(ไทยทัศนา) ซีรีส์กับละครต่างกันยังไง …แนนโน๊ะชวนทำความเข้าใจอีกรอบนะคะ ^^

Home / Uncategorized / (ไทยทัศนา) ซีรีส์กับละครต่างกันยังไง …แนนโน๊ะชวนทำความเข้าใจอีกรอบนะคะ ^^

โดย นคร โพธิ์ไพโรจน์

 

สงสัยเหลือเกินว่า ‘ละคร’ กับ ‘ซีรีส์’ มันมีความแตกต่างกันอย่างไร?

ในจำนวนซีรีส์ไทยที่กระจายตัวอยู่ในโลกสตรีมมิ่งขณะนี้ มีเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่เราสามารถให้คำจำกัดความได้อย่างสบายใจว่ามันเป็นซีรีส์จริงๆ หนึ่งในนั้นน่าจะเป็น ‘แนนโน๊ะ’ หรือ ‘เด็กใหม่ The Series’ อะไรทำให้แนนโน๊ะดันตัวเองจนหลุดพ้นจากความเป็นละครได้ บางทีอาจต้องไล่ย้อนไปสำรวจถึงการผลิตโปรเจ็กต์กันเลย

ก่อนนี้ได้มีการพยายามสร้างคำจำกัดความ ‘ละคร’ กับ ‘ซีรีส์’ ให้เทียบได้กับ soap opera และ TV series ตามลำดับ อันที่จริงมันก็เป็นประเด็นที่โลกพยายามแยกสองสิ่งนี้ให้ขาดอยู่เช่นกัน soap opera มีรากมาจากละครวิทยุตั้งแต่ยุค 30 โน่นเลย เป็นลักษณะของละครที่มีเนื้อหาต่อกัน ออกอากาศต่อเนื่องอาจจะห้าวันต่อสัปดาห์ และสอดแทรกขายสินค้าบ้างประปราย (มีการระบุว่า ที่มาของคำว่า soap มาจากผู้สนับสนุนรายแรกๆ คือโรงงานสบู่) ก่อนที่รูปแบบดังกล่าวจะขยายมาสู่โทรทัศน์ อันมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนคือแม่บ้านที่อยู่บ้านตอนกลางวันและไม่มีอะไรดู ในขณะที่ TV series ต่างกันนิดหน่อยคือมักจะมีบทสรุปในตอน และก็เป็นซีรีส์นี้เองที่สามารถเดินทางในระดับสากลมากกว่าละครที่เปรียบเสมือนความบันเทิงอันตอบสนองผู้ชมในแต่ละภูมิภาคเท่านั้น

‘เด็กใหม่ The Series’

ทุกวันนี้ที่โทรทัศน์เป็นดิจิตอลโดยสมบูรณ์ และมีแพล็ตฟอร์มการเผยแพร่หลากหลาย จนคนดูทั่วโลกมีโอกาสเข้าถึงเนื้อหาได้เท่ากัน มันจึงเป็นแรงผลักให้ผู้ผลิตพยายามดันเรื่องเล่าของตัวเองให้เป็นสากลมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสการเผยแพร่ในวงที่กว้างขึ้น ด้วยการจำกัดความมันว่าเป็น ‘ซีรีส์’ แต่หลายเรื่องมันก็ยังติดหล่มของความเป็น ‘ละคร’ อยู่ดี

อาจเป็นไปได้ว่า อุตสาหกรรมหนังในเมืองไทย (ในที่นี้คือการพยายามผลักดันคุณภาพของโปรดักชั่นทีวีให้เทียบเท่าภาพยนตร์ และบุคลากรในวงการหนังได้ผ่องถ่ายมายังวงการทีวีแล้วไม่น้อย) ยังยึดติดศูนย์กลางและความสำเร็จของผลงานที่ตัว ‘ผู้กำกับ’ และปัจจัยว่าซีรีส์จะออกมาหน้าตาอย่างไร เล่าเรื่องแบบไหน มันจึงขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลนั้นๆ มากกว่า ในขณะที่ซีรีส์ของฝั่งตะวันตกนั้น ส่วนใหญ่แล้วผู้มีบทบาทอย่างสูงในการกำหนดทิศทางและเรื่องเล่าของซีรีส์กลับอยู่ที่ creator หรือผู้สร้างสรรค์ซีรีส์ ซึ่งอาจเป็นคนเดียวกันกับโปรดิวเซอร์หรือไม่ก็ได้ ซึ่งเขาคนนี้เองที่จะมองเห็นทุกซอกมุมของซีรีส์ตั้งแต่ต้นจนจบ และกำหนดได้ว่าในแต่ละตอนจะมีเรื่องเล่าอย่างไรให้มีบทสรุปในตัว แต่ยังคงมีเชื้อเพลิงปะทุรอไว้ให้เรากดดูตอนต่อไปด้วยความกระหาย

ยกตัวอย่างเช่น Stranger Things แม้จะมีผู้กำกับระดับ ชอว์น เลอวี กับ แอนดรูว์ สแตนตัน มากำกับในบางตอน แต่ตัวตนของหนังกลับทะยานออกมาจาก พี่น้องดัฟเฟอร์ ซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์ซีรีส์มากกว่า หรือแม้กระทั่ง Game of Thrones ก็มีแรงผลักดันมาจาก เดวิด เบนิออฟฟ์ กับ ดีบี ไวส์ส หรืออธิบายง่ายขึ้นคือ คนตรงนี้คือผู้สร้างโลกจำลองในซีรีส์นั้นๆ ขึ้นมานั่นเอง โดยเขาจะกระโดดเข้าไปกำกับหรือไม่ก็ได้ พอเป็นเช่นนี้แล้ว ผู้กำกับหรือคนเขียนบทในแต่ละตอนจะเป็นใครก็ได้ ขึ้นอยู่กับการเลือกของ creator ที่จะหาคนที่เหมาะสมกับเรื่องเล่าในตอนนั้นๆ เอง และ ‘แนนโน๊ะ’ คือซีรีส์ไทยที่ใช้วิธีการนี้ในขั้นตอนการผลิต

The Crown

ปีเตอร์ มอร์แกน ผู้สร้างสรรค์ซีรีส์ The Crown ที่เล่าเส้นทางจากเด็กสาวขึ้นสู่การเป็น สมเด็จพระราชีนีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร อธิบายถึงจุดเริ่มต้นขอซีรีส์นี้ว่า มาจากฉากหนึ่งในละครเวทีที่เขาเขียนบทเรื่อง The Audiences ที่ว่าด้วยการประชุมลับประจำสัปดาห์ระหว่างพระราชินีอายุน้อยกับนายกรัฐมนตรีสูงวัยอย่าง วินสตัน เชอร์ชิลล์ “ตอนนั้นผมเห็นภาพวิกฤตชีวิตของชายวัย 70 กว่า ในวาระท้ายของชีวิตการเมืองและชีวิตตัวเอง ในขณะที่ตรงหน้าของเขาคือสาวน้อยที่ถูกผลักให้มาอยู่ในสถานการณ์ซึ่งเธอคิดว่าตัวเองเด็กเกินกว่าจะอยู่ในจุดนั้น และมันก็ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง Educating Rita” หนังที่มอร์แกนกล่าวถึงคือหนังอังกฤษปี 1983 ที่ จูลี วอลเตอร์ส รับบทสาววัย 27 ปีที่ได้เรียนรู้ทั้งวิชาการ ความคิด และการใช้ชีวิต จากศาสตราจารย์ของเธอ …เมื่อมอร์แกนได้ไอเดียนี้แล้ว เขาจึงสร้างโลกของราชวงศ์ด้วยมุมมองแห่งการเติบโตของพระราชินีอายุน้อยท่ามกลางขนบธรรมเนียมและการเมืองแบบโลกเก่าที่เธอต้องเรียนรู้ (4 ตอนในซีรีส์ชุดนี้ มีผู้กำกับระดับ สตีเฟน ดัลดรี รวมอยู่ด้วย)

‘เด็กใหม่ The Series’

‘เด็กใหม่ The Series’ เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของกลุ่มเอเจนซี่ SOUR Bangkok ซึ่งเพิ่งทดลองทำซีรีส์กันเป็นเรื่องแรก และเป็นผู้กำหนดทิศทางของซีรีส์ในขั้นต้น ความน่าสนใจคือกลุ่มนี้เป็นเอเจนซี่ที่มุ่งผลิตเนื้อหาเพื่อสื่อสารกับผู้หญิงเป็นหลัก อันเนื่องมาจากผู้อยู่เบื้องหลังในระดับบริหารของบริษัทเป็นผู้หญิงทั้งหมด นั่นทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีจุดยืนที่ชัดเจนมาตั้งแต่ต้น ก่อนจะเอาแนวคิดแบบการผลิตโฆษณามาห่อหุ้มกระบวนการผลิตอีกที ดังนั้นตั้งแต่ต้นจนจบมันจึงอยู่ภายใต้วิสัยทัศน์บนโลกที่พวกเธอสร้างขึ้นมา และความน่าสนใจของซีรีส์นี้คือ แนนโน๊ะ เป็นตัวละครใดๆ ที่พร้อมเลื่อนไหลไปในบริบทที่แตกต่างกัน เพื่อสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของเพศและระบบการศึกษาไทย

‘เด็กใหม่ The Series’ ไม่ใช่เรื่องแรกที่ทิศทางของซีรีส์ขับเคลื่อนด้วย creator ก่อนหน้านี้ซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จอย่าง ‘ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น’ ของ นาดาว บางกอก ก็มีความชัดเจนเช่นกันว่าเกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ของผู้ดูแลการผลิตอย่าง ทรงยศ สุขมากอนันต์ ซึ่งก็ป็นซีรีส์ที่ตีแผ่ระบบการศึกษาและความรุนแรงในโรงเรียนเช่นกัน ซึ่งก็ดันสะท้อนออกมาให้เห็นอีกว่า ซีรีส์ในเมืองไทยปัจจุบันยังมีแง่มุมอีกมากมายที่ต้องการการสำรวจผ่านสื่อที่เรียกว่าซีรีส์ และขาดผู้ที่สร้างสรรค์โลกอีกหลายแบบเพื่อกระตุ้นให้เกิดความแตกต่างขึ้น หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ในเมืองไทยยังขาดแคลน ‘นักเล่าเรื่อง’ ที่หลากหลายอยู่นั่นเอง

ซีรีส์ไทยทั้งสองเรื่องที่ยกตัวอย่าง มีจุดยืนชัดเจนว่าทุกบททุกตอนที่อยู่เนื้อในมีเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ซึ่งบางทีมันอาจจะจำเป็นกว่าที่จะต้องผ่านมุมมองของใครสักคนผู้สร้างโลกใบนั้นขึ้นมา มากกว่าที่จะยกอำนาจทั้งหมดให้กับผู้กำกับ ผู้ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ทำงานในรายละเอียดแล้ว

หากความเป็นหนัง ผู้กำกับอาจมีอิทธิพลสูงสุดของเรื่อง เนื่องจากเขาคือผู้กำโลกใบนั้นไว้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่เมื่อเป็นซีรีส์แล้ว มันเป็นเพียงส่วนประกอบของโลกอีกใบที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่านั้น และคนคนนี้กระมังที่จะมาเติมเต็มความแข็งแรงและหลากหลายให้กับวงการซีรีส์ไทยมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน