Hereafter แล้วใครจะเข้าใจเรา

Home / วิจารณ์หนัง / Hereafter แล้วใครจะเข้าใจเรา

Hereafter

หนังฉายในระบบดิจิตอลในบางสาขา ก็ก็พอหาดูได้สะดวก เช็ครอบก่อนไปดูละกัน แต่รอบที่ไปดู ไปดูที่สกาล่า ภาพจอกว้างสุด ซับตอกจางๆ โรงดิจิตอลไม่ใช่ซับแบบนี้

หนังพูดถึง สามชีวิต ที่อยู่กันคนละสามสถานที่ ต่างประเทศกัน ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกันเลย เดี๋ยวไปดูเองก็จะรู้ว่าเกี่ยวกันไหม เล่าสามเหตุการณ์สลับกันไปเรื่อยๆ แต่เรียงลำดับเหตุการณ์ตามเวลา แรกๆอาจมึน แต่ดูๆไปก็จะจับจุดได้เอง ว่าพูดถึงใคร สถานที่ใด

เหตุการณ์แรก นักข่าวสาวชาวฝรั่งเศส(พูดฝรั่งเศส) มารี (ซีซีล เดอ ฟรานซ์) ที่ถึงคราวซวย เจอเหตุสึนามิถล่มที่ฮาวาย(อย่าเข้าโรงช้า พลาดฉากนี้ มันน่าเสียดาย) เธอโดนน้ำซัดเต็มๆ และมีของกระแทกหัว หมดสติจมน้ำบุ๋งๆ แต่ก็รอดตายมาราวปาฏิหาริย์ ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่เหมือนเดิม เหมือนเห็นอะไรแว้บๆ จนคนรอบข้างก็คิดว่าเธอไม่ปรกติ กลับมาอยู่ที่ปารีส อนาคตทางด้านการงานก็ชักดิ่งลงต่ำ เพราะเธอก็มึนๆ เธอจึงต้องไปค้นหาว่า เกิดอะไรขึ้นกับเธอ อะไรจะเยียวยาเธอจากสภาวะนี้ได้ ไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่เธอกำลังเจออยู่

Hereafter

เหตุการณ์สอง เจสัน-มาร์คัส สองพี่น้อง แห่งลอนดอน อังกฤษ ที่ตกในภาวะลำบาก แม่ไม่สามารถเลี้ยงดูได้ ติดเหล้า จนทางการคิดจะนำเด็กไปเลี้ยงดูเอง แต่เด็กก็อยากอยู่กับแม่เนอะ พยายามที่จะได้อยู่กับแม่ แต่แล้วทันใดโลกมืดดับไป คนพี่โดนรถชนตาย แถมแม่ก็ไร้ความสามารถในการเลี้ยงดู ถูกจับแยกจากลูก คนน้องที่ยังอยู่เลยเศร้า จิตตก ปรกติก็พูดน้อยอยู่แล้ว รู้สึกเหมือนขาดที่พึ่ง ขาดคนที่อยู่ข้างๆตลอด เลยหมกมุ่นในการหาวิธีที่จะได้ติดต่อกับพี่ที่ตายไป ไปเจอหมอไก่กาก็แล้ว อะไรก็แล้ว แต่เด็กก็ดิ้นรนเพื่อหาคนคนนั้นให้พบ เจ้าหน้าที่ก็ไม่เข้าใจว่าน้องแกทำไมซึมเศร้าอะไรขนาดนั้น

เหตุการณ์ที่สาม จอร์จ (แมตต์ เดม่อน) หมอดูหนุ่มในซานฟรานซิสโก อเมริกา ที่มีความสามารถในการสัมผัสคนอื่น แล้วรับรู้ถึงจิตได้ ติดต่อคนตายได้ เหมือนจะเป็นอาชีพที่ทำเงินได้ดี แต่เขากลับมองว่ามันเป็นคำสาป การที่ได้รู้จักคนๆอื่นดีเกินไป มันเป็นสิ่งดีแน่หรือ มันไม่ใช่ชีวิตที่เขาต้องการเลย พยายามใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา แต่พอใครรู้ว่าเขาเป็นหมอดู ก็รบเร้าหาประโยชน์จากเขา แม้แต่คนที่เขาสนใจ พอรู้ว่าจอร์จมีความสามารถแบบนี้ ก็ไม่อาจร่วมทางกันต่อไปได้ เหงาและเหมือนไม่มีใครเข้าใจ รันทดมาก (ทีแรกผมก็ไม่เข้าใจนะ ว่าทำไมเขาไม่ยอมรับในสิ่งที่เขามี)

Hereafter

ทั้งสามเหตุการณ์ ค่อยๆเล่า ให้เราได้รู้จักสามตัวละครหลัก ความน่าสงสารของแต่ละคน กับสิ่งที่เขาค้นหา การที่ได้เรียนรู้ตัวละครกลุ่มนี้ มีผลสองอย่าง ไม่ซึมจนอินไปกับหนัง ก็คงง่วงและแทบจะหลับไปเลย หนังไม่ได้มีเหตุการณ์ตื่นเต้นอะไรมากนัก แต่ฉากสึนามิต้นเรื่องเป็นอะไรที่วิเศษมาก ได้เห็นถึงความน่ากลัวของผู้ที่ประสพภัยนี้ ดูมุมกล้อง ดูเอฟเฟคแล้วตื่นตา ถ่ายได้ไงเนี่ย กับตกใจเสียงทุกที เวลาที่หมอดูจับมือผู้อื่นแล้วมองเห็นอะไรภายในใจ ให้เราได้เห็นชีวิตอีกมุมหนึ่งของคนที่มีพรสวรรค์ทางด้านหมอดู เขาก็มีแง่ที่ว่า เขาแตกต่างจากคนอื่น เขาไม่มีสิทธิ์เป็นคนธรรมดา เราเคยสงสัยว่าถ้าหมอดูเก่งจริงทำไมไม่ดูชะตาให้ตนเองแล้วทำให้ชีวิตมันดีขึ้น ทำไมต้องมารับจ้างดูชะตาให้คนอื่น ผมเข้าใจว่า ก็นั่นแหละชะตาของเขา ที่ต้องคอยชี้ทาง แนะนำคนที่มองไม่เห็นหนทางใดๆ คำสาปเลยไหมนั่น

เวลาคนที่เรารักจากไป คนที่ยังอยู่ก็จะคอยปลอบกันเองว่า คนที่ยังอยู่เนี่ยแหละที่น่าเสียใจ และควรใช้พลังใจในการก้าวผ่านความเศร้ามากกว่าคนที่จากไปแล้ว หนังนี่พูดถึงมุมของคนที่จากไปด้วย ว่าเขาก็เศร้าเสียใจ และเป็นห่วงคนที่ยังอยู่ไม่แพ้กัน แต่ชีวิตยังต้องเดินต่อ คนที่ยังก้าวเท้าได้ ก็ยังต้องก้าวต่อไป อย่าจมอยู่กับความเศร้านานนัก เวลาที่ผมพบใครเสียใจ ผมมักไม่ปลอบอะไรเขานัก เมื่อถึงเวลาที่เสียใจ ก็ควรจะเสียใจให้เต็มที่ ตราบที่ไม่ใช่การทำร้ายตัวเอง ปลดปล่อยมันออกมา ให้น้ำตาล้างความเศร้าออกไปเสียให้หมด จนหายไป ลุกขึ้น และเติบโตขึ้นไปอีก

หนังมีข้อคิดดีๆ แต่ก็ใช้พลังในการชมพอสมควร คอดราม่าซึมๆหรือคนที่ชอบหนังที่พูดถึงจิตวิญญาณ ความเชื่อ ความหวัง น่าจะชอบ แต่ถ้าง่วงๆเพลียๆ เจอแอร์เย็นๆ คงมีหลับ เพราะฉากตื่นเต้น มันไม่ได้มีอะไรนัก

ให้ 7 เต็ม10 สนใจในความเป็นไปอันน่าหดหู่ของตัวละคร นานๆได้ดูหนังเนิบๆแบบนี้บ้าง ไม่ให้ชีวิตมันเร็วเกินไป

โดย Tyler movie.mthai