Yes or No หนังรักทางเลือกใหม่

Home / วิจารณ์หนัง / Yes or No หนังรักทางเลือกใหม่

เรียกว่าเป็นหนังรักทางเลือกใหม่ จากค่ายเล็กๆ ที่ดูจะเปิดตัวแรง ด้วยการกล้าที่จะส่งหนังรักโรแมนติก “หญิงรักหญิง” ออกสู่ตลาดภาพยนตร์ แต่ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป เพราะคนดูเริ่มจะรับได้กับสิ่งที่ผู้ผลิตและผู้กำกับภาพยนตร์(ไทย) กล้าที่จะนำเสนอภาพยนตร์ในแง่มุมที่แตกต่างไปกว่าเดิม ไม่ว่าจะหนัง “ชายรักชาย” หรือ “หญิงรักหญิง” ก็ดูจะกลายเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว เลยทำให้รู้สึกได้ว่าวงการภาพยนตร์ไทยเปิดกว้างมากขึ้นที่จะทำหนังรักทางเลือกใหม่ ออกสู่สายตาคนดู ที่จะมีภาพยนตร์ที่หลากหลายแนว หลากหลายรูปแบบมาให้คนดูได้เลือกชมกัน

ซึ่ง Yes or No อยากรักก็รักเลย ก็เป็นหนังไทยอีกเรื่อง ที่น่าชม และทำในเข้าใจมุมมองของคำว่า “หญิงรักหญิง” เพิ่มมากขึ้น หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงแค่รักฉาบฉวย แต่คุณค่าของมันกลับทำให้รู้ว่า ผู้หญิงห้าว หรือ สาวหล่อ ก็มีดีไม่แพ้ผู้ชายเหมือนกัน

รื่องราวเล่าถึง ?พาย? (ออม-สุชารัตน์) สาวหวานน่ารัก ที่ต้องย้ายจากห้องพักนักศึกษาหญิง เพราะสุดจะทนกับเพื่อนร่วมห้องคนเก่า ที่มีรสนิยมเป็นดี้ เลยทำให้พายต้องย้ายห้องมาอยู่ร่วมกับรูมเมทคนใหม่อย่าง ?คิม? (ติ๊นา-ศุภนาฎ) นศ.คณะเกษรฯ น่าตาน่ารัก แถมยังเทห์จนผู้ชายถึงกับชิดซ้ายไปเลย การย้ายมาของพายในครั้งนี้ ทำให้พายต้องหนีเสือปะจระเข้ เพราะเธอต้องมาใช้ชีวิตร่วมห้องกับสาวห้าว ที่เธอมีอคติว่าไม่ชอบเอามากๆ เลยทำให้การร่วมห้องของ พาย และ คิม เกิดมีปัญหาขัดแย้งกัน พายแบ่งแยกตัวเองออกจากคิมอย่างชัดเจน ด้วยการแบ่งเส้นไม่ให้ คิม ล้ำเส้นมาที่เขตของเธอโดยเด็ดขาด ซึ่งความน่ารักของหนังเรื่องนี้ได้เริ่มต้นขึ้น ที่ความขัดแย่งของตัวละคร และเรื่องราวหลังจากนี้ยิ่งดูก็ยิ่งสนุก เพราะถูกถ่ายทอดออกมาในอารมณ์ความน่ารักของคิม (พระเอกของเรื่อง) ที่เป็นคนอ่อนโยนน่ารักจริงใจ ชอบเทคแคร์ ทำให้วันนึง พายเกิดยอมอ่อนลง และเกือบจะเป็นคนล้ำเส้นนั้นซะเอง เมื่อใจของพายเกิดสับสนกับอะไรบางอย่างขึ้น และคิมเองก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ซึ่งเรื่องราวความใกล้ชิดของทั้งสอง ได้มี ?เจน? (ดิว-อริสรา) สาวสวยเซ็กซี่อารมณ์สุดแปรปรวน ที่เพิ่งจะถูกสาวหล่อหักอกไป มาเป็นมือที่สาม เจนลุกมากระชุ่มกระชวยอีกครั้ง เมื่อได้พบกับคิม ซึ่งพายเองก็มีรุ่นพี่คนสนิทอย่าง ?แวน?? (บอล-สรณัฐ) ชายหนุ่มมาดเท่ห์ อบอุ่น โรแมนติกและใจดี คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง เพราะได้ความไว้วางใจจากแม่ของพาย ความใกล้ชิดของพายและคิมเกิดเป็นความรู้สึกแปลกๆขึ้นมา โดยมีอุปสรรคขวากหนามที่คอยทิ่มแทงทั้งสองให้ต้องเจ็บปวด เมื่อทั้งคู่ไม่รู้ว่าหนามชิ้นนั้น เป็นเพราะอุปสรรคภายนอกที่เกิดจาก “เจน” และ “แวน” หรือเป็นเพราะในใจของทั้งคู่ ที่ไม่รู้ว่ามัน “ใช่”หรือ “ไม่ใช่” กันแน่ ซึ่งเรื่องราวหลังจากนี้ต้องไปตามลุ้นกันเอาเอง รับรองว่าคุณจะได้ทั้งเสียงหัวเราะ และคาบน้ำตา หลับบ้านไปอย่างแน่นอน

Yes or No อยากรักก็รักเลย ถือว่าเป็นหนังรักทางเลือกใหม่ ที่ผู้กำกับ นาย-สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร ตั้งใจนำเสนอ แม้จะไม่เคยผ่ายงานด้านการกำกับภาพยนตร์มาก่อน แต่สำหรับ Yes or No? อยากรักก็รักเลย ดูจะเป็นคำตอบให้ผู้กำกับหญิงคนนี้สอบผ่านได้แบบสวยงาม เพราะการถ่ายทอดเรื่องราวที่กลมกร่อมและลงตัว ได้เห็นความน่ารักของตัวละคร ความใสซื่อของพระเอกที่มีต่อนางเอก และที่สำคัญเข้าใจถึงอารมณ์ของหนังได้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังรักฉาบฉวย แต่เป็นความอบอุ่นความจริงใจที่ตัวละคร คิม มีต่อ พาย ถึงแม้จะเป็นหนังรักฟอร์มเล็กๆ แต่ฝีมือการกำกับไม่ทำให้ตกฟอร์มอย่างแน่นอนค่ะ ขอเป็นกำกัลใจให้คุณผู้กำกับ

ด้านการแสดง ขอพูดถึงนางเอกของเรื่อง ออม-สุชารัตน์ ที่เคยผ่านผลงานจากภาพยนตร์ ปายอินเลิฟ มาแล้ว ซึ่งภาพยนตร์เรื่อง Yes or No อยากรักก็รักเลย ถือว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองของสาวออม ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยความสามารถที่มีเกินร้อยของเธอบวกกับด้านการศึกษาที่จบเอกการแสดงจากรั่วมหา’ลัย มามาดๆ ทำให้สาวออมได้คะแนนด้านการแสดงไปเต็มๆกับบทนี้ มากันที่พระเอกสาวหล่อของเรื่อง ติ๊นา-ศุภนาฎ เรียกว่าเป็นน้องใหม่แกะกล่อง แต่ก็เป็นกล่องคุณภาพซะด้วย น้องติ๊นาทำได้ดีมากในเรื่องของการแสดง เรียกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แจ้งเกิดสาวหล่อดาวรุ่งคนใหม่ขอวงการ ที่สาวๆเห็นเป็นต้องกรี๊ด ด้วยบุคลิคน่ารักอบอุ่นของติ๊นาทำให้เรื่องนี้เธอได้คะแนนจากเหล่าชะนีเทียมไปไม่น้อย ส่วนนักแสดงท่านอื่นก็แสดงได้ดีมาก

ด้านภาพ แสง สี เสียง ก็อยู่ในเกณฑ์ดี ภาพสวย วิวและโรเกชั่นก็สวย ถึงฉากสวยใหญ่จะอยู่ในห้องและมหาวิทยาลัย แต่ก็นับว่าเป็นการเลือกมุมภาพที่ลงตัว ถ่ายทอดออกมาได้สวยงาม

โดยรวมแล้ว Yes or No อยากรักก็รักเลย น่าจะเป็นหนังรักทางเลือกใหม่ ที่น่าจะตรงใจกลุ่มเป้าหมาย สาวหล่อ-ชะนีเทียม และกลุ่มวัยรุ่น ที่ไม่ควรพลาดชม เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้แฝงอะไรบางอย่างที่คุ้มค่ากับการชมอย่างแน่นอน รับไป 3.5 ดาว ดูแล้วมาคุยกัน

บทวิจารณ์โดย:หนามเตย