โศกนาฏกรรมรักชั้นเยี่ยม ที่ตราตรึงทุกหัวใจตราบ ชั่วฟ้าดินสลาย

Home / วิจารณ์หนัง / โศกนาฏกรรมรักชั้นเยี่ยม ที่ตราตรึงทุกหัวใจตราบ ชั่วฟ้าดินสลาย

แค่ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาก็เรียกเสียงฮืฮฮากันทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับภาพยนตร์ พีเรียด-ดราม่า ?ชั่วฟ้าดินสลาย? ผลงงานการกำกับของผู้กำกับชั้นครู ?หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล? หรือที่รู้จักกันดีกับ ?หม่อมน้อย? และเมื่อได้พระเอกเบอร์หนึ่งของเมืองไทยอย่าง? ?อนันดา เอเวอริงแฮม? มาประกบคู่กับ ?พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์? ก็ยิ่งตอกย้ำให้ภาพนตร์เรื่องนี้ กลายเป็นหนังรักยิ่งควรค่าแก่การชมเป็นอย่างยิ่ง

?ชั่วฟ้าดินสลาย? เป็นวรรณกรรมคลาสสิคของ ?เรียมเอง? (ครูมาลัย ชูพินิจ) ซึ่งแต่งขึ้นในยุคสมัยการเปลี่ยนแปลงการปกครองช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง (พ.ศ. 2486) ซึ่งนับว่าเป็นเวลาล่วงเลยมากว่า 67 ปี แต่วรรณกรรมชิ้นเอกชิ้นนี้ ก็ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ขึ้นหลายครั้งหลายครา ซึ่งแต่ละครั้งก็ล้วนตราตรึงหัวใจผู้ชมไว้ตราบชั่วฟ้าดินสลาย และการกลับมาเป็นครั้งที่ 4 โดยการรีเมคใหม่ของ? ?หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล? ก็เรียกว่าเป็นผู้กำกับที่เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะนำวรรณกรรมเรื่องสั้น เรื่องนี้กลับคืนสู่ความทรงจำของคนไทยอีกครั้ง ด้วยการรังสรรค์ทุกอย่างได้อย่างละเมียดละไม ยิ่งทั้งยังคงความเป็นเอกลักษณ์แบบเดิมของต้นฉบับเอาไว้ อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทำให้ภาพยนตร์ชิ้นนี้ เป็นงานมาสเตอร์พีช ชิ้นเยี่ยมที่สุดของหม่อมน้อย

ถ้าจะเอ่ยถึงผู้กำกับชั้นครูท่านนี้ ในวงการบันเทิง หลายคนคงจะรู้จักกันดี ว่า ?หม่อมน้อย? ท่านเป็นครูในด้านศิลปะการแสดงเบอร์หนึ่งของเมืองไทย ที่เปิดเนตรให้กับนักแสดงไทยทั้งใหม่และเก่าอย่างนับไม่ถ้วน ส่วนในด้านผลงานการกำกับภาพยนตร์ ?หม่อมน้อยได้เคยกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกภายใต้การดูแลของค่ายสหมงคลฟิล์ม กับภาพยนตร์เรื่อง ?เพลิงพิศวาส? (พ.ศ. 2527) โดยได้นักแสดงตัวแม่อย่าง ?สินใจ เปล่งพานิช? แสดงนำ ผลงานชิ้นนี้กลายเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วใน 27 ปีที่แล้ว จากนั้นมา ?หม่อมน้อย? ก็ได้ละเมียดผลงานภาพยนตร์ไว้หลายเรื่อง อาทิ ?ช่างมันฉันไม่แคร์ (พ.ศ. 2529),ฉันผู้ชายนะยะ (พ.ศ.2530),นางนวล (2530),เผื่อใจให้กันสักหน่อย (พ.ศ. 2532),ความรักไม่มีชื่อ (พ.ศ.2533),มหัศจรรย์แห่งรัก (พ.ศ.2538) และอันดากับฟ้าใส (พ.ศ.2540)

ละใน พ.ศ. นี้ ?หม่อมน้อย? ได้หยิบเอา ?ชั่วฟ้าดินสลาย? กลับมาทำอีกครั้ง โดนได้คัดสรรเอานักแสดงเบอร์ต้นๆของเมืองไทย มาเล่าเรื่องราวโศกนาฏกรรมรักชั้นเยี่ยม ตราตรึงทุกหัวใจตราบ ?ชั่วฟ้าดินสลาย?

?ชั่วฟ้าดินสลาย? เป็นเรื่องราวโศกนาฏกรรมรักที่เกิดขึ้นระหว่าง ชายวัยกลางคนในฐานะอา?พะโป้? (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) กับหลานชายรุ่นลูก ?ส่างหม่อง? (อนันดา เอเวอริงแฮม) อาหลานคู่นี้ดูจะต่างกันทั้งอายุ อุดมคติ และการใช้ชีวิต แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดูจะเหมือนกันคือความรัก… โดยมีหญิงสาวผู้เลอโฉมจากพระนครเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้ที่มาพร้อมกับความทันสมัย ทำให้ม่ายสาวอย่าง ?ยุพดี? (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) เกิดต้องตาต้องใจ พ่อม่ายคราวพ่อ อย่าง ?พะโป้? ทั้งคู่ตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตคู่กันในอาณาจักรปางไม้ที่ใหญ่โตของพะโป้ ที่ๆเต็มไปด้วยธรรมชาติและความสะดวกสบาย ด้วยข้าทาสบริวารมากมาย และการมาครั้งนี้ของ ?ยุพดี? ในฐานะแม่หญิงของปางไม้แห่งนี้ เธอก็ต้องได้รับอีกตำแหน่งหนึ่ง ในบทบาทอาสะใภ้ของหลานชายรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ?ส่างหมอง? และนี่คือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมรักครั้งนี้

เรื่องราวถูกเปิดเรื่องด้วยการมาเยือนของสหายต่างแดน ?นิพนธ์? (เพ็ญเพชร เพ็ญกุล) ที่ร่อนเร่มาไกลกว่าจะถึงปางไม้แห่งนี้ โดยขอเอ่ยถึงคุณ ?แจ๊บ เพ็ญเพชร เพ็ญกุล? อดีตพระเอกชื่อดัง ที่หายหน้าหายตาไปจากจอเงินมานานหลายสิบปี และการกลับมารับบท? ?นิพนธ์ ? ชายหนุ่มวัยสามสิบกว่า ที่ดูสุขุมลุ่มลึก ก็นับว่าเป็นการวางตัวที่เหมาะชมที่สุดกับการที่เลือก ?คุณแจ๊บ? มารับบทนี้ ที่จะมาเป็นผู้เล่าเรื่อง โดยมี ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ ในบท ?ทิพย์? หัวหน้าคนงานคู่ใจของ ?พะโป้? เป็นผู้เล่าและรับรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดในปางไม้แห่งนี้

ชายหญิงรุ่นราวคราวเดียวกัน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดการใกล้ชิดสนิทสนมกัน แต่ทว่าความใกล้ชิดนั้นมีเส้นแบ่งของความซื่อสัตย์ ที่ทั้งคู่จะมีต่อ สามีอันเป็นที่รัก และอาอันเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ก็คงไม่มีเรื่องราวความสูญเสียที่มิอาจลืมเลือนได้ตราบชั่วฟ้าดินสลาย

โดยตัวละครทั้ง ?ยุพดี ? และ ?ส่างหม่อง? ต่างมีความรัก ความโลภความโกธร ความหลง ตัญหาราคะ อยู่ในตัวเองอยู่แล้ว แต่มันจะผุดขึ้นมาเมื่อใดก็เท่านั้น การดำเนินเรื่องในช่วงต้นได้ดำเนินเรื่องราวโดยการเล่าผ่านสองตัวละคร? ได้อย่างบรรจงและลงตัว ทุกอย่างถูกตัดผ่านเรื่องราวในอดีต มาถึงปัจจุบันได้อย่างประณีตละเมียดละไม เรียกว่าถ้าคะแนนในเรื่องการตัดต่อ ถือว่าได้รับไปแบบ 10 เต็ม 10 เลยทีเดียว

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้กับฉากเลิฟซีน ที่เรียกว่าเล่นเหมือนจริง ถอดกันจริงๆ เห็นกันจะๆ แต่กลับไม่ได้ดูโป๊เปลือยจนเกินไป แต่กลับเป็นงานศิลปะที่ ?หม่อมน้อย? รังสรรค์มาได้อย่างละเอียดละออ ไม่ทำให้รู้สึกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จงใจที่จะสื่อไปในแนวทางแบบนั้น ความสัมพันธ์ของชายหนุ่มกับหญิงสาวได้เริ่มต้นขึ้นอย่างสวยงาม แต่จบลงด้วยสิ่งที่ทำให้ความสวยงามกลายเป็นความน่ารังเกียจ? ด้วยพันธะที่ ?พะโป้?? มอบเป็นของขวัญ กับ ?โซ่ตรวน? ที่จะผูกเขาและเธอตราบชั่วฟ้าดินสลาย

ความรักที่ถูกผูกกันอย่างใกล้ชิด แรกๆก็หอมหวาน แต่นานไปความหอมหวานก็กลายเป็นความขื่นขม เพราะแท้จริงแล้วธรรมชาติของมนุษย์ก็คือเกิดมาคนเดียวและตายคนเดียว มนุษย์ต้องการความเป็นอิสระ? การที่ถูกผูกตัดด้วยโซ่จึงถือเป็นบทลงโทษที่แสนจะหนักหนา เปรียบดังเช่นเหมือนตายทั้งเป็น นี่แหละคือเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้? ที่สะท้อนแง่คิดในมุมมองความรัก ที่เกิดขึ้นอดีตและปัจจุบัน

การเอาตัวละครชั้นดีชั้นเอกมาปะทะฝีมือกัน กับ 3 ตัวละครนำ ?ยุพดี ? (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์)? ?ส่างหม่อง? (อนันดา เอเวอริงแฮม) และ? ?พะโป้? (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) ตัวละครเอกทั้ง 3 ได้บรรจงฝีมือได้อย่างดีเยี่ยม ขอพูดถึง ตัวละครแรก ?ยุพดี ? เธอเป็นเหมือนหญิงแพศยา แต่อีกหนึ่งมุมกลับรู้สึกสงสารและเห็นใน ?ยุพดี ? ไปในคราเดียวกัน ส่วน ?ส่างหม่อง? ชายหนุ่มที่เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ แลความดี และในส่วนลึกๆเขาก็คือคนธรรมดาทั่วไป ที่มีทั้งความความดีความชั่วปะปนอยู่ และตัวละครตัวที่สาม ?พะโป้? โดยได้คุณ บี๋-ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ ช่างภาพเบอร์หนึ่งมารับบทนี้ เรียกว่าคุณบี๋แสดงได้อย่างดีเยี่ยมมาก การคัดสรรค์ตัวละครทุกตัวเรียกว่าเป็นการเลือกสรรค์ที่ดีที่สุด ลงตัวและเหมาะสม

โดยรวมแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ควรค่าแก่การชมอย่างยิ่ง นอกจากเรื่องราวที่ซ่อนเร้นในปางไม้แห่งนี้ ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ผู้มาเยือนถึงกับตราตรึงไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย รับไป 4.5 ดาว ดูแล้วมาคุยกัน

บทวิจารณ์โดย หนามเตย