Hot Summere Days รุ่มรวย รื่นรมย์ในรักร้อน

Home / วิจารณ์หนัง / Hot Summere Days รุ่มรวย รื่นรมย์ในรักร้อน

ก่อนก้าวเท้า(ขวา) เข้าไปใน “ลิโด้ 3” เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมนึกเล่นๆ ว่า จะมีคนดูสักกี่คนในวันที่หยุดยาว 3-4 วัน แต่ไม่ว่าจะมีคนดูสัก เท่าไหร่ สิ่งที่ผมมั่นใจได้แน่นอนคือ ลิโด้ “ไม่เคยไม่ฉาย” ผลก็คือ วันนั้นมีคนดู 3 คน แต่หนังฉายโผล่มาอีก 4 รวมทั้งหมด 7 คน

บางอาจจะเข้ามาด้วยความคาดหวัง แต่ผมไปดู hot summer days ด้วยอารมณ์ที่แตกต่างไปจากหนังในกลุ่ม anthology films อย่าง paris,??? i loveyou หรือ love actually ที่บอกว่าไปดูด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันไปหมด เพราะถ้าเป็นหนังกลุ่มนี้ในเอเชีย ยังไม่ค่อยมีหนังเรื่องไหน “โดน” จริงๆ (แม้แต่ Sad movie ก็ไม่ใช่งานที่น่ายกย่อง)

ยิ่งมีแบ็คกราวน์มาจากจีนด้วยแล้ว ยังไม่มีหนังเรื่องไหนที่อยู่ในความทรงจำนัก แต่แล้ว hot summer days ที่มีความรักของคน 5 คู่ ก็ประกาศตัวตั้งแต่ 15 นาทีแรกว่า นี่ไม่ใช่ anthology แบบที่เราคาดการณ์ไว้ มันคือหนัง “เรื่องเดียว” ที่มีคน 5 คู่มาเกี่ยวพันกัน มีทั้งเกี่ยวแบบอ้อมๆ พร้อมจะหลุดมือ กับเกี่ยวแบบ “เต็มวงแขน” ไม่ให้ไปไหน

พล็อตหนังเริ่มเล่าเรื่องในวันที่อากาศพุ่งขึ้นไปแตะที่ 48 องศา (จาก 40 องศา) ทุกคนต้องการน้ำ ลงทะเลและแอร์เย็นๆ แต่ในสถานการณ์เหล่านี้ เราได้เห็นสาวทอมบอยที่ชอบการขี่มอเตอร์ไซค์ ค่อยๆ ปลูกดอกรักกับไอ้หนุ่มซ่อมแอร์, เห็นตี๋น้อยพยายามเอาชนะใจหมวยหวาน ที่ทำงานในโรงงานแห่งหนึ่ง, เห็นสาวนักแสดงที่ไปหลงรักเชฟผู้เคร่งขรึม เป็นสุดยอดการทำอาหาร แต่จืดชืดเรื่องความรัก เพราะติดกับขนบ ไปจนถึงสาวนักเปียโน ที่ชะตากรรมเล่นตลก พาไปเป็นนักนวดเท้า ที่ก็บังเอิญว่ามีเพื่อนหนุ่มเป็นคนขายน้ำ แถมยังลูกติด

ความรักของคน 5 คู่นั้น เน่าสนิทเมื่อมองจากหนัง แต่ความสัมพันธ์แบบนี้แหละ ที่เราล้วนพบเห็นได้จากชีวิตรายวัน? เพื่อนผมคนหนึ่ง เรียนมาด้วยกัน ตอนเรียนก็มีรุ่นน้องคนหนึ่งมาหลงรัก พอจบก็จากกันไปตามวงจรของชีวิต ฝ่ายชายไปเป็นเซลส์มีอนาคต ก่อนก่อคดีร้าย จนต้องเข้าไปอยู่ในคุก ฝ่ายหญิงหน้าตาดี ได้ดิบได้ดีไปกับสามีหนุ่ม…เวลาผ่านไป 20 ปี ทั้งคู่ต่างมี “ลูก” ของตัวเอง

แต่แล้วด้วยความจืดชืดของชีวิตคู่ ทำให้ทั้งสองคนลักลอบคบหากัน และในที่สุดต่างฝ่ายต่างล้มละลายกับชีวิตคู่ ก่อนจะสมัครใจกันมาเริ่มต้นกันใหม่ ด้วยลูกติดฝ่ายละหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งเน่ากว่า เพื่อนสาวสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคนหนึ่งของผม หน้าตาดีเป็นภรรยาหมอ ที่ทางบ้านก็จ้างคนสวนมาทำงานทุกวัน

สามีเธอไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย จนต้องแอบร้องไห้อยู่บ่อยๆ หลายคืนที่สามีไม่กลับบ้าน คนสวนอายุรุ่นอาก็ได้แต่ปลอบใจ และไม่ได้คิดอะไร เรื่องนี้ผ่านไป 7 ปี หมอคนนั้นตายเพราะอุบัติเหตุแถวเชียงราย และที่สุด เพื่อนผมหน้าตาดีคนนี้ จึงตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับคนสวน ที่ทุกอย่างมีน้อยกว่า

ผมไม่เคยต่อว่าสองเรื่องนี้ และคิดว่า 5 คู่หลักๆ ที่อยู่ในหนัง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่สามารถเชื่อได้? hot summer days อาจไม่มีเสียงที่พูดถึงเรามากนัก แต่สาระอย่างหนึ่งก็คือ มันทำให้เรารู้ว่าท่ามกลางความใหญ่ของเมืองนั้น มีเรื่องเล็กๆ ซ่อนอยู่ มีทั้งเรื่องที่ซ่อนอยู่อย่างกระมิดกระเมี้ยน และแสดงตัวอย่างโจ่งแจ้ง

Hot Summer Days มีข้อด้อยตรงที่ไม่สามารถ “เกลี่ย” น้ำหนักของหนัง ให้มีความสมดุลกันระหว่างคาแรคเตอร์ต่างๆ ตรงนี้ paris, i love you กับ love actually ทำได้ดีมากในการแบ่งเบาภาระต่อกันและกัน

อีกจุดหนึ่งที่ผมคิดว่า หนังพลาดไปที่จะเลือกให้แก่ตัวงาน ก็คือ เขาเลือกให้หนังเป็น comedy มากกว่าที่จะเป็น drama จริงๆ พอหนังมีทางเป็นตลกหมด คนดูจะถูกรู้สึกว่า ไม่ค่อยอินกับเนื้อหา คู่ที่สามารถจะดึงหนังได้จริงๆ คือ บทของ วิเวียน ฉู ซึ่งเคยเล่นหนังแนวโป๊ๆ เปลือยๆ มาก่อน มาเรื่องหนึ่งนี้ เธอพยายามจะเล่นเป็นสาวที่เฝ้ารอรักแท้ และเป็นคู่ที่มีน้ำหนักมากสุดในการที่จะทำให้หนังมีความสมดุล การทำให้ช่วงท้ายของเรื่องเสียไป ก็มาจากการที่บทของ วิเวียน ไม่ได้ขรึมพอ พอเธอตลกโปกฮา ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจที่ทำมาช่วงต้น ก็กระเด็นหายไปหมด

บทที่ไม่เคยมีคิดว่าจะดึงหนังกลับมาสู่จอได้ ก็คือบทของสาวทอมบอยที่มีความสนิทกับช่างซ่อมแอร์หนุ่มเด๋อๆ คู่นี้เอาทางมาจาก “หนังสือการ์ตูน” ทั้งบล็อกกิ้ง diction และ movement ของตัวละคร ซึ่งตอนจบก็เล่นซะ romance แบบหนังฮ่องกงยุคกลาง 90’s

ผมนึกเสียดายคำว่า summer ที่อยู่ในชื่อหนัง เพราะถ้ารื้อกรุหนังย้อนหลังดู เราจะพบว่าชื่อ season นั้น คำว่า summer มีนัยให้ถูกเล่นมากกว่า winter และ spring อย่าลืมว่าในวัยเด็ก หลายคนสูญเสียความเยาว์ไป หรือจะมีความทรงจำเล็กๆ น้อยๆ ก็จากช่วงปิดเทอมใหญ่ และอะไรแถวๆ นั้น แดดร้อนๆ ของ summer บางทีก็แผดเผาเสียจนความไร้เดียงสาของเด็กหมดไป บางคนขี่จักรยานเป็นตอนปิดเทอม บางคนสนใจเพศตรงข้ามเพราะเรียนพิเศษ จะมีใครสักกี่คนที่รุ่มร้อนแบบเด็กสาวสองคนพี่น้องใน the man in the moon ที่หลงรักผู้ชายคนเดียวกัน และต้องเป็นน้องสาวที่ต้องถอนตัวออกไป

นี่เป็นเหตุผลว่า เวลามีการเชิญใครสักคนมาเล่าถึงความหลังของตัวเอง summer นั้น มักถูกจดจำมากกว่า winter ทั้งที่ winter นี่แหละ ที่คนเราโหยหามากกว่า summer

เช่นนี้เอง, ใครจะผ่านวาระ ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น หรือ summer of 42 องศา? เราก็ล้วนต้องมี hot summer days ด้วยกันทั้งนั้น

โดย : นันทขว้าง สิรสุนทร

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ