Game of Thrones เขียนบท

เขียนบทซีรีส์แบบ Game of Thrones อย่างไรให้ตรึงหัวใจคนดู (3: เร้าหัวใจเมื่อไร้ ‘กฎสามองก์’)

Home / Uncategorized / เขียนบทซีรีส์แบบ Game of Thrones อย่างไรให้ตรึงหัวใจคนดู (3: เร้าหัวใจเมื่อไร้ ‘กฎสามองก์’)

ดังที่เรารู้กันว่า ในหลักการเขียนบทภาพยนตร์หรือซีรีส์โดยทั่วไปนั้นจะใช้โครงสร้างแบบสามองก์ (The three-act structure) เพื่อเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งการวางปม จุดไคลแม็กซ์ตลอดจนการคลี่คลายปัญหาทั้งปวง ดังนี้

องก์ที่หนึ่ง : คือการปูพื้นสร้างบรรยากาศ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วและกำลังจะเกิดขึ้นของเรื่อง ตัวละครหลักจะเผชิญหน้ากับสถานการณ์บางอย่างเพื่อนำไปสู่จุดพลิกผันหรือสถานการณ์ลำดับต่อไป

องก์ที่สอง : หรือก็คือการดำเนินเรื่อง เป็นช่วงเวลาที่ตัวละครเอกต้องแก้ปัญหาทุกสิ่งที่ประดังประเดเข้ามา

องก์ที่สาม : ส่วนที่คลี่คลายหรือก็คือบทสรุป อันเป็นทางออกของสิ่งที่ตัวละครพยายามทำมาโดยตลอด และเป็นองก์ที่ต้องเขียนบทกันอย่างแข็งแรงมากๆ เพราะมันสุ่มเสี่ยงจะทำให้ถูกตราหน้าว่าไม่สมเหตุสมผล หรือบทอ่อน และส่วนใหญ่จุดหักมุมของหนังมักจะปรากฏขึ้นในองก์นี้ (ซึ่งก็ต้องเขียนขึ้นอย่างระมัดระวังเช่นกัน ไม่อย่างนั้นมันจะนำไปสู่ความรู้สึก “อะไรวะ” ของคนดูได้อย่างน่าเศร้าใจ)

บางซีซั่นของ Game of Thrones เองก็ดำเนินตามองก์ทั้งสามอย่างหลวมๆ ในบางตอน ความที่ซีรีส์เต็มไปด้วยตัวละครมากมายและเส้นเรื่องมหาศาล องก์ทั้งสามจึงถูกซ่อนอย่างแยบยลไว้ภายใต้เรื่องราวของตัวละครแต่ละตัว ดังเช่นที่ปรากฏในซีซั่นที่ 4 เส้นเรื่องหลักๆ มุ่งจับจ้องไปที่งานอภิเษกสมรสอันนำมาสู่ความตายของ จอฟฟรีย์ ซึ่งส่งผลให้ ทีเรียน แลนนิสเตอร์ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลักว่าเขานั้นลงมือฆาตกรรมหลานชายตัวเอง ไปพร้อมๆ กันนั้น อีกเส้นเรื่องสำคัญที่จะไม่กล่าวถึงเลยไม่ได้คือการที่ เดเนอริส ทาแกเรียน ยึดครองเอากองทัพทาสผู้ไร้มลทิน (Unsullied Army) มาเป็นของตัวเองโดยปราศจากการใช้กำลังบังคับ

หากแบ่งให้ย่อยลงไป เราจะเห็นโครงสร้างบางอย่างของตอนนี้ นั่นคือ

องก์ที่หนึ่ง :

  • ทีเรียนเข้าร่วมงานอภิเษกสมรสของจอฟฟรีย์ พร้อมกันกับซานซา สตาร์ค ซึ่งถูกวางตัวในฐานะภรรยาตามกฎหมายของเขา
  • เดเนอริสมาถึงเมืองมีริน นครค้าทาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอสซอส เธอต้องการกองทัพผู้ไร้มลทิน แต่เธอไม่มีเงินมากพอจะซื้อกองทัพมาได้ทั้งหมด

องก์ที่สอง :

  • จอฟฟรีย์โดนวางยาพิษ เขาขาดใจตายขณะที่ปักใจเชื่อว่าทีเรียนคือฆาตกร เขาถูกจำคุก เขาต้องเลือกระหว่างโดนโทษประหารชีวิต หรือจะต่อสู้กับเมาต์เทน นักฆ่าที่เก่งที่สุดแห่งดินแดนเวสเทอรอส ภายหลังระเบิดความเคียดแค้นที่มีต่อครอบครัวและความเป็นคนแคระของตัวเอง เขาเลือกที่จะสู้ (สิ่งที่คนดูคิดคือ ไม่มีทางเลยที่เขา -คนแคระ- จะชนะมือสังหารร่างยักษ์)
  • เดเนอริสพร้อมแลกกองทัพกับมังกรตัวโตที่สุดของเธอ ท่ามกลางสายตากังขาของผู้คนรอบตัวกับความคุ้มค่าที่เธอจะได้รับ (สิ่งที่คนดูคิดคือ การแลกมังกรซึ่งเปรียบเสมือนลูกคนโตของเธอจะคุ้มกับกองทัพผู้ไร้มลทินจริงๆ หรือไม่)

องก์ที่สาม :

  • โอเบริน เจ้าชายผู้ทรงเสน่ห์แห่งเมืองดอร์น อาสาสู้แทนทีเรียนด้วยความเคียดแค้นที่มีต่อเมาต์เท่นเป็นการส่วนตัว (สิ่งที่คนดูคิดคือ โอเบรินเป็นนักสู้ที่เก่งกาจมากและเขามีโอกาสสูงทีเดียวที่จะชนะเมาต์เทน) ก่อนที่ซีรีส์จะทำให้เราๆ ทั้งหลายช็อคสุดขีดด้วยการ ‘หักมุม’ ให้โอเบรินพลาดท่าจนถูกบีบกะโหลกแตก การตายของเขาจึงนับเป็นหนึ่งในการตายที่สยดสยองที่สุดครั้งหนึ่งของซีรีส์
  • แม่มังกรยอมแลกลูกของเธอกับกองทัพ (สิ่งที่คนดูคิดคือ ลังเลและไม่เชื่อใจเดเนอริสในการแลกเปลี่ยนครั้งนี้) ก่อนจะ ‘หักมุม’ ด้วยการเฉลยว่าแท้จริงแล้วเธอเตรียมดัดหลังนายค้าทาส ด้วยการให้ลูกมังกรเผาจนตายทั้งเป็น ขณะที่ตัวเธอปลดปล่อยเหล่าทาส ผู้ยอมมาเป็นทหารในสังกัดของเธอในที่สุด (เย่!)

 

หากแต่โดยทั่วไปแล้ว แทบจะเรียกได้ว่า Game of Thrones นั้นแหกกฎสามองก์แทบจะตลอดทั้งซีรีส์ และนี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มันกลายเป็นซีรีส์ที่ได้รับความนิยมและคนติดงอมแงมมากที่สุดเรื่องหนึ่งของช่อง HBO โดย เอมิลี เจอร์มัสกี นักเขียนอิสระเคยจำแนกองค์ประกอบที่ทำลายองก์ทั้งสามของซีรีส์ชิงบัลลังก์เรื่องนี้ไว้กว้างๆ โดยยกตัวอย่างจากซีซั่นที่ 5 ตอนที่ 6 ในชื่อ Unbowed, Unbent, Unbroken ซึ่งมีเส้นเรื่องหลักๆ อยู่ที่การฝึกซ้อมของอาร์ยาในเมืองบราวอส และที่วินเทอร์เฟล ซานซา สตาร์คเพิ่งจะถูกจับแต่งงานกับ แรมซีย์ โบลตัน (ส่วนพล็อตที่ย่อยลงมาคือการเดินทางของสองสหายจำเป็น โจราห์ มอร์มอนกับทีเรียน ส่วนในคิงส์แลนดิงนั้นถูกควบคุมเบ็ดเสร็จโดยกลุ่มนกกระจอก Sparrows)

เจอร์มัสกีชำแหละทิศทางการเขียนบทและเดินเรื่องของ Unbowed, Unbent, Unbroken ไว้ดังนี้

– 25 นาทีแรกของซีรีส์อุทิศให้เรื่องราวของอาร์ยาและสองสหายมอร์มอนกับแลนนิสเตอร์ เพื่อปูพื้นให้คนดูเชื่อมโยงเหตุการณ์จากตอนก่อนหน้ามาสู่ปัจจุบัน

– จากนั้นแล้ว ซีรีส์จึงใช้เวลาช่วงต่อมาปล่อยให้เซอร์ซี แลนนิสเตอร์ระเบิดพลังต่อปากต่อคำกับปีเตอร์ เบลิชหรือลิตเติลฟิงเกอร์ ซึ่งบทสนทนายาวเหยียดนั้นทำให้คนดูเข้าใจสภาวะคับขันที่เซอร์ซีต้องเผชิญเพราะถูกตระกูลไทเรลล์ค่อยๆ ครอบงำ ทั้งยังเป็นฉากที่เธอได้สำแดงอำนาจเหนือจอมบงการอย่างเบลิช

– ตัดไปยังงานแต่งของซานซาผู้อาภัพ และฉากการข่มขืนที่น่าเศร้าโดยมี ธีออน เกรย์จอย ถูกบังคับให้ดูเป็นสักขีพยาน

– ช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ หลังจากนี้ ซีรีส์ใช้เวลาเล่าถึงความสัมพันธ์ของเจมี แลนนิสเตอร์กับบรอน นายทหารรับจ้างคนสนิท, โอเลนนา ไทเรลล์ คุณยายที่เซอร์ซีงัดด้วยไม่ลง, ความสัมพันธ์ของมาเจอรีกับทอมเมน ลูกชายคนเล็กของเซอร์ซี

ทั้งหมดนี้ชักจูงให้คนดูต้องติดตามการกระทำของตัวละครต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะนับจากการปูบรรยากาศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขององก์แรก, การดำเนินเรื่องในองก์ที่สอง และอุปสรรคตลอดจนจุดไคลแม็กซ์ในองก์ที่สาม เราจะพบว่าตัวละครยังไม่ได้พบกับเป้าหมายที่พวกเขาอยากได้เลยนี่นา (กรี๊ด!!) ทั้งการฝึกของอาร์ยาที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจไปแต่ก็ยังไม่สำเร็จ, เซอร์ซีที่ยึดอำนาจมาจากตระกูลไทเรลล์ไม่ได้ และซานซาที่สุดท้ายแล้ว เธอก็ตกเป็นเหยื่ออำมหิตของแรมซีย์อยู่ดี

เราลองมาดูการแหกกฎองก์ทั้งสามของฉากแต่งงานระหว่างแรมซีย์และซานซากัน โดยซีรีส์จับจ้องไปยังความรู้สึกของซานซาเป็นสำคัญ

บรรยากาศ : ซานซากำลังเตรียมแต่งงานทั้งที่ไม่อยาก แต่เธอก็ต้องฝืนใจเพื่อความอยู่รอดของตัวเองและวินเทอร์เฟล

สิ่งที่เกิดขึ้น : ซานซาอาบน้ำโดยมีคนรักอีกคนของแรมซีย์เข้ามาช่วยอาบ และแทนที่หล่อนจะช่วยปลอบประโลมว่าที่เจ้าสาว กลับข่มขู่คุกคามเธอถึงความอำมหิตของแรมซีย์ด้วยสีหน้ารื่นเริง และแม้คนดูจะรู้อยู่แล้วจากซีซั่นก่อนๆ ว่าแรมซีย์นั้นป่าเถื่อนมากเพียงใด (จากสภาพอันบอบช้ำของธีออน เกรย์จอย) แต่สำหรับซานซา นี่คือข้อมูลใหม่ที่ทำให้เธอพรั่นพรึงสุดขีด และยิ่งส่งให้คนดูรู้สึกเอาใจช่วยกับการ ‘ไม่ทันตั้งตัวและไม่รู้วิธีรับมือ’ กับแรมซีย์ของเธอ

การกระทำของตัวละคร : แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังเดินหน้าเข้าพิธีแต่งงานอย่างเข้มแข็ง

จุดเปลี่ยน : ธีออนเดินมาส่งบ่าวสาวในห้องของแรมซีย์ กล้องจับไปยังสีหน้าอ้อนวอนของซานซาไปสู่ธีออนซึ่งเป็นประดุจพี่น้องในครอบครัว ซึ่งทำให้คนดูรู้ว่าเธอ ‘ไม่ไหว’ กับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น และนำไปสู่ความลุ้นสุดขีดของคนดูว่าธีออนจะแก้ไขหรือช่วยซานซาจากสถานการณ์นี้อย่างไร

ไคลแม็กซ์ : อีกครั้งที่ Game of Thrones เล่นกับ ‘ความกลัว’ ของคนดูอย่างชาญฉลาด เพราะธีออนไม่เพียงแต่ช่วยเหลือซานซาไม่ได้ เขายังถูกบังคับให้ต้องทนดูแรมซีย์กระทำชำเราเธออีกต่างหาก

องก์ทั้งสามแหกกระจุย เรื่องก็ไม่คลี่คลาย… แล้วยังไงต่อ… เราก็ถึงต้องตามดูซีรีส์ต่อไปและติดมันงอมแงมนั่นไงล่ะ!! นี่แหละคือเคล็ดลับสำคัญของ Game of Thrones เพราะมันเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่เล่นกับความรู้สึกของคนดูอย่างดุเดือด และทำให้เราต้องลากความอยากรู้อยากเห็นข้ามซีซั่น ว่าแรมซีย์จะได้รับบทลงโทษใดจากการกระทำอันเลวทรามของตัวเองหรือไม่ และเรื่องราวมาคลี่คลายขึ้นใน Battle of the Bastards ซีซั่นที่ 6 ตอนที่ 9 (ซีรีส์ปล่อยให้เรารอบทสรุปนี้จนเกือบจะจบซีซั่นเชียวนะ!) เมื่อจอน สโนว์ ยกทัพลุยกับทัพของแรมซีย์ เราขอแบ่งแยกส่วนประกอบหลักๆ ของตอนไว้ดังนี้

บรรยากาศ : กล้องแพนให้เห็นความพร้อมรบของทั้งฝั่งจอน สโนวและแรมซีย์ คนดูเปี่ยมไปด้วยความหวังเพราะเราต่างรู้ว่าจอน สโนวเป็นนักรบที่เก่งกาจ และทัพคนเถื่อนซึ่งอยู่ข้างเดียวกันกับเขาก็เป็นนักสู้มีฝีมือ

สิ่งที่เกิดขึ้น : แรมซีย์ปล่อยริคคอน สตาร์คออกจากการเป็นตัวประกัน ซีรีส์เล่นกับความรู้สึกของคนดูอีกครั้งด้วยการให้เราเอาใจช่วยริคคอนอย่างสุดตัว แต่แล้วเขาก็ถูกสังหารอย่างเลือดเย็นต่อหน้าต่อตาจอน สโนว โดยความอำมหิตและโรคจิตของแรมซีย์ถูกขับผ่านการ ‘เล่นกับเหยื่อ’ ด้วยการให้ริคคอนและคนดูมีความหวังด้วยการยิงธนูผ่านริคคอนไปสองดอก ก่อนจะปลิดชีพเขาในดอกที่สามเมื่อริคคอนวิ่งเข้าใกล้จอน สโนวมากพอ

การกระทำของตัวละคร : จอน สโนว (และคนดู) คั่งแค้นไปด้วยความโกรธ ทั้งสองกองทัพยกพวกเข้าปะทะกัน

จุดเปลี่ยน : ซีรีส์ไม่ตามใจเรา เมื่อทัพฝั่งวินเทอร์เฟลพลาดท่า จอน สโนวถูกบีบให้แทบจะขาดอากาศหายใจตายกลางอากาศ เราล้วนยอมรับชะตากรรมว่าแรมซีย์คงชนะแน่แล้ว…

ไคลแม็กซ์ : ซานซายกทัพที่ได้รับความช่วยเหลือจากปีเตอร์ เบลิชมาช่วย ทัพของจอน สโนวจึงกำชัยไปอย่างน่าใจหายใจคว่ำ ไม่เพียงเท่านั้น ซีรีส์ยังได้มอบการแก้แค้นอันแสนหวานให้ซานซา (และแน่นอนว่ารวมถึงคนดู) ไว้ในฉากสุดท้ายของ Battle of the Bastards ที่ซานซา -ผู้ทำลายความข้องใจของคนดูว่าหญิงสาวที่ดูหัวอ่อนและโดนกระทำมาตลอดอย่างเธอนั้นจะทำร้ายใครได้จริงๆ หรือ- ปล่อยหมาล่าเนื้อของแรมซีย์ที่กำลังหิวโซ ให้กัดกิน(อดีต)เจ้านายของมันทั้งเป็น!

แน่นอนว่าองก์ทั้งสามคือสิ่งจำเป็นในการเล่าเรื่องของหนังและซีรีส์ หากแต่ก็มีอยู่บ่อยครั้งที่การทำลายกำแพงการเล่าเรื่องนั้นนำมาสู่รสชาติใหม่ๆ ที่คนดูโหยหา ซึ่งมันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการเขียนบทที่แม่นยำ เข้าอกเข้าใจองก์ทั้งสามและสร้างสรรค์ของทีมเขียนบททีมนี้!

อ่าน เขียนบทซีรีส์แบบ Game of Thrones อย่างไรให้ตรึงหัวใจคนดู (1: แปลงตัวอักษรเป็นภาพซะ!)

เขียนบทซีรีส์แบบ Game of Thrones อย่างไรให้ตรึงหัวใจคนดู (2: พัฒนาการของตัวละครที่รักไม่ได้ เกลียดไม่ลง)