วิลเลม เดโฟ นักแสดงเจ้าบทบาทที่เรารัก คว้ารางวัลหมีทองคำเกียรติยศจากเบอร์ลิน 2018

Home / Uncategorized / วิลเลม เดโฟ นักแสดงเจ้าบทบาทที่เรารัก คว้ารางวัลหมีทองคำเกียรติยศจากเบอร์ลิน 2018

นักแสดงชาวอเมริกันวัย 62 ที่คอหนังหลายคนคุ้นหน้าอย่าง วิลเลม เดโฟ เพิ่งได้รับรางวัลหมีทองคำเกียรติยศ (Honorary Golden Bear) จากเทศกาลหนังนานาชาติเบอร์ลินปีนี้ เพื่อสดุดีความทุ่มเทและผลงานอันโดดเด่นตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีในอาชีพการแสดงของเขา ซึ่งเมื่อถูกนักข่าวถามว่า รู้สึก ‘แก่’ ไหมที่ได้รับรางวัลเกียรติยศแล้ว (เพราะผู้ที่ได้รับรางวัลนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นบุคลากรที่มีอายุมากด้วยกันทั้งนั้น) เขาก็ตอบอย่างหน้าชื่นตาบานว่า “ไม่เลยซักนิดครับ เพราะผมมีอะไรอีกหลายอย่างให้ต้องทำ ผมเป็นปลื้มที่ได้รางวัลนี้ และดีใจที่ได้มาที่นี่ด้วยครับ”

The Florida Project

เดโฟถือเป็นหนึ่งในนักแสดงที่มีผลงานหนังแวะเวียนในเทศกาลหนังเบอร์ลินอยู่บ่อยครั้ง โดยจุดเด่นของเขาก็คือการเป็นนักแสดงที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวตนไปตามบทบาทที่รับได้อย่างน่าอัศจรรย์ในหนังไม่ต่ำกว่า 100 เรื่อง (รวมถึงละครเวที โดยยังคงปฏิเสธที่จะทำงานด้านโทรทัศน์อย่างจริงจัง) เขาเข้าวงการบันเทิงในปี 1980 ด้วยบทเล็กๆ ใน Heaven’s Gate หนังคาวบอยย้อนยุคของ ไมเคิล ชิมิโน และเคยรับทั้งบทคนดี คนร้าย แวมไพร์ ไปจนถึงพระเยซู (!!!) อีกทั้งยังเคยร่วมงานกับสุดยอดผู้กำกับของวงการหนังโลกมาแล้วหลายราย ไม่ว่าจะเป็น โอลิเวอร์ สโตน (Platoon + Born on the Fourth of July), แอนโธนี มิงเกลลา (The English Patient), มาร์ติน สกอร์เซซี (The Last Temptation of Christ), เดวิด ลินช์ (Wild at Heart), วิม เวนเดอร์ส (Faraway, So Close!), เวส แอนเดอร์สัน (The Grand Budapest Hotel) หรือแม้แต่ผู้กำกับรุ่นใหม่ฝีมือดีอย่าง ฌอน เบเกอร์ ผู้ที่เพิ่งส่งให้เดโฟได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากหนังที่ใครๆ ก็หลงรักอย่าง The Florida Project -ในบทผู้จัดการโรงแรมแสนซอมซ่อผู้มีจิตใจเปิดกว้าง- ไปหมาดๆ (นับเป็นหนที่สามของเขาในสาขานี้ ถัดจาก Platoon และ Shadow of the Vampire ในปี 1986 และ 2000 ตามลำดับ)

Platoon
The Last Temptation of Christ
Shadow of the Vampire
The Grand Budapest Hotel

“หน้าที่หนึ่งในการเป็นนักแสดงก็คือ คุณต้องไม่เลือกที่รักมักที่ชัง คุณต้องรักบทบาทที่คุณเล่นและทุ่มเทกับมัน เพราะถ้าคุณมีบทที่คุณชอบ คุณก็จะพยายามย่ำรอยเดิมอยู่นั่นเอง” เดโฟกล่าว “แล้วก็ไม่ต้องวางแผนกับอาชีพของคุณ อย่าไปตั้งกฏเกณฑ์กับตัวเองว่า ‘เอาล่ะ ถ้าสิ่งนี้ยังไม่เกิดขึ้นภายในสองปี ฉันจะเปลี่ยนเป้าหมายเป็นแบบนี้ๆ’ แค่จัดการกับความต้องการของตัวเองตอนนี้ และทำมันไปทีละขั้นก็พอ”

และเมื่อถามถึงสไตล์ของผู้กำกับที่เขาชอบร่วมงานด้วยมากที่สุด เขาก็ตอบว่าชอบทำงานกับผู้กำกับที่แสดงให้เขาเห็นถึงแรงปรารถนา (passion) อันแรงกล้าในงานเล่าเรื่อง และยกเอาผู้กำกับขาโหดสัญชาติเดนมาร์คที่เขาเคยร่วมงานด้วยอย่าง ลาร์ส ฟอน ทรีเออร์ (Antichrist, Nymphomaniac) ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง “ลาร์สมีกฎที่งดงามเกี่ยวกับความเป็นภาพยนตร์ เขาเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่เจ๋งสุดๆ ผมหวังว่าจะได้ทำงานกับเขาอีก ประสบการณ์การร่วมงานกับเขาเป็นสิ่งที่ผมโคตรจะสนุกเลย เขาคือตัวอย่างของคนที่เปี่ยมไปด้วยแพชชั่น มีวิธีการเป็นของตัวเอง และสนุกที่จะทำงานด้วย

Antichrist

“เวลาที่ผมเซ็นสัญญาเพื่อเล่นหนังซักเรื่อง มันต้องมีบางสิ่งมากพอที่จะดึงดูดผมให้เข้าหามัน สิ่งที่จะกระตุ้นให้ผมรู้สึกว่า เฮ้ย แม่งน่าสนใจว่ะ มันต้องมีอะไรให้ผมได้เรียนรู้ คุณต้องอยากกระโจนเข้าหามัน นั่นแหละคือความสุขของการได้ทำหรือแสดงอะไรซักอย่าง” เดโฟว่า “ทุกครั้งที่ผมเล่นหนัง มันมักจะมีปริศนาอันแสนเย้ายวนที่ว่า รอคอยผมอยู่ตรงนั้นเสมอ

เดโฟขณะขึ้นรับรางวัลหมีทองคำเกียรติยศ

“ความมุ่งมาดปรารถนาของผมก็คือ เราต้องไม่เป็นแค่ ‘นักแสดงคนหนึ่ง’ แต่เราต้องเป็น ‘นักแสดงที่ดูไม่เหมือนกับเป็นนักแสดง’ ให้ได้ด้วยครับ”