ย้อนอดีต รู้จักต้นกำเนิดของเพลง ‘สรรเสริญพระบารมี’ ในโรงภาพยนตร์

Home / Uncategorized / ย้อนอดีต รู้จักต้นกำเนิดของเพลง ‘สรรเสริญพระบารมี’ ในโรงภาพยนตร์

แม้จะไม่มีกฎหมายบังคับเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เราชาวไทยต่างรู้ดีว่าก่อนดูหนังในโรง เราจะพร้อมใจกันยืนตรงถวายความเคารพเมื่อเสียงเพลง ‘สรรเสริญพระบารมี’ ดังขึ้นและบนหน้าจอฉายพระบรมฉายาลักษณ์กับพระราชกรณียกิจ

ธรรมเนียมปฏิบัติดังกล่าวอาจจะเป็นที่งุนงงสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติผู้ไม่คุ้นเคย แน่ล่ะว่าเราอาจตอบได้ว่ามันก็คือการแสดงความจงรักภักดีและความเคารพต่อพระเจ้าแผ่นดิน แต่การยืนสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์นั้นมีจุดเริ่มต้น ความเป็นมาเป็นไปอย่างไรกัน?

เดิมที สยามใช้เพลงประโคมแตร (โดยมีเครื่องประโคมหลักๆ ได้แก่ มโหระทึก, สังข์, แตรงอน, ปี่ไฉน และกลองชนะ) ในการถวายเกียรติพระเจ้าแผ่นดิน เมื่อขึ้นรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันเป็นยุคของการเจริญสัมพันธไมตรีกับชาติตะวันตก จึงได้เปลี่ยนไปใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีที่มีความเป็นสากลมากขึ้น โดยนำเพลง God Save the Queen ของประเทศอังกฤษมาใช้ แล้วประพันธ์คำร้องไทยโดย พระยาศรีสุนทรโวหาร ในชื่อเพลงว่า ‘จอมราชจงเจริญ’ ซึ่งยังเป็นเพลงที่ถูกใช้ต่อมาถึงรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๑๔ นั่นเอง เมื่อรัชกาลที่ ๕ เสด็จฯ ประพาสสิงคโปร์ (ซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษในเวลานั้น) ทหารอังกฤษก็เล่นเพลง God Save the Queen รับเสด็จตามพระประสงค์ แต่เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปเมืองปัตตาเวีย (เมืองจาการ์ตาในปัจจุบันซึ่งเป็นอาณานิคมของฮอลันดาในเวลานั้น) ทหารฮอลันดาเกิดสงสัยว่าเหตุใดสยามใช้เพลงเดียวกับอังกฤษทั้งๆ ที่มิได้ตกเป็นอาณานิคม พระองค์จึงทรงตกพระทัย รับสั่งให้ยกเลิกใช้เพลงของอังกฤษ และมีพระราชดำริให้ประพันธ์เพลงรับเสด็จขึ้นมาใหม่

ในปี ๒๔๑๖ พระประดิษฐไพเราะได้ประพันธ์ทำนองเพลงใหม่ขึ้นมาจากเพลงรับเสด็จเก่าแก่ที่เคยใช้ตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ก่อนจะได้นักประพันธ์ชาวรัสเซีย ปโยตร์ ชูรอฟสกี เรียบเรียงทำนอง และ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงนิพนธ์เนื้อร้องประกอบในปี ๒๔๓๑ … กว่าจะเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีแบบที่เราร้องกันทุกวันนี้ก็วันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๕๖ ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เมื่อพระองค์ทรงแก้คำร้องในท่อนสุดท้าย จาก ‘ดุจถวายชัย ฉะนี้’ เป็น ‘ดุจถวายชัย ชโย’ และทรงประกาศใช้เป็นเพลงประจำชาติไปจนกระทั่งเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี ๒๔๗๕ ที่ประกาศใช้เพลงประจำชาติเพลงใหม่ และใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเฉพาะถวายความเคารพพระเจ้าแผ่นดินมาจนทุกวันนี้

ที่มา : ภาพยนตร์เพลงสรรเสริญพระบารมี โดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

ในส่วนของธรรมเนียมการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงมหรสพนั้น เดิมทีเป็นจารีตของประเทศอังกฤษ โดยปรากฏในดินแดนใต้ปกครองของอังกฤษด้วย ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์, อินเดีย, มลายู หรือพม่า (กระทั่งอังกฤษยกเลิกการยืนสรรเสริญฯ ในโรงหนังไปราวๆ พ.ศ. ๒๕๑๑) ซึ่งสยามรับเอาจารีตดังกล่าวมาใช้ครั้งแรกในรัชสมัยของรัชกาลที่ ๕ โดยเมื่อจบการแสดงมหรสพใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นละคร การแสดงดนตรี หรือการฉายภาพยนตร์ ก็จะบรรเลงและขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมใจถวายความเคารพด้วยถือว่าเพราะประเทศสงบสุขร่มเย็นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระเจ้าแผ่นดิน จึงทำให้สามารถจัดงานมหรสพสังสรรค์ขึ้นมาได้ แรกเริ่มเป็นการบรรเลงโดยใช้แตรวงหรือวงเครื่องสายผสมบรรเลง ต่อมาจึงบรรเลงโดยฉายพระบรมฉายาลักษณ์พระเจ้าแผ่นดินบนจอด้วย ก่อนจะเปลี่ยนจากบรรเลงหลังจบมหรสพมาเป็นก่อนเริ่มการแสดง แล้วค่อยๆ พัฒนาการมาเป็นหลายฉบับที่ขับร้องบรรเลง และหลากเวอร์ชั่นของวิดีทัศน์ประกอบที่แสดงให้เห็นพระราชกรณียกิจของในหลวงอย่างมีชั้นเชิงทางศิลปะมากขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน

 

(บางตอนจากบทความ ‘หลากเรื่องเล่าของในหลวงรัชกาลที่ ๙ กับโลกภาพยนตร์’ ใน ‘หนังไทยในรัชกาลที่ ๙’ – นิตยสาร ไบโอสโคป ฉบับพิเศษ ธันวาคม ๒๕๕๙ / ที่มาของภาพเปิด : ภาพยนตร์เพลงสรรเสริญพระบารมี ชุด จิ๊กซอว์ ที่ฉายในเครือ Apex และ House)

 

พบ ‘หนังไทยในรัชกาลที่ ๙’ ในราคาเพียง ๔๙ บาทได้ที่บูธ N10 โซน C1 ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ ๒๒ ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๙ ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หรือสั่งซื้อได้ ที่นี่