127 ชั่วโมง หรือใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะรู้สึกตัว

Home / วิจารณ์หนัง / 127 ชั่วโมง หรือใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะรู้สึกตัว

127 ชั่วโมง

127 Hours หรือ 127 ชั่วโมง หนังเข้าฉายบ้านเราได้ไม่ไกลช่วงประกาศผลออสการ์มากนัก นักแสดงนำ เจมส์ ฟรังโก้ ได้เข้าชิงดารานำชายยอดเยี่ยม อีกทั้งหนังก็ได้เข้าชิงรางวัลใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม อีดด้วย (แต่ก็พลาดไปทุกรางวัล ก็คิงสปีช เค้าแรงจริง) เราก็เลยอยากพิสูจน์ว่า โดดเด่นขนาดไหน ถึงได้เข้าตา ผลงานกำกับของแดนนี่ บอยล์ ที่เคยมีผลงานโดดเด่นอย่าง หนังวัยรุ่นขี้ยา เทรนสปอตติ้ง, หนังลีโอนาโด้ตะลุยเกาะ เดอะบีช, หนังซอมบี้28เดย์เลเตอร์, และหนังเด็กสลัมสู้เพื่อรัก สลัมด็อกมิลเลี่ยมแนร์

บ้านเราเข้าฉายเฉพาะโรงดิจิตอลในเครือเมเจอร์ซีเนเพล็กซ์เท่านั้น เป็นซิลเวอร์สกรีน โรงแพงโอนลี่ (วันพุธเหลือ120นะ) ฉายแบบดิจิตอลอีกด้วย ซับตัวเล็กจัง ขนาดจอ 16:9 ธรรมดาๆ สีคมสวยดี สีน้ำตาลของก้อนหิน และท้องฟ้าแบบไร้เมฆ หนังสร้างมาจากเรื่องจริงแหละ

เรื่องมีอยู่ว่า นักปีนเขาที่ชื่อ อารอน รัลสตัน (แสดงโดย เจมส์ ฟรังโก้) ไปเดินเที่ยวเล่นที่แคนยอนในวันหยุดตามประสา แล้วประสพอุบัติเหตุ ตกซอกหิน แล้วแขนก็ติดอยู่กับก้อนหิน ดึงออกไม่ได้ ไม่มีใครมาช่วยเพราะไม่มีใครรู้ จนผ่านไป127 ชั่วโมง (5วัน กับอีก 7 ชั่วโมง) ต้องตัดสินใจตัดแขนตัวเอง เพื่อเอาชีวิตรอดกลับมา พล็อตก็มีเท่านี้ แต่หนังก็ทำให้เราติดตามดูได้จนจบ ไม่ได้สปอยนะ แค่ขึ้นชื่อเรื่อง พระเอกก็ตกอยู่ในสถานการณ์แขนติดแล้ว และเราก็รู้อยู่แล้วว่าแขนต้องโดนตัด ก็สร้างมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และในการโปรโมท ก็พูดเรื่องนี้เป็นหลัก แขนติด-ตัดแขน แต่ระยะเวลาระหว่างนั้น เกิดอะไรขึ้น เขาถึงได้ตัดสินใจแบบนั้น นั่นแหละ เราถึงได้ไปดูหนังเรื่องนี้

หลังจากนั้นคือ สถานการณ์เลวร้ายที่เราต้องเอาตัวรอดให้ได้ ทนกับสภาพอากาศที่หนาวเย็น (ไอ้เราก็เห็นว่าแดดเปรี้ยง เออ บ้านเค้ากลางคืนมันหนาวนี่เนอะ), น้ำดื่มที่กำลังจะหมด, อาหารที่ไม่ได้พกติดตัวมาเยอะ, มาเที่ยวก็ไม่บอกใครไม่มีใครรู้ แล้วใครบ้างจะรู้ว่าหายไป ยิ่งติดนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเครียด จิตตกไปเรื่อย หนังไม่ได้ใส่สีเกี่ยวกับเรื่องซวยๆอะไรไปมากจนเลอะเทอะ คือแค่แขนติด ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่นี่ เนี่ยมันก็ซวยมากพออยู่แล้ว จะให้เจออะไรอีก มีแร้งมากินเรอะ ระหว่างนั้นก็ฝากข้อความลงวีดีโอเป็นจดหมายลาตายทุกวัน ทุกวัน

เขาว่ากันว่า คนส่วนหนึ่ง ถ้าไม่ใกล้ตาย หรือไม่เสียอะไรไป ก็คงไม่รู้สึกว่า คนรอบข้าง และครอบครัว หรือบางสิ่ง สำคัญกับเราอย่างไร และความผิดพลาดบางอย่าง ในบางเวลาอาจสายเกินไป ที่จะแก้ไข ขอโทษ อารอน ได้เวลาช่วงนี้แหละทบทวนเรื่องที่เขาเพิกเฉยไป ขณะที่ยังมีชีวิตเป็นปรกติ

สัญลักษณ์หนึ่งคือ การบันทึกวีดีโอจากกล้องวีดีโอ เวลาเราบรรจุอะไรเข้าไป มันก็จะอยู่ในนั้น เวลาย้อนดู ก็จะเห็นเป็นภาพเรียงลำดับตามที่เราถ่าย แต่หากมีแรงสั่นสะเทือน กระแทก ก็จะสะดุด ภาพเละ แตก มีภาพอะไรแปลกๆแว่บเข้ามา คงเหมือนกับความทรงจำของมนุษย์ ที่หากไม่โดนอะไรมากระทบแรงๆ ก็คงไม่นึกถึงบางเรื่องที่หายไปจากความทรงจำ

อีกประเด็นคงเป็น สิ่งที่เราเพิกเฉย ละเลย สุดท้ายสิ่งนั้นอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ เช่นพระเอกหามีดสวิสอาร์มมี่ไม่เจอ ไม่พยายามหาให้เจอ ในมือจึงมีเพียงมีดจากจีนแบบทื่อๆ, การไม่รับโทรศัพท์แม่ เพื่อบอกว่าจะไปไหน จึงทำให้ไม่มีใครทราบว่าเขาไปไหน และเมื่อเกิดเหตุแบบนี้ ก็ไม่มีใครรับรู้

ฉากตัดแขน ขนาดคนใจแข็งดู ยังใจเต้น หน้าเหยเกเลย แน่จริงก็อย่าปิดตา การตัดต่อ ดนตรีประกอบ การแสดงของฟรังโก้ ทำให้ฉากนี้ถึงกับต้องกุมเก้าอี้ไว้ บีบคั้นและอึดอัดมาก ส่วนเหตุผลที่เขาตัดแขนตัวเอง ก็เป็นความเด็ดเดี่ยวเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะมีได้ ยอมเสียอะไรที่เหมือนจะสำคัญในวันนี้ เพื่อสิ่งที่สำคัญ ยิ่งยิ่งไปกว่า ในอนาคต แล้ววันหลังก็จะหันกลับมามองว่า เรื่องแขน เป็นเรื่องนิดเดียว

7/10 คราวนี้ผมไปไหน ก็จะบอกคนที่บ้านไว้ทุกครั้งแล้วหล่ะ

ขอแถมท้ายด้วย ภาพคมๆจากหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ภา่พสวยทีเดียว วันที่โลกยังคงสวยงาม และ เราก็เล็กจ้อยเหลือเกิน เมื่อเทียบกับธรรมชาติ

127 hours

127 hours

127 hours

127 hours

127 hours

127 hours

127 hours

โดย Tyler Movie.mthai.com