‘ชีวิตคือการรอคอย’ เมฮ์ราน คาริมี แนสเซรี ชายผู้ติดอยู่ในสนามบิน 18 ปีเต็ม จนเป็นที่มาของ The Terminal

Home / Uncategorized / ‘ชีวิตคือการรอคอย’ เมฮ์ราน คาริมี แนสเซรี ชายผู้ติดอยู่ในสนามบิน 18 ปีเต็ม จนเป็นที่มาของ The Terminal

วิคเตอร์ นาวอร์สกี (ทอม แฮงค์ส) คือนักท่องเที่ยวจากประเทศคราโคเซีย (อะไรนะ) ที่พบว่าตัวเองติดแหง็กที่สนามบินจอห์น เอฟ เคนเนดี ในนิวยอร์คเพราะเข้าประเทศไม่ได้ด้วยเหตุผลทางการเมือง แต่จะกลับประเทศก็ไม่ได้อีกเช่นกันด้วยเหตุผลเดียวกัน ทำให้นาวอร์สกีต้องใช้เวลาอยู่ที่สนามบินแห่งนั้นกับกระเป๋าเดินทางและกระป๋องถั่วของเขา

ระยะเวลาสองชั่วโมงเต็มของหนังอาจทำให้เรารู้สึกว่าช่างเนิ่นนานที่นาวอร์สกีติดอยู่ในสนามบิน แต่อันที่จริงแล้ว The Terminal ของผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก สร้างมาจากชีวิตจริงของชายคนหนึ่งที่ติดอยู่ในสนามบิน นานถึง 18 ปีเต็ม!!

Related image

เมฮ์ราน คาริมี แนสเซรี คือชาวอิหร่านที่ต้องใช้ชีวิตในเลาจ์นของสนามบินชาร์ล เดอ โกล กรุงปารีส อยู่ 18 ปีเน้นๆ ตั้งแต่ปี 1988 ถึง 2006 เพราะเคยจำคุกสมัยอยู่อิหร่านและถูกเนรเทศออกนอกประเทศ แถมยังทำเอกสารขอลี้ภัยหายจนเดินทางไปประเทศอื่นๆ ในยุโรปไม่ได้ และระหว่างที่ติดอยู่ในสนามบิน (ยังชีพด้วยอาหารจากพนักงาน) เขาก็เขียนหนังสืออัตชีวประวัติของเขาจนสปีลเบิร์กมาเจอเข้าและขอไปสร้างเป็นหนัง

แนสเซรีเองรู้ว่าชีวิตของเขากำลังจะถูกสร้างเป็นหนัง แถมยังมีนักแสดงระดับโลกอย่าง ทอม แฮงค์ส มารับบทนำด้วย แต่ชีวิตก็ไม่ได้อนุญาตให้เขาตามอ่านข่าวโดยง่ายนัก แนสเซรีต้องตามข่าวการสร้างหนังจากวิทยุและหนังสือพิมพ์ (เท่าที่จะเอื้ออำนวย) และได้แต่หวังว่าจะได้มีโอกาสดูหนังเรื่องนี้บ้างหากมันเข้าฉายในปารีส และคงจะดีไม่น้อยหากได้พบแฮงค์ส

“ผมรู้ตัวว่าผมดังแล้ว” แนสเซรีให้สัมภาษณ์พลางหัวเราะ “ไม่เคยมีใครสนใจผมมาก่อนกระทั่งมีหนังออกมา”

Image result for the terminal real story
แนสเซรี

ก่อนหน้านี้ แนสเซรีพบเจอผู้คนมากมายที่ล้วนแล้วแต่เป็นคนแปลกหน้าจากต่างที่ต่างถิ่น ผ่านมาแล้วผ่านไป แนสเซรีจึงแทบไม่มีเพื่อนสนิท มากที่สุดคือคนคุ้นหน้าคุ้นตาซึ่งส่วนมากเป็นพนักงานสายการบินในปารีส และบอกว่าเขาโชคดีมากที่ไม่โดนตำรวจจับ (“เพราะผมเนื้อตัวสะอาดสะอ้านอยู่เสมอไงล่ะ” แนสเซรีว่า)

แนสเซรีใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านหนังสือ เขียนบันทึกประจำวันและศึกษาหาความรู้เพิ่มโดยมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่วางไว้ข้างตัวเสมอตลอด 18 ปีเต็ม กระทั่งเมื่อที่พักประจำของเขาถูกรื้อถอนออกและตัวเขาเจ็บป่วยจนต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในปี 2006

Image result for the terminal real story

ขณะที่ The Terminal ที่เล่าชีวิตของแนสเซรีนั้น ก็ดัดแปลงบทจากชายชาวอิหร่านเป็นชายจากประเทศสมมติอย่างประเทศคราโคเซีย (ที่สปีลเบิร์กและทีมงานก็จริงจังกันจนมีการสร้างแผนที่, แต่งเพลงชาติโดย จอห์น วิลเลียมส์-คนทำดนตรีหนังคู่บุญของสปีลเบิร์ก) ขณะที่สปีลเบิร์กเองดั้นด้นเดินทางไปทั่วเพื่อหาว่าสนามบินดีๆ ที่ไหนบ้างที่จะให้เขาถ่ายหนังเป็นระยะเวลานานๆ ได้

“ผมอยากทำหนังสักเรื่องที่ทำให้เราได้หัวเราะ ได้ร้องไห้ และได้รู้สึกดีกับโลกนี้ขึ้นมาบ้าง” สปีลเบิร์กกล่าวถึงจุดมุ่งหมายในการสร้าง The Terminal หนังที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยการกวาดรายได้ 219.4 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 60 ล้านเหรียญฯ ของเขา

ดู The Terminal ด้วยรักและมิตรภาพ (2004) ได้ในวันนี้ (22 กันยายน) เวลา 23.30 น. ทางช่อง MONO29 จ้า


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ BIOSCOPE Magazine
หรือสั่งซื้อนิตยสารไบโอสโคปฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ที่ store.mbookstore.com