สงครามสกายไลน์ อยากดูดโลกนักชิมิ

Home / วิจารณ์หนัง / สงครามสกายไลน์ อยากดูดโลกนักชิมิ

skyline

เห็นตัวอย่างหนัง Skyline ทำออกมาได้น่าดูน่าชมมากมาย ยานบินต่างดาวหลายลำ ลงมาดูดคนในโลกมนุษย์ เอาไปอย่างแยะ จานผีมาทีเป็นโหล มันเลยสร้างความน่าดูชมให้แก่เรา เล่นกับความรู้สึกของคนทั่วๆไปว่า ถ้าจู่ๆวันหนึ่ง คุณเปิดหน้าต่างแล้วเจอจานบินลอยอยู่บนฟ้า หลายลำเลย คุณจะทำอย่างไร ถ้างั้นพอหนังเข้า เราเลยขอไปพิสูจน์ตั้งแต่วันฉายแรกๆ

ว้าว โรงประจำSFXเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ มีอยู่ 10โรง ฉายสกายไลน์ไปสี่โรง เป็นพากย์ไทย 2โรง, เฟิร์สคลาส 1 โรง, แบบซาวด์แทรคอีก 1โรง โรงใหญ่สุด โรง7 โรง9 เอาไปหมดเลยครับ รอบที่ไปดูก็หัวค่ำ คนก็ยังเยอะอยู่ หนังไม่ยาวมาก บวกโฆษณาที่ไม่กระหน่ำ เวลาก็ไม่ถึง 2 ชั่วโมงนะ เบื่อโฆษณาปิดมือถืออันที่ผู้ชายนั่งรถเมล์, ผู้หญิงแอบไปดูหนังคนเดียวแล้วครับ เมื่อไหร่จะเปลี่ยนบ้าง เห็นนานมากแล้ว (เอาแพนด้าขี้โมโหเค้าคืนมา) อ่อ หนังเรื่องนี้ หนังตัวอย่างปะหัวก่อนหนังฉาย เป็นเรื่อง กะปิลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว น้องมิ้ลค์น่ารัก ไปดูกัน

ดูหนังซะทีพล่ามไปเยอะ หนังฉายแบบจอเปิดกว้างสุด เหมาะสุดกับการดูในโรงใหญ่ ดูจอใหญ่ ก็ไม่ต้องนั่งไกลมาก จอมันจะเล็ก เปิดมาปุ๊บ เราก็ร้องกรี๊ดทันที มันดูดเลย แสงสีฟ้าลงมาดูดเลยตอนตีสี่ 27นาที (งวดนี้แทง427) ไม่พูดพร่ำทำเพลง คนกำลังแฮงก์ๆกับปาร์ตี้ เดินออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่ระเบียงห้อง ก็โดนดูดแว้บหายไป แล้วก็ย้อนไปว่า 15 ชั่วโมงที่แล้วเกิดอะไรขึ้น

หนังก็ค่อยๆปูพื้นตัวละครหน่อย ว่าใครเป็นใคร สัมพันธ์เป็นไง พระเอก เจร็อด กับแฟนสาว เอเลน เดินทางมาเมืองแอลเอ มาทำงานตามที่เพื่อนผิวดำ เทอรี่แนะนำ ซึ่งอยู่ในคอนโดหรูหรากลางเมือง คู่เจร็อด-เอเลน เหมือนจะเป็นอะไรที่สมกันดี พระเอกจิตใจดีช่วยเหลือผู้อื่น คู่รักได้ แล้วก็ไม่มีอะไร ปาร์ตี้เลย แต่ก็ทำให้รู้ว่า เอเลน ไม่ได้อยากจะอยู่เมืองนี้ ไม่ต้องการชีวิตแบบนี้ แล้วพอเธอตรวจพบว่าตั้งครรภ์ เจร็อดก็เปลี่ยนสีหน้าทันทีว่าไม่พร้อมรับผิดชอบ ทำอะไรไม่ถูก กลุ้มเลย งั้นไปนอนคิดสักคืนก่อนละกัน

ยังไม่ทันเช้า ก็ครบ 15 ชั่วโมง แสงแรกก็โผล่แต่มันเป็นสีฟ้า นั่นแหละ ใครมองแสงนั้นจะตกอยู่ในมนต์ แล้วออกไปให้โดนดูดขึ้นฟ้า ก็โดนไปคนนึง ลนละทีนี้ ทำไงดี หนีตาย จะอยู่นี่หรือหนีไปข้างนอก ตัวละครหนึ่งเสนอว่าอยู่ที่นี่ก็รอให้ตาย หนีไปขึ้นเรือ ขับไปเมืองอื่นดีกว่า (เอ่อ มันต่างกันตรงไหนฟระ) เขาเรียกอยู่ดีไม่ว่าดี ก็โดนเชือดไปทีละคน เจอต่างดาวบ้าเลือด หลายพันธุ์ ทั้งใหญ่เหมือนยักษ์ ทั้งหนวดยาวเหมือนหมึกพอลหรือหมึกในเมตริกซ์ที่มาพร้อมกับตาหรืออะไรสีฟ้าๆ, ทั้งยานเล็กที่คอยปะทะกับเครื่องบินโจมตีของทหาร หลังจากนั้น หนังก็พาเราไปดูการหนีตายของคนกลุ่มนี้ แล้วก็นั่งรอดูว่า ใครจะตายก่อนกัน จะเหลือรอดกี่คน อะไรจะพังบ้าง อะไรจะระเบิดบ้าง

skyline

หนังเสนอทางเลือกให้ตัวละครทำอะไรที่ดูงี่เง่า แล้วเราคนดูที่เฝ้าสังเกตุการณ์ก็จะรู้สึกเหนือกว่า เฮ้ย ทำอะไรกันแบบนั้น เดี๋ยวก็ได้ตายกันหมด อย่าไปซีเรียส หนัง เขาเขียนบทแบบนั้น เดี๋ยวมันก็ตายเอง (ฮ่าฮ่า)

หลักๆหนังพูดถึงความรักตัวกลัวตายของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น (จานบินบุกทั้งเมือง แต่หนังโฟกัสเพียงกลุ่มเล็กๆไม่ถึง 10คน), พระเอกที่ดูเหมือนจะทำตัวเป็นพระเอกพึ่งพาได้ แต่พอถึงเวลา สถานการณ์ที่ทำให้สับสนในจิตใจก็ทำอะไรไม่ถูก (ก็คงเพราะมึนในจิตใจ และผลกระทบที่ร่างกายโดน) ทำอะไรที่เหมือนจะช่วยปกป้อง แต่ก็ดูฟูมฟายไร้สติกันหมด (ตกลงใครช่วยใครนิ) “ความเป็นผู้ชายที่ต้องทำตัวให้เป็นที่พึ่งพาได้” แต่มันก็พยายามแล้ว พยายามอย่างถึงที่สุด แต่ก็นะ ตัวละครเป็นคนธรรมดา ไม่ได้เก่งแบบจับปืนปุ๊บแล้วยิงเป็นปั๊บ หรือขับเฮลิคอปเตอร์ได้ เป็นตัวละครที่รอคอยการช่วยเหลือ หนีตายเหมือนคนทั่วๆไป โอ้ ชอบฉากซัดต่างดาวด้วยมือเปล่าด้วย ดูสิ้นหวังดี ตรูไม่มีอะไรจะสู้แล้ว พลั่กๆ

เรื่องของเอฟเฟกต์ซีจี ก็มาเต็ม ต่างดาวโผล่มาไม่หยุดหย่อน ฉากโจมตีเล่นกันตอนสว่างๆเลย แต่ฉากซัดสัตว์ประหลาดบนดาดฟ้าตึก นึกถึง D-War แบบกลายๆ (เคยดูไหมเอ่ย ไม่เคยดู พูดไปงั้น), ความหายนะ รู้สึกว่ามันจะน้อยไปหน่อย เหตุการณ์เกิดอยู่แค่ที่คอนโดนี้ที่เดียว เลยมีไม่กี่ตูม แต่บรรดาสัตว์ประหลาดต่างดาว ก็ขยันพุ่งพล่านออกมามากมาย จานผีก็ทนทายาดพอๆกับฆาตกรโรคจิต ชอบฉากที่จานผีดูดคนดูในโรงอ่ะ เอากับมันสิ พอดีหนังไม่ได้บอกเลยนะ ว่าจานผีมาทำไม ทำไมถึงมา แล้วยังไงต่อ แต่จบแบบนี้ผมชอบนะ แต่หลายคนคงบ่นอุบ

ให้ 6/10 ครับ เหมาะสำหรับคนที่ตั้งใจไปดูอยู่แล้ว อีกอย่าง สัปดาห์นี้คุณมีทางเลือกเหรอคร้าบบบบ

โดย Tyler movie.mthai