GOING THE DISTANCE หนังรักโรแมนติกสุดติ่ง!

Home / วิจารณ์หนัง / GOING THE DISTANCE หนังรักโรแมนติกสุดติ่ง!

สวัสดีค่ะแฟนๆชาวมูฟวี่เอ็มไทย ตั้งแต่เขียนบทวิจารณ์มาหลายต่อหลายเรื่องยังไม่เคยได้ทักทายกันเลย “หนามเตย” ขอขอบคุณแฟนๆมูฟวี่เอ็มไทยที่เข้ามาอ่านบทวิจารณ์ และมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยการเขียนบทวิจารณ์นี้ ถ้ามีอะไรผิดพาดหรือทำให้เข้าใจผิดก็ขออภัยไว้นะทีนี้ ซึ่งบทวิจารณ์เป็นพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น อยากให้แฟนๆชาวมูฟวี่เอ็มไทยได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเยอะๆในทุุกกระทู้ของมูฟวี่เอ็มไทย

และอาทิตย์นี้ “หนายเตย” ก็มีโอกาสได้ชมหนังรักโรแมนติกอีกเรื่องหนึ่ง ก็เลยมาพูดคุยและแลกเปลี่ยนกัน กับภาพยนตร์เรื่อง GOING THE DISTANCE รักแท้ไม่แพ้ระยะทาง เป็นหนังรักโรแมนติกอีกเรื่องที่อยากแนะนำให้สาวกคอหนังรักได้ชมกัน กับผลงานการกำกับของ นาเนต เบอร์สไตน์ เป็นเรื่องราวความรักที่มิอาจกีดกั้น แม้เส้นทางและระยะเวลาจะมาขวางกั้น ไม่ให้เขาและเธอได้เจอกัน แต่ด้วยพลังแห่งรักก็ทำให้อุปสรรคเพียงแค่นี้ทำอะไรเขาทั้งสองไม่ได้เลย แถมหนำซ้ำยังตราตรึงเขาทั้งคู่ให้มีรักหวานสุดซาบซึ้ง ขอเรียกว่าเป็นหนังรักโรแมนติกสุดติ่งละกัน

โรแมนติกสุดติ่งที่ว่าไม่ได้หวานจนเลี่ยน แต่เป็นความกลมกล่มที่ผู้กำกับ นาเนต เบอร์สไตน์ ปรุงได้อย่างพอดีและลงตัว ด้วยการพาผู้ชมเข้าไปในห้วงแห่งความรักกับเรื่องราวความหอมหวาน ระหว่าง แกร์เรท (จัสติน ลอง) ชายหนุ่มที่วุ่นวายไปกับการทำงานเบื้องหลังให้ศิลปินชื่อดังในนิวยอร์ค และ เอริน (ดรูว์ แบร์รี่มอร์) หญิงสาวนักฝัน ที่อยากเป็นนักเขียนหัวเห็ดของหนังสือพิมพ์ชื่อดัง ในนิวยอร์ค ความบังเอิญทำให้เขาทั้งสองได้เจอกัน โดยการแลกเปลี่ยนเรื่องราวเล็กน้อยๆในวงสนทนา กลางผับ จากนั้นเขาทั้งคู่ก็มีสัมพันกันในชั่วข้ามคืน (ซึ่งในทำเนียมของฝรั่งอาจดูเป็นเรื่องธรรมดาที่ชายหญิงจะมีอะไรกัน ทั้งๆที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า) และนั้นคือจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมของเขาและเธอ แต่จุดเริ่มต้นที่ต่างฝ่ายอยากจะสานต่อกลับเจออุปสรรคชิ้นโตซะแล้ว เมื่อ เอริน (ดรูว์ แบร์รี่มอร์) ต้องย้ายกลับบ้านเกิดที่ซานฟรานซิสโก

ซึ่งเรื่องราวที่คุณจะได้ชมต่อไปมันคือความโรแมนติกสุดติ่งที่ได้เกริ่นไว้ข้างต้นนั้นแหละ ในเมื่ออุปสรรคของหนังคือระยะทาง แวดล้อมไปด้วยครอบครัวและเพื่อนๆ ที่ต่างก็ลุ้นกันขาดใจว่าเขาทั้งคู่จะยังคงมั่นคงต่อกันสักแค่ไหน หรือมันอาจจะยากจนไปไม่ถึงฝั่งฝัน ต้องไปตามลุ้นกันเอาเอง ซึ่งก็อยากแนะนำให้คุณควงคู่รักไปชมด้วย อาจจะได้แง่มุมอะไรดีๆกลับมาเติมเต็มความรักได้

ในแง่มุมของการดำเนินเรื่อง ก็เป็นการดำเนินเรื่องในแบบเรียบๆ ธรรมดาไม่ตื่นเต้นอะไร เป็นความรักที่ธรรมดาแต่ดูสนุก มีมุกขำให้ได้ฮาแบบพอหอมปากหอมคอ ฉากเลิฟซีน ก็ดูดูดื่ม แต่ก็ไม่ถึงกับหวือหวา แต่มันเป็นความอัดอั้นของชาย-หญิงที่ไม่ได้เจอกันมานาน และอยากจะปลดปล่อยเต็มที่ ก็ได้เต็มอิ่มแบบหนำใจเลยแหละ

ด้านภาพ แสง สี เสียง ชัดบ้าง เบลอบ้าง แต่ก็ได้เห็นภาพสวยๆของเมืองนิวยอร์ค แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่เน้นที่โลเกชั่นอะไรมากมาย แต่จะเน้นไปที่เรื่องราวของหนังมากกว่า ส่วนเรื่องเสียงที่ไม่แน่ใจว่าเป็นที่โรงภาพยนตร์รึเปล่า เหมือนกับว่าเดี๋ยวดัง เดี๋ยวเบา ใครมีโอกาสได้ชมรบกวนมาแลกเปลี่ยนว่าเป็นเหมือนกันรึเปล่า

ด้านนักแสดงนำ เริ่มต้นกันที่พระเอกของเรื่อง (จัสติน ลอง) รับบท “แกร์เรท” ด้านการแสดงก็ถือว่าบทบาท แกร์เรท เป็นบทที่ง่ายๆ ไม่ต้องโชว์พลังอะไรมากมาย สามารถเล่นได้แบบสบายๆ ซึ่งจัสติน ลอง ก็แสดงได้ดีพอสมควร มาที่นางเอกของเรื่อง (ดรูว์ แบร์รี่มอร์) รับบท ” เอริน” ซึ่ง ดรูว์ แบร์รี่มอร์ถือว่าเป็นนักแสดงมากความสามารถ มีชื่อดังโด่งดัง การที่เธอได้มารับบท “เอริน” หญิงสวยสุดมั่น เลยทำให้บทนี้ดูไม่ยากเย็นอะไรนักสำหรับเธอ ซึ่งในส่วนตัวแล้วเขาทั้งคู่แสดงได้ดีทีเดียว แต่เพื่อเพิ่มอรรถรสของหนังให้น่าดู ด้านนักแสดงนำก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเรื่องนี้ “ดรูว์ แบร์รี่มอร์” เธอดูเป็นสาวแก่ไปหน่อย ยิ่งเมื่อกล้องจับมาใกล้ๆ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเธอแก่ขึ้นมากจริงๆ เลยทำให้รู้สึกขัดๆ น่าจะได้นักแสดงนำที่เด็กกว่านี้อีกสักหน่อย หรือไม่ก็เอา ดรูว์ แบร์รี่มอร์ ตอนอายุน้อยกว่านี้สัก 5 ปีที่แล้วก็น่าจะโอเคเลยแหละ

ความสุดติ่งของหนังเรื่องนี้น่าจะโฟกัสไปที่ความโรงแมนติกของพระเอก ที่แสนจะมั่นคงและซาบซ่าร์ สิ่งเดียวที่จะสานต่อหัวใจเขาและเธอได้ ก็คือการโทรคุยกัน แต่มันจะทนได้แค่ไหนล่ะ ในเมื่อสิ่งนี้มันช่วยได้แค่ชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น ระยะทางพิสูจน์ม้าการเวลาจะพิสูจน์เขาและเธอได้หรือไม่ ถ้าคุณมีโอกาสได้ชมก็จะเปลี่ยนสำนวนไทยที่ว่า “รักแท้ แพ้ระยะทาง” มาเป็น “รักแม้ ไม่แพ้ระยะทาง” เลยแหละ ก็เต็มอิ่มไปกับความรักของเขาทั้งสอง แบบไม่ถึงกับรักใสๆแบบวัยรุ่น แต่เป็นรักใสๆของชายหญิงวัยทำงาน อายุ 30 กลางๆ ที่จะมาถ่ายทอดอารมร์ความรักอีกรูปแบบได้อย่างน่าประทับใจ

โดยรวมแล้ว GOING THE DISTANCE รักแท้ไม่แพ้ระยะทาง เป็นหนังรักโรแมนติกอีกเรื่อง ที่เหมาะสมหรับคอหนังรัก แต่ก็อย่าไปคาดหวังอะไรมาก เพราะไม่เช่นนั้น คุณจะชมหนังอย่างไม่สนุก รับไป 3 ดาว ดูแล้วมาคุยกัน

วิจารณ์โดย : หนามเตย