Morning Glory ท้องฟ้ายังคงมีรุ่งอรุณสำหรับวันต่อไป

Home / วิจารณ์หนัง / Morning Glory ท้องฟ้ายังคงมีรุ่งอรุณสำหรับวันต่อไป

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Morning Glory คงต้องบอกกันก่อนเลยว่า แรกเห็นโปสเตอร์เห็นมี แฮร์ริสัน ฟอร์ด และ ไดแอน คีตัน ทำให้นึกภาพไปว่าต้องเป็นหนังสำหรับวัย 40 ขึ้นไปอย่างแน่แท้ แต่เมื่อได้มาเห็น ได้มาชมภาพยนตร์รอบสื่อฯ ต้องยอมรับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีดีหลาย ๆ อย่าง ลบภาพที่เคยตั้งแง่เอาไว้ไปจนหมดสิ้น

Morning Glory มีชื่อไทยว่า ยำข่าวเช้ากู้เรตติ้ง ซึ่งก็ตั้งชื่อไทยได้ตรงกับเรื่องราว แต่ทว่ามันฟังดูขัดหูพิลึก เอาเป็นว่าเรื่องชื่อขอบอกผ่านไปแล้วกัน ย้อนกลับมาดูเรื่องราวของภาพยนตร์กันก่อน

Morning Glory เป็นภาพยนตร์ที่นำเสนอเรื่องราวโลกที่แสนดุเด็ดเผ็ดมันของวงการทีวีรายการถ่ายทอดสด เมื่อโปรดิวเซอร์รายการข่าวสาวมือใหม่ (แม็คอดัมส์) ที่ตอบรับความท้าทายที่จะต้องพลิกฟื้นรายการข่าวภาคเช้าที่กำลังย่ำแย่พยายามกู้รายการภาคเช้าที่กำลังดิ่งลงเหวด้วยการเข้าไปจัดการกับ สองผู้รายงานข่าว (แฮร์ริสัน ฟอร์ด) มาเข้าคู่กับพิธีกรร่วมที่ไม่ถูกชะตากัน (ไดแอน คีตัน) แต่รูปการณ์กลับกลายเป็นว่ามันกำลังจะยิ่งดิ่งลงเหวไปเร็วขึ้นพร้อม ๆ กับดึงเอาอาชีพและชีวิตของเธอไปด้วย

แค่เรื่องราวคร่าว ๆ หลายคนคงไม่ยังนึกไม่ออกว่าแล้วมันจะแตกต่างจากภาพยนตร์เรื่องอื่นที่ตรงไหน ก่อนอื่นคงต้องบอกก่อนเลยว่าที่แตกต่างก็คือ บทบาทของแฮร์ริสัน ฟอร์ด ที่เราเห็นในเรื่องนี้แล้วมันช่างน่าหมั่นไส้เสียนี่กระไร เพราะในเรื่องฟอร์ดรับบทเป็น ไมก์ โพเมอรอย ผู้สื่อข่าวอาวุโสที่มีอีโก้ส่วนตัวสูงเหลือเกิน และก็เพราะอีโก้นี่แหละที่ทำให้เขาติดแหง็กกับสัญญาของสถานี ไม่ได้ออกอากาศในรายการข่าวที่ใฝ่ฝันที่มีเรตติ้งคนดูพุ่งชนเพดาน จนกระทั่งโปรดิวเซอร์สาวคนเก่งอย่าง เบ๊คกี้ ฟูลเลอร์ (ราเชล แม็คอดัมส์) พยามยามชักนำให้เขากลับมาทำรายการข่าวภาคเช้า “เดย์เบรค” คู่กับ คอลลีน เพ็ค (ไดแอน คีตัน)? เพื่อหวังให้เขากู้เรตติ้งที่ดิ่งลงเหวขึ้นมาให้ได้

ในส่วนการพยายามพูดจาหว่านล้อม ราเชล แม็คอดัมส์ ซึ่งรับบทเป็น เบ๊คกี้ ฟูลเลอร์ โปรดิวเซอร์รายการ ทำหน้าที่ได้ดี ทำให้เราดูแล้วอยากเอาใจช่วยเธอให้สามารถชักชวน ไมก์ โพเมอรอย มาเข้าร่วมรายการให้จงได้ และในการแสดงของเธอก็ยังสะท้อนให้เราเห็นถึงคนบ้างาน กระตือรือร้น คิดเรื่องงานตลอดเวลา ทำให้คนดูได้รู้ถึงการทุ่มเทของคนทำงานรายการข่าวเช้าได้ดีขึ้นกว่าเดิม สำหรับ ราเชล แม็คอดัมส์ เราเคยเห็นผลงานเธอผ่านตามาแล้วจากเรื่อง Time Traveler’s Wife กับบทบาทภรรยาสาวที่ต้องทนดูการหายตัวไปไปมามาของสามีที่เดินทางท่องไปกับกาลเวลาตลอดเวลา ซึ่งเมื่อเทียบการแสดงของเธอแล้ว น่าจะพูดได้ว่าเธอทำการบ้านมาอย่างดี สวมบทบาททุกตัวละคร ทุกคาแรกเตอร์ที่เธอได้รับได้สมจริง ดูแล้วทำให้คนดูอย่างเราเชื่อโดยสนิทใจว่าเธอคือตัวละครที่โลดแล่นอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นจริง ๆ โดยเฉพาะบทพูดของเธอมีเยอะมากถึงมากที่สุด แถมพูดรัวเร็วจนฟังไม่ค่อยจะทัน เหมือนเธอเป็นคน Alert อยู่ตลอดเวลา

ตัวแสดงหลัก ๆ ของเรื่อง Morning Glory ที่เห็นชัดเจน ยังมี ไดแอน คีตัน ที่รับบทเป็น คอลลีน เพ็ค อดีตนางงามแอริสโซน่า ที่ยึดตำแหน่งพิธีกรยามเช้าเรื่องความงาม อาหาร สุขภาพ เอเวอรี่ติง จิงกะเบล แต่เธอก็ยังคงหลงใหลกับการทำงาน เมื่อแรกเห็นดูเหมือนผู้กำกับต้องการที่จะให้คนดูเห็นว่าเธอเป็นคนเรื่องมาก จู้จี้ จุกจิก แต่เมื่อมาพบเจอกับเบ๊คกี้ ความขี้เล่น ความกระตือรือร้นของเธอก็ถูกกระตุ้นออกมาให้เราได้เห็น ใครเลยจะเชื่อว่าพิธีกรที่อายุรุ่นป้าแบบเธอจะกล้าลุกขึ้นมาใส่กระโปรงบัลเล่ต์ออกรายการ แต่เธอก็ทำเพราะเธออยากทำ และเป็นคนเสนอไอเดียต่อเบ๊คกี้ด้วยตัวเองเลยทีเดียว? ส่วนการแสดงของตัวละครอื่นๆ เป็นส่วนเสริมเรื่องราวให้ดูมีสีสันมากขึ้น ซึ่งแต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี

ใช่ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะสมบูรณ์แบบซะทีเดียว ก็ยังมีที่ที่เรายังข้องใจอยู่บ้างเล็กน้อย ในตอนที่ เบ๊คกี้ ได้มาพบกับโปรดิวเซอร์อีกรายการ อดัม เบนเน็ตต์ (แพทริค วิลสัน) ซึ่งเมื่อ เบ๊คกี้ ได้รู้ว่าเขาคือระดับหัวกะทิระดับแถวหน้าของรายการที่เคยผ่านงานร่วมกันกับ ไมก์ โพเมอรอย มาแล้ว ทำให้เบ๊คกี้เริ่มให้ความสนใจและคบหากัน ซึ่งในส่วนนี้มันดูค่อนข้างรวบรัด รวดเร็ว จนไม่น่าเชื่อว่ามันคือความรัก แต่ก็ไม่ติดใจสงสัยมากมาย เพราะเข้าใจได้ว่า เป็นส่วนของการพยายามเติมเข้ามาให้เต็มในชีวิตของหญิงสาวบ้างาน ที่อาจจะไม่รู้ตัวว่ามีคนมาแอบหลงรักก็เป็นได้

โดยรวมของภาพยนตร์ Morning Glory เป็นภาพยนตร์คอมิดี้ที่ได้สาระ ดูแล้วมีการเอาใจช่วยตัวละครให้สามารถกู้วิกฤติรายการให้จงได้ รวมถึงบทภาพยนตร์ที่คงต้องบอกว่าเป็นบทที่นางเอกพูดเยอะมากจนถึงมากที่สุด เพื่อให้สมกับคาแรกเตอร์ Alert ตลอดเวลาของเธอ และราเชล แม็คอดัมส์ ก็สามารถสวมบทบาทนี้ได้อย่างดี สำหรับใครที่คิดว่ากำลังจะหมดไฟ ให้ไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้รับรองว่าไฟในตัวจะลุกโชนอย่างแน่นอน แถมท้ายให้หน่อยนึงว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้คนดูจะได้กลิ่นอายของเรื่อง Nothing Hill และ The Devil Wears Prada อีกด้วย อ้อ! ลืมบอกไปอีกอย่าง นางเอกเรื่องนี้ต้องเป็นนักกีฬาวิ่งลมกรดแหง๋ม ๆ

โดย ซายากะ โฮมส์-ดอยล์