบบรักพี่เสียดายน้องอะไรประมาณนั้น

เรื่องราวของ อีคลิปส์ นี้เป็นองค์ที่ 3 ของการต่อสู้เพื่อปกป้องคนที่ตนรัก ของทั้งเผ่าพันธุ์แวมไพร์ และ มนุษย์หมาป่า เรื่องราวต่อมาจากองค์ที่ 2 นิวมูน หลังจากที่ เบลล่า ได้ให้คำมั่นแก่ เจน แห่งกลุ่มโวลตูรี่ ว่าจะให้เอ็ดเวิร์ด เปลี่ยนเธอเป็นแวมไพร์ เพื่อรักษาความลับของตระกลูคัลเลน และเผ่าพันธุ์แวมไพร์ไว้กับเธอตลอดไป แต่หลังจากที่แยกจากกลุ่มโวลตูรี่แล้ว ปรากฏว่า เอ็ดเวิร์ด กลับเกิดความลังเลใจที่จะทำตามคำสัญญา ซึ่งในระหว่างนั้นเองก็มีเหตุฆาตกรรมที่เกิดจากฝีมือของแวมไพร์กลุ่มใหม่ ซึ่ง วิคตอเรีย (ถ้ายังจำกันได้เธอคือสาวแวมไพร์ผมแดงที่สูญเสียคนรักไปจากการต่อสู้กับเอ็ดเวิร์ด) เป็นตัวการในการก่อกำเนิดกลุ่มแวมไพร์สายเลือดใหม่นี้ขึ้นมา เพื่อที่จะมาจัดการกับ เบลล่า สาวคนที่เอ็ดเวิร์ดรักที่สุด เพื่อให้เอ็ดเวิร์ดได้รู้ซึ้งถึงการสูญเสียดั่งเช่นตนเอง

แต่ทว่ากลุ่มแวมไพร์ตระกูลคัลเลน รู้ระแคะระคายในการเคลื่อนไหวของกลุ่มแวมไพร์สายเลือดใหม่นี้ จึงได้ร่วมมือกับฝูงหมาป่าควิลยูต ซึ่งเคยเป็นศัตรูกันมานาน เพื่อช่วยเหลือในการปกป้อง เบลล่า และกลุ่มหมาป่าโดยเฉพาะ เจคอป ก็ยอมแต่โดยดี เพียงเพราะว่าเขาทำตามเสียงของหัวใจ

โดยเรื่องราวนี้เหมือนจะดำเนินไปได้อย่างตื่นเต้น มีการต่อสู้ ปะทะกันระหว่างแวมไพร์สายเลือดใหม่ กับแวมไพร์ตระกูลคัลเลนและฝูงหมาป่า และมีตระกูลโวลตูรี่เข้ามาพัวพันในเรื่องราวองค์นี้อย่างแน่นอน ความเข้มข้นในภาคนี้ต้องมีสูงขึ้นกว่าภาคนิวมูนอย่างล้นหลาม

แต่ทว่าเมื่อได้ชมตัวหนังจริงๆ แล้วปรากฏว่า แวมไพร์ตระกูลโวลตูรี่ ที่เรานึกวาดภาพว่าจะเข้ามามีบทบาทมากมายในภาคนี้ (หลังจากภาคนิวมูนมาแล้ว ก็คาดว่าน่าจะมีบทบาทมากกว่านี้) มีบทบาทเข้ามาเป็นแค่ตัวเสริมเรื่องให้เติมเต็มเท่านั้น ไม่ได้มีบทบาทมากมายอย่างที่เราคาดหวัง

(บรรทัดนี้ อารมณ์ล้วนๆ) แต่ที่แน่ๆ อิจฉา เบลล่า หล่อนช่างสวยเลือกได้เสียนี่กระไร มีทั้งหนุ่มเทพบุตรแวมไพร์ อย่างเอ็ดเวิร์ด มาให้ครอบครอง และมีทั้งหนุ่มหล่อล่ำมาดแมนอย่าง เจคอป มาให้เลือกเชยชมอีกต่างหาก ทำบุญมาด้วยสิ่งใดไม่ทราบ น่าหมั่นไส้จริงเชียว

ในส่วนของเนื้อเรื่อง มีการแทรกมุกตลกไว้ตามบทของแต่ละคนมาให้คนดูได้ฮากันอย่างสนุกสนาน มีการเสริมบทบาท พ่อ-ลูก, แม่- ลูก สำหรับครอบครัวเบลล่า ความลังเลสงสัยกับการที่จะต้องตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองของเบลล่าว่าการตัดสินใจที่จะกลายเป็นแวมไพร์นั้นถูกที่ถูกทางหรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้ก็ทำให้คนดูอย่างเราช่วยลุ้นเหมือนกันว่าเธอจะตัดสินใจแบบไหน

และอีกส่วนที่ทำให้เราอยากให้เธอตัดใจได้จริงๆ ก็คือการเลือกรักระหว่างเอ็ดเวิร์ด หนุ่มแวมไพร์ กับ เจคอป หนุ่มซิกแพ็คจากฝูงหมาป่า ที่ยิ่งดูก็ยิ่งลุ้น เพราะนอกจากตัวบท ที่ทำให้ตัวเบลล่าดูจะเอนเอียง และลังเลในการตัดสินใจเลือกนั้น ก็ยังมีฉากจุมพิตระหว่างเอ็ดเวิร์ด กับเบลล่า และเบลล่ากับเจคอป ที่ดูแล้วการจุมพิตของทั้งแวมไพร์ และหมาป่า?? ตัวเบลล่าจุมพิตด้วยหัวใจทั้งคู่ จึงเป็นการยากที่จะเดาว่าเธอเลือกที่รักใครมากกว่ากัน

ส่วนในเรื่องตัวละครใหม่ที่มีเพิ่มเติมเข้ามา แวมไพร์กำเนิดใหม่ แทบจะไม่ค่อยมีบทบาทเท่าที่ควร เพราะดูจากกระแสการโปรโมท แวมไพร์กลุ่มนี้น่าจะมีอะไรมากกว่าที่ปรากฏในเรื่องราวของหนัง ที่แค่มาเป็นตัวที่โดน วิคตอเรีย หลอกใช้ และต้องจากไปอย่างง่ายดาย

ส่วนตัววิคตอเรีย ซึ่งน่าจะเป็นแวมไพร์ที่ร้ายกาจไม่ใช่ย่อย กลับถูกโค่นลงในเวลารวดเร็วเกินไป ดูเหมือนว่าเรื่องราวทั้งหมดของอีคลิปส์ ดูจะมีตัวละครมากเกินไปสักหน่อย จึงทำให้ต้องแบ่งความสำคัญให้กับทุกตัวละคร เลยทำให้ความเข้มข้นไม่เข้มแข็งอย่างที่ควรเป็น หรือมองอีกนัยหนึ่งคือเรื่องราวในเรื่องนี้มีตัวละครหลัก 3 ตัวคือ เอ็ดเวิร์ด เบลล่า และ เจคอป เท่านั้น โดยมีตัวละครอื่นๆ มาเพียงเสริมสร้างให้ดูมีอะไรให้ติดตาม แต่สำหรับแฟนหนังสืออาจจะมองข้ามตรงจุดนี้ไป เพราะเทใจให้กับพ่อหนุ่มแพททินสัน และเทเลอร์ กันไปแล้วนี่

เอาเป็นว่า พระอาทิตย์ ยากที่จะถูกดูดกลืนใน รัตติกาล นี้ ให้ไป 3.5 ดาว


โดย ซายากะ โฮมส์-ดอยล์