Suckseed ลองดูสักทีไอ้ขึ้แพ้

Home / วิจารณ์หนัง / Suckseed ลองดูสักทีไอ้ขึ้แพ้

SuckSeed

ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปช่วยพี่ทำงานเลือกกีตาร์ พี่เขากำลังจะซื้อกีตาร์ให้กับหลานชาย ทำให้ผมอดคิดถึงเครื่องดนตรีชิ้นแรกของตัวเองในสมัยมัธยมไม่ได้ ป่านนี้มันได้กลายเป็นเครื่องไฟฟ้าเก่าๆ ใช้การไม่ได้อยู่บนตู้เสื้อผ้าในห้องของผมไปแล้ว น่าแปลกที่ผมยังคงไม่ทิ้งมัน

ช่วงชีวิตสมัยมัธยม แม้จะลางเลือนไปบ้าง เพื่อนหลายคนถูกลบไปจากความทรงจำ บางคนเรียนเก่งระดับเทพ ได้เกรด 4 ทุกวิชา นั่งหน้าห้องตลอด เป็นที่ชื่นชมของอาจารย์ แต่กับเพื่อนฝูงแทบไม่มีใครพูดถึง อาจเพราะเขาหมกมุ่นกับการเรียนมากไป กลัวคนอื่นเก่งว่าจนกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ถึงเวลาเด็กแถวหน้าเหล่านั้นจึงหายไปบนเส้นทางชีวิตที่โดดเดี่ยว

ผิดกับเพื่อนที่เรียนแย่ที่สุดในห้อง หรือตัวแสบ หัวโจกพาที่ชอบเพื่อนโดดเรียน แม้อาจารย์ไม่อยากจะจำแต่ก็คงไม่มีวันลืมชื่อพวกเขา ถึงจะสร้างวีรกรรมสุดป่วนมากสักเท่าไหร่ แต่ก็กลับยิ่งเป็นที่จดจำในหมู่เพื่อนฝูงได้มากกว่าใครๆ

ภาพยนตร์ เรื่อง Suckseed ที่มีสร้อยตามมาว่า ห่วยขั้นเทพ กำลังพูดถึงคนกลุ่มนั้น เป็ด (จิรายุ ละอองมณี) เป็นนักเรียนธรรมดาที่สุดในชั้นป.6 เขาซึ่งไม่รู้จักกับเพลงและดนตรี กลับถูกบังคับให้ออกมาร้องเพลงหน้าชั้นในคาบวิชาขับร้อง? เอิญ (ณัฐชา นวลแจ่ม) เด็กหญิงเพื่อนร่วมห้องที่หลงไหลในเพลงร็อกพยายามช่วยเขา วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่ เป็ด ได้พบกับเธอก่อนที่ เธอจะย้ายบ้านไป รักครั้งแรกของเด็กชายเป็ดจึงจบลงในเวลาอันรวดเร็ว

SuckSeed

ต่อมา เป็ด โตขึ้นเป็นหนุ่มมัธยม เอิญ ก็กลับเข้ามาเรียนในโรงเรียนเดียวกันอีกครั้งในชั้น ม.6 พร้อมกับความสวยและฝีมือการเล่นกีตาร์ชั้นเซียน ขณะที่ คุ้ง (พชร จิราธิวัฒน์) เพื่อนสนิทสุดแสบที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวกลับหลงรัก เอิญ เข้าอีกคน เรื่องเริ่มยุ่งขึ้นไปอีกเมื่อ เป็ด มือเบสหัดใหม่ คุ้ง มือกีตาร์สุดเห่ย กับ เอ็กซ์ (ธวัช พรรัตนประเสริฐ) มือกลองบ้าพลัง รวมตั้งกันตั้งวงดนตรีชื่อ Suck Seed เพื่อเข้าประกวดในเวทีที่ใหญ่ที่สุดของนักเรียนมัธยม อะไรจะเกิดขึ้นกับวงที่เต็มไปด้วย พวกจีบหญิงไม่เป็น เล่นดนตรีก็ห่วย ไร้สาระไปวันๆ จนใครๆก็มองเป็นไอ้ขี้แพ้

ตัวหนังเดินเรื่องได้สนุก ตลอดทั้งเรื่อง คนวัยทำงานอายุ 20 ขึ้นไปน่าจะอินกับหนังได้ยิ่งกว่าวันรุ่นด้วยซํ้า เพราะเราทุกคนล้วนผ่านมันมาแล้ว กับชีวิตมัธยมปลายปีสุดท้าย ที่ว่าด้วยเรื่องของ ดนตรี มิตรภาพ ความรัก ความฝัน แน่นอนผมนั่งหัวเราะและอมยิ้มกับทุกคนในโรง

จังหวะของมุขในหนัง คล้ายกับเรื่อง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ มีลูกเล่นด้วยการทำภาพพิเศษ ส่วนอารมณ์ของเนื้อหาเจือกลิ่นการหวนคิดถึงอดีต คล้ายกับหนังเรื่อง แฟนฉัน เป็นการก้าวข้ามผ่านจากวัยรุ่นสู่ผู้ใหญ่ จากยุคโซนี่วอร์คแมน สู่ไอพ็อด กีตาร์ตัวแรก ความรักครั้งแรก อกหักครั้งแรก เรื่องราวเหล่านี้ผมเชื่อว่ามันเข้ากับช่วงชีวิตในวัยมัธยมปลายที่สุดแล้ว

SuckSeed

ทั้งหมดนี้ต้องขอชื่นชม ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ ที่ทำได้ดีเกินคาดกับหนังใหญ่เรื่องแรก สำหรับนักแสดง น้องเก้า จิรายุ เหมาะกับตัวละครดี ด้วยบุคคลิกนิ่งๆ ขี้อาย แต่อาจด้วยตัวบทที่ไม่หวือหวาทำให้ น้องพีช พชร จิราธิวัฒน์ ดูจะโดดเด่นกว่า น่าทึ่งคือเขารับบทเล่นเป็นสองคน ทั้งแสดงเป็น คุ้ง และ เค ฝาแฝดของคุ้ง

ขณะที่ น้องแนท ณัฐชา นวลแจ่ม ลูกสาวของ แหลม มอริสัน มือกีตาร์ชื่อดังก็แสดงความสามารถทั้งร้องทั้งเล่นดนตรีได้สุดยอด ต้องบอกว่าลูกไม้หล่นใต้ต้นนี่เอง ประกอบกับการแสดงที่น่ารัก สดใส สมวัย เชื่อว่าหลายคนอดที่จะหลงรักเธอไม่ได้ (ตอนเธอใส่ชุดนักเรียนดูมีเสน่ห์มากๆ) ส่วนอีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ เอิร์ธ ธวัช พรรัตนประเสริฐ มือกลองจอมขโมยซีน ที่เรียกเสียงฮาได้มากกว่าใคร

เด็ดสุดในหนัง คือ ฉากที่ศิลปินตัวจริง ที่เคยเป็นไอดอลของเหล่านักเรียนคอซอง ขาสั้นทั้งหลาย โผล่มาร่วมแจมทำเอ็มวีสดๆกับตัวละครในเรื่อง หลายคนทำอะไรเพี้ยนๆได้ชนิดที่คุณคาดไม่ถึง

ดูหนังจบ ผมนั่งครุ่นคิดอยู่คนเดียวบนรถแท็กซี่ระหว่างกลับบ้าน พี่แท็กซี่เปิดวิทยุคลื่น Seed? มันเป็นความบังเอิญอย่างน่าประหลาด ตลอดทางกลับบ้าน เพลงเก่าๆและศิลปินเก่าๆหลายต่อหลายคนส่งเสียงออกมาจากลำโพงส่งผมจนถึงบ้าน เมื่อเข้าไปในห้อง ผมตรงเข้าไปหยิบกีตาร์ตัวเก่าออกมาปัดฝุ่น ในความเงียบผมเล่นเพลงที่เคยเล่นประจำ มันจบลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงหัวเราะให้กับฝีมือสุดห่วยของตัวเอง

แต่จะแคร์อะไรล่ะ ในเมื่อเราได้ทำสิ่งที่เรารัก ไม่เชื่อคุณก็ลองดูสักซี๊ดนึงสิ

โดย นกไซเบอร์
http://cyberbird.exteen.com/20110318/suckseed