ลุงบุญมีระลึกชาติ

Home / ตัวอย่างหนังใหม่ / ลุงบุญมีระลึกชาติ


ลุงบุญมีระลึกชาติ หนังตัวอย่างของ เจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุลดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

เรื่องย่อ

“ลุงบุญมีระลึกชาติ” มีแก่นเรื่องว่าด้วยความทรงจำของผู้คนในหมู่บ้านนาบัว ตำบลเรณูนคร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม หลังจากที่อภิชาติพงศ์ได้เดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านดังกล่าว และได้พบกับชาวนาที่ใช้ชีวิตผ่านความรุนแรงและการกดขี่ในรูปแบบต่าง ๆ ในยุคสมัยที่รัฐไทยทำสงครามประชาชนกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

หนังเล่าเรื่องราวของลุงบุญมีที่ล้มป่วยเป็นโรคไตวาย เนื่องจากแกฝึกวิชาโยคะจึงทำให้ตระหนักถึงสภาพความเป็นไปในร่างกายของตนเอง เป็นอย่างดี ลุงบุญมีรู้ว่าตนเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 48 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ลุงก็รู้สึกว่าความป่วยที่ตนเผชิญอยู่มีความเกี่ยวพันกับบาปกรรมในอดีต ที่แกเคยฆ่าสมาชิกพรรคคคอมมิวนิสต์ตายไปหลายราย

ลุงบุญมีตัดสินใจให้ ญาติห่าง ๆ พาแกออกจากโรงพยาบาล เพื่อหวังจะไปเสียชีวิตที่บ้านซึ่งเป็นสวนลำไย ที่นั่น พวกเขาถูกหลอกหลอนโดยผีเมียลุงบุญมี ซึ่งมาปรากฏกายเพื่อคอยรักษาพยาบาลลุง ยิ่งไปกว่านั้น ลูกชายของลุงบุญมีซึ่งหายสาบสูญไปก็กลับมาจากป่าพร้อมด้วยลักษณะบุคลิกแบบลิง ลูกชายของแกมีคู่รักเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “ลิงผี” และเขาก็อยู่กินกับเธอบนต้นไม้ในป่ามาเป็นเวลา 15 ปี

ในค่ำคืนแรก ลุงบุญมีพูดถึงชีวิตในอดีตชาติที่แกระลึกได้ ในค่ำคืนต่อมา ขณะที่ผีเมียช่วยฟอกไตให้แก อยู่ดี ๆ ลุงก็อยากเดินทางไปยังสถานที่ที่ผีเมียกล่าวอ้างถึง ทั้งหมดจึงเดินทางเข้าป่าในยามดึก ที่นั่นเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์และวิญญาณ สุดท้ายพวกเขาก็เดินไปถึงถ้ำบนยอดเขา

ลุงบุญมีระลึกได้ว่าถ้ำแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ตนถือกำเนิดในอดีตชาติแรกที่แกย้อนรำลึกได้ แล้วลุงบุญมีก็เสียชีวิตไปพร้อม ๆ กับการสนทนาถึงเรื่องราวของชีวิตแกที่กินเวลายาวนานหลายร้อยปี

************************************************************************************

ลุงบุญมีระลึกชาติ เข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำในสายประกวดหลัก เทศกาลหนังนานาชาติเมืองคานส์ครั้งที่ 63 ระหว่างวันที่ 12 – 23 พฤษภาคม 2010 และผลรางวัลจะประกาศในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคมนี้ คงต้องช่วยกันลุ้นว่าหนังไทยจะได้ใจชาวโลกสำเร็จหรือไม่

แต่ก่อนอื่นเราลองมาฟังคำสัมภาษณ์ของผู้กำกับของเรื่องกันก่อนดีกว่าว่าเขาได้แนวคิดมาจากไหน..(บทสัมภาษณ์จาก กรุงเทพธุรกิจ)

“ที่ผ่านมาไม่ว่า หนังจะไปเข้าเทศกาลที่ไหน ไม่เคยตั้งความคิดเลยว่าจะได้รางวัล หรือฉันจะไปเพื่อรางวัล ฟังดูอาจจะน่าหมั่นไส้(หัวเราะ) แต่ว่ามันเป็นความจริง เพราะว่าแค่ได้เข้าก็ตื่นเต้นพอแล้วน่ะ ไม่อยากไปคิดอะไรให้เสียสติไปมากกว่านี้ (หัวเราะ)” อภิชาติพงศ์ พูดการเข้าชิงรางวัลปาล์มทอง

ในช่วงเวลาที่สถานการณ์บ้านเมืองเราไม่สู้จะดี และมีข่าวร้ายๆ ประดังประเดมามากมาย ท่ามกลางความมืดมัวที่ว่านี้ ในฟากฝั่งของวงการหนังกลับมีข่าวดีเล็กๆ อันหนึ่งส่องประกายขึ้นมา ข่าวดีที่ว่านั้นก็คือ หนังเรื่องหนึ่งของผู้กำกับบ้านเราคนหนึ่ง ได้ถูกคัดเลือกให้เข้ารอบในการประกวดสายหลักรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (ปาล์มทองคำ) ในเทศกาลภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง อย่างเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแห่งเมือง คานส์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งผลงานของคนทำหนังผู้นี้ก็เคยได้รางวัล จากงานเทศกาลหนังแห่งนี้มาแล้วถึงสองครั้งสองครา อีกทั้งผลงานหลายต่อหลายชิ้นของเขา ยังได้รับการยกย่องให้เป็นภาพยนตร์แห่งศตวรรษ จากนักวิจารณ์และสื่อในระดับนานาชาติมากมาย

เรามาร่วมกันรับฟังความคิด ความรู้สึก แรงบันดาลใจ และความคาดหวังต่อหนังเรื่องล่าสุดนี้ของคนทำหนังอย่าง ‘เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล’ ก่อนที่เขาจะบินลัดฟ้าไปเหยียบย่างบนพรมแดง ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุดนี้กันดีกว่า

@หนังเรื่อง ลุงบุญมีระลึกชาติ มีความเกี่ยวข้องกับโปรเจคต์ Primitive ที่เป็นงานศิลปะสื่อประสม (mixed media) และหนังสั้น 2 เรื่อง จดหมายถึงลุงบุญมี และ ผีนาบัว? ที่คุณเจ้ยทำไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วหรือเปล่าครับ?? (ติดตามชมโปรเจคต์ Primitive http://www.animateprojects.org/)
จะ ว่าใช่ก็ใช่นะ มันก็เป็นการขุดคุ้ยเรื่องราวของภาคอีสานมาเล่า แต่จริงๆ แล้วมันก็ค่อนข้างแยกกันนะ โปรเจ็กต์แต่ละอันมันก็อยู่ได้ด้วยตัวมันเอง

@แล้วเรื่องราวของ ลุงบุญมีระลึกชาติ นี่ได้แรงบันดาลใจมาจากไหนครับ?
แรงบันดาลใจมันมาจากหนังสือ เรื่องหนึ่งที่แจกในวัดข้างๆ บ้านผมที่ ขอนแก่น น่ะ ความจริงก็ได้หนังสือเล่มนี้มานานแล้ว ก่อนที่จะทำหนังเรื่อง “สัตว์ประหลาด” อีก ก็คิดอยากจะทำมานานแล้ว แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะทำออกมาเป็นหนังยังไง จนพอเวลาผ่านไปนาน แล้วได้มาเห็นหนังสือเล่มนี้อีกครั้งน่ะ แล้วก็เดินทางไปอีสานเพื่อไปทำโปรเจคต์ศิลปะ Primitive แล้วก็เดินทางไปเจอพระที่วัดแล้วก็ได้คุยรายละเอียดกันมากขึ้น ท่านก็แนะนำให้ไปคุยกับคนอีกคนที่ระลึกชาติได้ เราก็เลยค่อนข้างจะเน้นไปในทางนี้

@หนังสือเล่มที่ว่านี่เป็นเรื่องราวของการระลึกชาติใช่ไหมครับ (อภิชาติพงศ์ ได้รับหนังสือ คนระลึกชาติ จากพระศรีปริยัติเวที วัดป่าแสงอรุณ ต.พระลับ อ.เมืองจังหวัดขอนแก่น )?
ใช่ ซึ่งลุงบุญมีก็มีตัวตนอยู่ในหนังสือเรื่องนี้ ซึ่งมันเป็นแค่จุดเริ่มต้นน่ะ แล้วพอทำจริงๆ มันก็เปลี่ยนไปเยอะมากจนไม่เหลือเค้าเดิมเลยน่ะ เป็นแค่ไอเดียเฉยๆ

@แสดงว่าลุงบุญมี นี่เป็นคนที่มีตัวตนอยู่จริงๆ หรือครับ?
คือ ลุงบุญมีนี่แกจะเป็นชาวบ้านที่อยู่(จังหวัด) หนองบัวลำพู ผมพยายามที่จะตามหาญาติเขาน่ะ แล้วก็ไปเจอลูกชายเขา ซึ่งผมก็ได้คุยกับลูกชายเขา 3 คน แต่ว่าจริงๆ แล้วก็ไม่ได้เอาชีวิตของลุงบุญมีมาใช้นะ แค่เอาชื่อมาใช้ แล้วก็เป็นแรงบันดาลใจเริ่มต้นน่ะ เพราะถ้าเป็นหนังสือจริงๆ นี่ แกจะระลึกชาติได้หลายชาติหลายแบบ สำหรับผม ผมไม่ได้สนใจตรงนั้นมาก มันกลายเป็นว่าหนังเป็นเรื่องของนักแสดงของเรา คือป้าเจนกับโต้ง น่ะ เน้นสองคนนี้มากกว่า เหมือนกับเล่าเรื่องในช่วงก่อนที่ลุงบุญมีจะเสียชีวิต แล้วเหมือนนักแสดงสองคนของเราเป็นผู้สังเกตการณ์น่ะ ไม่ได้มีชาติโน้นชาตินี้ตัดไปตัดมาวุ่นวายอะไร จะเป็นหนังค่อนข้างธรรมดาๆ นิ่งๆ

@ดูอารมณ์แล้วหนังเรื่องนี้เป็นหนังในโทนเดียวกับหนังอย่าง สัตว์ประหลาด? หรือ สุดเสน่หา ไหมครับ?
ไม่ใช่ทั้งคู่เลย ผมรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นเหมือนหนังเล่าเรื่อง หนังดราม่าเรื่องนึงน่ะ แต่มันก็ไม่ใช่ดราม่า 100% มันจะเป็นหนังลูกผสมน่ะ มันจะเป็นยำใหญ่ระหว่างการเล่าเรื่องที่มันมีหลายสไตล์ หลาย mood น่ะ ซึ่งหนังเรื่องนี้มันมีหกม้วน (ฟิล์ม) แต่ละม้วน mood มันก็จะต่างกันในแต่ละม้วน

@ได้ยินคำว่า หนังเล่าเรื่อง กับการที่นักดูหนังบ้านเราหลายๆ คน มักจะบอกกันว่าหนังของคุณเจ้ยดูยาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะหนังของคุณเจ้ยไม่เน้นการเล่าเรื่อง (ตามขนบ) ถ้าอย่างนั้นหนังเรื่องนี้ของคุณเจ้ยสำหรับคนดู ดูง่ายกว่าเรื่องอื่นๆ ที่ผ่านมาไหมครับ?

พูดแทนไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกัน (หัวเราะ) เพราะว่าเรื่องอื่นผมก็ว่ามันดูง่ายนะ (หัวเราะ) ผมว่าเรื่องนี้มันอาจจะตรงข้ามกับ สัตว์ประหลาด! เลยนะ คือ สัตว์ประหลาด! กับ สุดเสน่หา นี่ผมยังคิดว่ามันดูง่ายด้วยซ้ำ แต่สำหรับเรื่องนี้ ถึงมันจะเล่าเรื่อง แต่สำหรับตัวผมเอง ถ้าให้เดา คนคงอาจจะไม่เข้าใจน่ะ ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่น่ะ เพราะมันค่อนข้างก้ำกึ่งมาก แบบว่า เล่าเรื่องก็ไม่มีพ้อยน์ ไม่มีประเด็นน่ะ (หัวเราะ) ดราม่าก็ไม่ดราม่าสุดๆ แต่มันก็เป็นสิ่งที่เราอยากลอง ความเป็นหนังลูกผสมน่ะ

@แล้วหนังเรื่อง ลุงบุญมีระลึกชาติ นี่ จะมีโอกาสได้เข้าฉายให้คนไทยดูในบ้านเราไหมครับ?
อืมม์? ผมจะพยายามฉายอย่างน้อยก็อาจจะเป็นรอบพิเศษน่ะ เข้าใจว่าคงไม่ฉายวงกว้างแล้วล่ะ หลังจากที่ผ่านๆ มา รู้สึกว่า ถ้าพูดถึงตลาดในบ้านเรา (สำหรับหนังแบบนี้) อาจจะยังยาก มันคงต้องฉายให้คนที่สนใจจริงๆ แต่ว่าก็ยังอยากฉายโรงนะ เพราะมันควรจะดูด้วยฟิล์มน่ะ

@หนังเรื่องนี้จะมีประเด็นเสี่ยงกับการเซ็นเซอร์ในบ้านเราเหมือน เรื่อง แสงศตวรรษ ไหมครับ ทั้งๆ ที่จริงๆ เรื่องที่แล้วก็ไม่ได้มีอะไรน่าจะเสี่ยงเลย แต่ก็โดนจนได้?
ใช่ๆ อันนี้พูดไม่ได้เลย เพราะว่าเรื่องที่แล้วเราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะมีคนบ้าจี้อะไรอย่างนี้ (หัวเราะเหนื่อยๆ)

@พูดถึงเรื่องใหญ่กันบ้างครับ (เดี๋ยวไม่อินเทรนด์) ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี คือการที่หนังเรื่องนี้ได้เป็นหนึ่งในหนังที่ได้เข้ารอบชิงรางวัลหนังยอด เยี่ยม (ปาล์มทองคำ) ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุดนี้ คุณเจ้ยมีความคาดหวังมากน้อยแค่ไหน อย่างไรกับรางวัลนี้บ้างครับ?
อืม ม์? ไม่ได้หวังเลยๆ นี่พูดแบบซูเปอร์จริงใจเลยนะ (หัวเราะ) ไม่ได้มีความคิดเลยว่าจะได้ คิดว่าอยากรีบไปฉาย ไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้วก็กลับแล้ว เพราะว่าทำหนังเรื่องนี้มานานแล้ว อยากจะพักผ่อน แล้วก็ทำเรื่องต่อไปแล้ว เหมือนกับเราอยู่กับมันจนจะอ้วกแล้วน่ะ

@ได้ยินว่าในการประกวดที่คานส์คราวนี้คุณเจ้ย ได้แข่งกับคนทำหนังที่เป็นผู้กำกับในดวงใจ ซึ่งเป็นคนที่คุณเจ้ยพูดถึงอยู่บ่อยๆ ว่าเป็นแรงบันดาลใจให้คุณเจ้ยในการทำหนังอย่าง อับบาส เคียรอสตามี (ผู้กำกับอิหร่านเจ้าของผลงานอาทิ Where Is the Friend’s Home? Through the Olive Trees และ The White Balloon) รู้สึกยังไงบ้างครับ?
ขออวยพรให้อับบาสได้รางวัลเลยล่ะ! (หัวเราะ) เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าหนังจะไปเข้าเทศกาลที่ไหน ไม่เคยตั้งความคิดเลยว่าจะได้รางวัล หรือฉันจะไปเพื่อรางวัล ฟังดูอาจจะน่าหมั่นไส้ (หัวเราะ) แต่ว่ามันเป็นความจริง เพราะว่าแค่ได้เข้าก็ตื่นเต้นพอแล้วน่ะ ไม่อยากไปคิดอะไรให้เสียสติไปมากกว่านี้ (หัวเราะ)