Tron โลกดิจิตอลสุดไฮเทค ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในโลกของภาพยนตร์

Home / วิจารณ์หนัง / Tron โลกดิจิตอลสุดไฮเทค ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในโลกของภาพยนตร์

Tron ได้ถูกสร้างขึ้นในปี 1982 โดย สตีเว่น ลิสเบอร์เกอร์ แต่ในยุคนั้นดูจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เมื่อ Tron กวาดรายได้ไปไม่มากเท่ากับที่ตั้งไว้ ทำให้ผู้กำกับและ Tron ถูกกลืนกินหายไป จนกระทั้งในยุค 90 (ปี 1997) Tron ได้กลับมามีบทบาทอีกครั้ง ซึ่ง Tron ได้กลายเป็นหนังแห่งแรงบันดาลใจ และจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู้โลกแห่งอนาคตสุดล้ำ

และใน ปี 2010 ในยุคที่มีเทคโนโลยีล้ำยุคเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ Tron ได้กลับมาอีกครั้ง โดยผู้กำกับมือประณีต “โจเซฟ โคซินสกี้? ผู้กำกับงานโฆษณาชื่อดัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสุดล้ำตัวโยง ทำให้ Tron ในยุคนี้กลายเป็นหนังแอ๊คชั่นไซไฟที่โครตล้ำ!! ที่สุดอีกเรื่อง… ในรูปแบบของหนังไซไฟ-ผจญภัย 3 มิติ สุดไฮเทคในโลกดิจิตอลที่คุณไม่เคยได้เห็นมาก่อนในโลกภาพยนตร์

Tron Legacy :ทรอน ล่าข้ามโลกอนาคต เล่าถึง แซม ฟลินน์ (การ์เรตต์ เฮดลันด์) เด็กหนุ่มหัวดื้อวัย 27 ที่ยังคงค้างคาใจกับการหายไปนานกว่า 20 ปี ของผู้เป็นพ่อ เควิน ฟลินน์ (เจฟฟ์ บริดเจส) บุคคลที่ทุกคนก็รู้จักกันดีในนามของผู้พัฒนาเกมชั้นนำระดับโลก แซมเริ่มค้นหาต้นต่อสัญญาณบางอย่างที่อยู่ในศูนย์เกมของพ่อ เมื่อสัญญาณนั้ยกลับกลายเป็นสิ่งที่เขาต้องทึ้ง เพราะมันดูดเขาไปในโลกแห่งดิจิดอลสุดล้ำ โลกที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์อันน่าตะลึง และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆมากมาย เป็นจักวาลที่ถูก เควิน ฟลินน์ พ่อของเขาสร้างขึ้นนั้นเอง โดยการผจญภัยในโลกแห่งไซเบอร์ของแซม เขาต้องสู้รบกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พ่อของเขาสร้างขึ้น จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่แล้วแซมก็ถูก ควอร่า (โอลิเวีย ไวลด์) ช่วยชีวิตเขาไว้ และทำให้เขาได้พบกับ เควิน ฟลินน์ ผู้เป็นพ่ออีกครั้ง เขาตั้งใจจะกลับไปในโลกแห่งปัจจุบันเพื่อไปใช้ชีวิตปกติกับผู้เป็นพ่อ แต่โปรแกรมต่างๆที่พ่อของแซมสร้างขึ้น กลับลุกขึ้นมาทำร้าย เควิน ฟลินน์ และแซม ซะเอง ซึ่งสองพ่อลูกจะหาทางหลุดพ้นอออกมาจากโลกแห่งดิจิตอลนี้ได้อย่างไร ตามลุ้นกันเองนะคะ

โดยการดำเนินเรื่องตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงจบ เรียกว่าเป็นหนังแอ๊คชั่น-ไซไฟ ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุด(ตั้งแต่เคยดูหนังประเภทนี้มา) ทั้งภาพ แสง สี เสียง มันดูล้ำไปหมด อีกทั้งพาหนะ, อาวุธ, สิ่งปลูกสร้าง หรือพวกจอมวายร้ายใน ก็ดูจะล้ำสุดขั่วไปเลย ซึ่งนอกจากภาพ แสง สี เสียง และฉากแอ๊คชั่นสุดตระกานตา ยังบอกเล่าเนื้อหาแบบดราม่าครอบครัว ที่ดูแล้วก็รู้สึก สะกิดใจขึ้นมา หนังเรื่องนี้มีคติสอนใจหลายอย่างทั้ง ความเห็นแก่ตัว, ความโลภ ไม่ว่าจะมนุษย์หรือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นก็สามารถเป็นได้ และที่สำคัญมันยังสอนในรู้ว่าโลกแห่งดิจิตอลที่คนทั้งโลกในความสำคัญกับมัน เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา มันมีคุณอนันและมีโทษมหัตที่สุดท้ายมันอาจจะกลับมาทำร้ายคุณเองก็ได้ เหมือนอย่างที่ เควิน ฟลินน์ ได้เจอมาเอง

จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ น่าจะอยู่ตรงที่ฉากแอ๊คชั่น-ไซไฟ บนโลกดิจิตอลตลอดทั้งเรื่อง ความทันสมัยสุดล้ำของตัวละคร และด้านการแสดง ซึ่งใครที่หวังจะได้เห็นฉากยิ่งใหญ่สุดอลังการในโลกที่เขาเรียกว่าเกม ก็น่าจะไม่ผิดหวัง ซึ่งการถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบ 3 มิติ ก็ยิ่งเพิ่มความล้ำเข้าไปอีก ประหนึ่งกับว่าตัวเราเองได้เป็นส่วนหนึ่งในนั้น

จุดด้อยของหนัง ในความคิดเห็นส่วนตัว คิดว่ายังคงเป็นหนังที่เน้นไปในเรื่องของซีจี ความตื่นตาตื่นใจในความล้ำยุค แต่เนื้อหาของหนังกลับไม่ได้เน้นหนักมาก ในช่วงต้นถึงกลางเรื่องมันดูอืดๆ ไม่ค่อยน่าติดตามเท่าไหร่ มาสนุกในช่วงองค์ 3 เกือบจะสุดท้ายของหนัง และก็แอบสงสัยนิดนึงที่จริงแล้ว ทรอน มันคือตัวละครเอกหรือตัวประกอบกันแน่ ซึ่งถ้าใครรู้ก็ช่วยบอกต่อด้วยนะคะ

ซึ่งโดยรวมแล้ว Tron Legacy :ทรอน ล่าข้ามโลกอนาคต ก็เป็นหนังแห่งโลกดิจิตอล(จริงๆ) ที่คอหนังไซไฟไม่ควรพลาดชม และหวังอย่างยิ่งว่า Tron ในยุค 2010 จะเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น และมันน่าจะเป็นภาพยนตร์แห่งโลกอนาคตที่พัฒนาไปอีกขั้น ซึ่งถ้าคุณไม่เน้นหนักที่เนื้อหามากนัก ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เรียกว่าคุ้มค่าและควรค่าแก่การชม กับจินตนาการสุดล้ำ ที่อาจจะเป็นโลกแห่งอนาคตของเราในวันข้างหน้า(ก็เป็นได้) รับไป 3.5 ดาว ดูแล้วมาคุยกัน

บทวิจารณ์โดย หนามเตย